ธุรกิจค้าปลีกไทยครึ่งปีหลังยังร่วง คาดปีนี้หดตัวต่อเนื่องที่ 2%

121

ธุรกิจค้าปลีกไทยหืดจับ ประเมินยอดขายหดตัวเล็กน้อยในช่วงครึ่งปีหลังนี้ คาดตลอดทั้งปี 2564 จะหดตัวต่อเนื่องที่ 2% จับตาการฉีดวัคซีน-การระบาดระลอกใหม่ 2 ตัวแปรสำคัญ  ชี้ E-Commerce ยังคงขยายตัวดีเหตุผู้ประกอบการอัดแคมเปญเร่งยอดขาย

รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าธุรกิจค้าปลีกของไทยยังอยู่ในภาวะที่ต้องระมัดระวังสูง โดยคาดว่าครึ่งหลังปี 2564 ยอดค้าปลีกจะหดตัวเล็กน้อยที่ 0.2% (YoY) และทั้งปีจะหดตัวต่อเนื่องที่ 2.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสิ่งที่ต้องจับตาคือการฉีดวัคซีนในช่วง 2-3 เดือนจากนี้ และไม่มีการระบาดระลอกใหม่ที่รุนแรงเกิดขึ้น

AIA Health Happy

ทั้งนี้ ประเมินว่าจะมีผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคในช่วงที่เหลือของปี โดยเฉพาะไตรมาส 4 และเมื่อบวกกับมาตรการภาครัฐ เช่น คนละครึ่งเฟส 3 และมาตรการเพิ่มเติมภายใต้ พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ทำให้ยอดค้าปลีกในภาพรวมปี 2564 อาจมีทิศทางดีกว่าคาด โดยเฉพาะกลุ่มสินค้​าอาหารและของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน (FMCG)

โดย E-Commerce เป็นแพลตฟอร์มที่น่าจะยังคงขยายตัวดีโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้ประกอบการอัดแคมเปญต่างๆ เพื่อกระตุ้นยอดขาย แต่การแข่งขันในแพลตฟอร์มดังกล่าวน่าจะรุนแรงขึ้นอีกจากจำนวนผู้เล่นในตลาดที่เพิ่มขึ้น สวนทางกับจำนวนของผู้บริโภคที่มีศักยภาพหรือมีกำลังซื้อที่ไม่ได้เพิ่มขึ้น

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ช่วงครึ่งหลังปี 2564 ยอดค้าปลีกออนไลน์จะขยายตัว 13.7% ดีกว่าครึ่งปีแรกเล็กน้อย ส่งผลให้คาดว่ายอดค้าปลีกออนไลน์ทั้งปี 2564 น่าจะยังขยายตัวที่ 12.6% ขณะที่ค้าปลีก Modern trade ที่เน้นขายสินค้าที่ไม่ใช่อาหาร โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกเฉพาะในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้าง ของตกแต่งบ้านน่าจะยังไม่ฟื้นตัวต่อเนื่อง

“เรามองว่าในช่วงที่เหลือปีนี้ผู้ประกอบการอาจจะเผชิญความท้าทายเรื่องต้นทุนธุรกิจหรือราคาสินค้าที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งโดยปกติธุรกิจการค้าในลักษณะซื้อมาขายไปไม่น่าจะถูกกระทบ แต่ในยามที่สถานการณ์ไม่ปกติ กำลังซื้อผู้บริโภคเปราะบาง การแข่งขันด้านราคาสูง ผู้ประกอบการมีมากราย การจะผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งหมดไปยังผู้บริโภคเป็นไปได้ยาก

ดังนั้น อาจต้องยอมลดผลกำไร พร้อมกับทำการตลาด/โปรโมชั่นต่างๆ เพื่อให้พอมีกระแสเงินสดเข้ามาหล่อเลี้ยงกิจการ รวมถึงมาตรการที่ช่วยเหลือทั้งฝั่งผู้บริโภคและผู้ประกอบการของภาครัฐยังเป็นสิ่งจำเป็นภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบากนี้

 

 

โตเกียวมารีนประกันภัย