TK ได้รับคัดเลือกเป็นหุ้นใหม่ในกลุ่ม SETCLMV ที่มีรายได้จากประเทศในกลุ่ม CLMV

106

บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK เป็นหนึ่งใน 8 หลักทรัพย์เข้าใหม่ที่ใช้สำหรับคำนวณ SETCLMV หรือดัชนี SET CLMV Exposure ในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 สะท้อนการเติบโตของธุรกิจ TK ในกลุ่มประเทศดังกล่าว โดยเฉพาะในกัมพูชา ที่เข้าเกณฑ์ SETCLMV ด้วยรายได้จากประเทศในกลุ่มดังกล่าวอย่างน้อย 10% หรือมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท เป็นต้น โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 TK มีรายได้จากธุรกิจต่างประเทศ 26% ของรายได้รวมของบริษัทฯ ด้วยพอร์ตเช่าซื้อในต่างประเทศรวม 1,185 ล้านบาท ซึ่งเติบโตจากสิ้นปีก่อน 4.5% ย้ำ TK ยังคงดำเนินกิจการตามเป้าหมายที่จะขยายพอร์ตทั้งเช่าซื้อในไทยควบคู่กับการขยายตลาดในต่างประเทศให้เติบโต ตามนโยบายที่ต้องการเป็นผู้ให้บริการระดับภูมิภาค

นางสาวปฐมา พรประภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์รายใหญ่ในประเทศไทย เปิดเผยว่า ล่าสุด TK ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้เป็นหลักทรัพย์ในดัชนี SETCLMV ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวราคาของกลุ่มหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีรายได้จากประเทศในกลุ่มกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม หรือ CLMV พิจารณารายได้จากประเทศในกลุ่มดังกล่าว โดยข้อมูลล่าสุดที่บริษัทฯ เปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งรวมถึงข้อมูลรายละเอียดแหล่งรายได้ที่บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยในงบการเงินประจำปี แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี และข้อมูลที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รับจากการสำรวจข้อมูล

นางสาวปฐมา พรประภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) 

“การที่หุ้นของ TK ได้เข้าอยู่ใน SETCLMV สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ที่มาจากการดำเนินธุรกิจในกัมพูชา สปป. ลาว และเมียนมา โดยปัจจุบันมี บริษัท ซัวสดัย ไฟแนนซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SUOSDEY FINANCE PLC. และมีบริษัท สะบายดี ลิสซิ่ง จำกัด หรือ Sabaidee Leasing Co., Ltd. ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์และรถยนต์ในกัมพูชาและใน สปป. ลาว รวมทั้งบริการไมโครไฟแนนซ์ในเมียนมา โดย บริษัท มิงกะลาบา ฐิติกร ไมโครไฟแนนซ์ จำกัด หรือ Mingalaba Thitikorn Microfinance Co., Ltd. ซึ่ง TK ถือหุ้นทั้ง 3 บริษัท 99.95% 86.89% และ 99.00% ตามลำดับ โดยมีสาขาให้บริการใน 3 ประเทศรวม 19 สาขา คือในกัมพูชา 12 สาขา ใน สปป. ลาว 6 สาขา และในเมียนมา 1 สาขา มีพอร์ตเช่าซื้อรวมใน 3 ประเทศ 1,185 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 ซึ่งเติบโตจากสิ้นปีก่อน 4.5% ทั้งนี้ TK ยังคงมีแผนที่จะขยายพอร์ตเช่าซื้อทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายที่จะเติบโตและเป็นผู้ให้บริการเช่าซื้อในระดับภูมิภาค” นางสาวปฐมา กล่าว

นายประพล พรประภา กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวทางการคัดเลือกหุ้นเพื่อเป็นองค์ประกอบดัชนี SETCLMV ของทางตลาดหลักทรัพย์ฯ คือต้องเป็นหลักทรัพย์ที่มีรายได้จากประเทศในกลุ่ม CLMV อย่างน้อย 10% ของรายได้รวมของบริษัท หรือมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท เป็นหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท สัดส่วนผู้ถือหุ้นหลักทรัพย์รายย่อย (Free-float) ไม่น้อยกว่า 20% ของทุนชำระแล้วของบริษัท จำนวนหุ้นซื้อขายไม่น้อยกว่า 0.5% ของจำนวนหุ้นจดทะเบียนของบริษัทเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 9 ใน 12 เดือน และไม่จำกัดจำนวนหลักทรัพย์ในดัชนี โดยจะมีการพิจารณาปรับรายการหลักทรัพย์ทุก 6 เดือน

นายประพล พรประภา กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) 

“ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 TK มีรายได้จากการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศมีสัดส่วน 74 : 26 หรือ 26% ของรายได้รวมของบริษัทฯ ทั้งนี้ สภาพตลาดโดยรวมที่ สปป. ลาว ขณะนี้ทรงตัว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ส่วนในเมียนมาเรายังคงหยุดปล่อยสินเชื่อใหม่ โดยจะเริ่มปล่อยสินเชื่อใหม่อีกครั้งเมื่อสถานการณ์ภายในเมียนมาคลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติ แต่ในกัมพูชา ณ ปัจจุบัน ตลาดมีแนวโน้มดีขึ้น เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง และมีการเปิดประเทศแล้ว ด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และธุรกิจอื่น ๆ น่าจะฟื้นตัวได้ดีตามลำดับ ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2565 ธุรกิจของ TK ในต่างประเทศ จะขยายตัวไปในทิศทางที่ดี โดยพอร์ตเช่าซื้อจากกัมพูชา” นายประพลกล่าวทิ้งท้าย

Krungthai-AXA Super 7 300x250px