TPIPP โชว์รายได้ Q1/64 แตะ 2,650 ล้านบาท

280

บมจ.ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์’ หรือ TPIPP โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2564 ทำรายได้รวม 2,650 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,061 ล้านบาท หลังเร่งผลักดันอัตราการใช้กำลังการผลิตไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ รับผลดีจากปริมาณขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 474 ล้านหน่วย มองรายได้ทั้งปีทำได้ตามเป้าหมาย 13,000 ล้านบาท รับแรงหนุนจากการติดตั้งและปรับปรุง Boiler ทำให้เพิ่ม Utilization Rate เป็นไม่ต่ำกว่า 98% ทั้งปี พร้อมอยู่ระหว่างการเตรียมขอส่งเสริมการลงทุนในโครงการทั้งหมดกับ BOI และรอการอนุมัติใบอนุญาตอื่น ๆ 

ภัคพล เลี่ยวไพรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP ผู้ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงจากขยะ (RDF) และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้งรายใหญ่ที่สุดของไทย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม  2,650 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.55ที่มีรายได้รวม 2,535 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิทำได้ 1,061 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  9.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 967 ล้านบาท  โดยบริษัทฯ เร่งผลักดันอัตราการใช้กำลังการผลิตไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยมีปริมาณขายไฟฟ้ารวมในไตรมาส 1/64 ทั้งสิ้น 474 ล้านหน่วย แม้มีการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า TG8 ในช่วงต้นปี 2564 

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี 2564 คาดว่าจะดีขึ้นต่อเนื่อง หลังจากที่บริษัทฯได้ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าและติดตั้งหม้อต้มไอน้ำ (Boiler) แล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 98% ตลอดทั้งปี  ทำให้สามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าได้เต็มประสิทธิภาพ ประกอบกับเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการการขายเชื้อเพลิงขยะ (RDF) ให้กับ บมจ.ทีพีไอ โพลีน หรือ TPIPL ซึ่งเป็นบริษัทแม่เพื่อใช้ผสมกับถ่านหิน ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทฯ ราว 350-450 ล้านบาทต่อปี และโรงไฟฟ้าที่ขายไฟฟ้าให้ TPIPL มีประสิทธิภาพในการผลิตมากขึ้น คาดผลักดันรายได้ในปี 2564 ที่ระดับ 13,000 ล้านบาท ตามเป้าหมาย 

 บริษัทฯ ติดตั้งหม้อต้มน้ำเพิ่มเติมแล้วเสร็จในเดือน ก.พ. 2564 ทำให้สามารถเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นได้ถึง 98% ตลอดทั้งปี นอกจากนี้ บริษัทฯได้ชนะการประมูลโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ในส่วนของ อบจ.สงขลา และเทศบาล อ.เมือง จ.นครราชสีมา จำนวน (7.92 MW + 9.9 MW) รวม 17.82 MW และอยู่ระหว่างการขอขายไฟฟ้าเพิ่มจากโรงไฟฟ้า TG7 จำนวน 40 เมกกะวัตต์ ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ซึ่งรายได้และกำไรจากโครงการโรงไฟฟ้าเพิ่มเติมดังกล่าว จะส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทฯดีขึ้น”  ภัคพล กล่าว 

 รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน TPIPP กล่าวต่อว่า บริษัทฯอยู่ระหว่างรอความคืบหน้าในเรื่องต่าง ๆ ของโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต ทั้งเรื่องของการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน(ผังสี)ของพื้นที่ในอำเภอจะนะ การปรับแก้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (Power Development Plan) ให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี เพื่อเอื้อต่อการลงทุนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ หลังจากล่าสุดทางคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment) หรือบีโอไอฯ ได้มีมติให้อำเภอจะนะจังหวัดสงขลาเป็นหนึ่งในเมืองต้นแบบในโครงการ สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” และได้ได้สิทธิประโยชน์สูงสุดตามกฎหมายกำหนดเทียบเท่ากับอีกเมืองต้นแบบอื่น ๆ โดยทางบริษัทฯกำลังเตรียมเอกสารเพื่อยื่นขอรับสิทธิประโยชน์กับบีโอไอ คู่ขนานกับการทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment)  ตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัดทุกขั้นตอน