TED Fund ทุนสร้างนวัตกรรมจากหิ้งสู่ห้างจาก อว. โชว์ความสำเร็จ “Space Walker” พลิกวิกฤตผู้ป่วย Stroke

506

เมื่อพูดถึงงานวิจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของคนไทย เราเหมือนจะต้องมองออกไปต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ นวัตกรรมเกือบทุกสิ่งที่เราใช้งานกันอยู่ ล้วนเป็นเทคโนโลยีจากต่างประเทศ รถยนต์ สมาร์ทโฟน ทีวี เช่นเดียวกับในวงการแพทย์ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เราเห็นว่า เครื่องมือแพทย์ส่วนใหญ่ล้วนต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศที่มีราคาแพง เพราะมีเทคโนโลยีและมีมาตรฐานที่ตรงกับการใช้งาน

แต่ความจริงแล้ว ประเทศไทยก็ถือเป็นประเทศที่มีการผลิตงานวิจัยออกมามากที่สุดประเทศหนึ่ง เพียงแต่งานวิจัยส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากความรู้ ความถนัด และความต้องการของผู้ทำวิจัย ไม่ได้มองไปถึงเป้าหมายที่จะต่อยอดไปถึงการนำออกมาใช้งานเพื่อประโยชน์ของสังคม และประเทศ

AIA Health Happy

งานวิจัยส่วนใหญ่เมื่อทำเสร็จ จึงถูกนำเก็บไว้บนหิ้งของมหาวิทยาลัย

จนเมื่อโควิด-19 เข้ามาระบาดในประเทศ พร้อมกับนานาประเทศทั่วโลก อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้กันอยู่ก็เกิดขาดแคลน หาซื้อไม่ได้ เกิดความโกลาหลกันทั้งประเทศ  กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. จึงได้ระดมนักวิจัยไทยมาช่วยกันสร้างนวัตกรรมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ขาดแคลนจนเป็นผลสำเร็จ สะท้อนให้เห็นถึงการระบาดระลอกที่2 ที่แม้จะมีผู้ติดเชื้อมากกว่าระลอกแรก แต่ทุกโรงพยาบาล  ทุกจังหวัดที่มีการแพร่ระบาด ล้วนสามารถรับมือได้เป็นอย่างดี

ความสำเร็จนี้ทำให้ กระทรวง อว. โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หันกลับมามองเป้าหมายของทำงานวิจัย เน้นการสนับสนุนงานวิจัยเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ เปลี่ยนเส้นทางงานวิจัยจากหิ้ง เข้าไปสู่ห้างที่ประชาชนสามารถจับต้องใช้งานได้  

ผศ.ดร. ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการและโฆษกกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เปิดเผยว่า ภารกิจสำคัญของกระทรวง อว. คือ การวางรากฐานในการพัฒนาประเทศบนพื้นฐานของงานวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการพัฒนาประเทศสู่ศตวรรษที่ 21 ด้วยการมุ่งเน้นให้นำงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง ต่อยอดไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้จริง ด้วยการแปลงนวัตกรรมเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคม ส่งผลให้เกิดการสร้างให้เกิดมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) โดยเปลี่ยนจาก “Made in Thailand” เป็น “Innovated in Thailand” เพื่อให้ภาคเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน และในปี 2564 กระทรวง อว. ยังได้มุ่งเน้นในการสร้างคนควบคู่ไปกับการสร้างงานวิจัยและนวัตกรรม โดยมีกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ TED Fund เป็นหน่วยงานสำคัญในการขับเคลื่อนและส่งเสริมเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้มีองค์ความรู้และดำเนินธุรกิจบนฐานของเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการเปลี่ยนนวัตกรรมเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ

“โดยปกติแล้วการจัดสรรงบประมาณด้านวิจัยและนวัตกรรม จะถูกจัดสรรผ่านกองทุนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) ภายใต้การดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ไปยังนักวิจัยทั่วประเทศ ผ่านหน่วยบริการจัดการโปรแกรม (pmu) และจัดสรรตรงไปยังมหาวิทยาลัย ขณะที่ในส่วนของภาคเอกชนและผู้ประกอบการที่ต้องการดำเนินธุรกิจบนฐานของเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือต้องการนำผลงานวิจัยออกมาต่อยอดเป็นนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงพาณิชย์ กระทรวง อว. ก็ให้ความสำคัญเช่นเดียวกันจึงมีการสนับสนุนทุนผ่าน TED Fund”

ตลอดระยะเวลา 3 – 4 ปีที่ผ่านมา TED Fund ได้สนับสนุนเงินทุนไปแล้วจำนวน 260 โครงการ ในวงเงินงบประมาณรวมกว่า 360 ล้านบาท สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจไปแล้วกว่า 650 ล้านบาท นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าของประเทศไทย ในการที่จะสร้างฐานนักรบเศรษฐกิจใหม่ขึ้นมาให้สามารถแข่งขันในตลาดระดับโลก และกระทรวง อว. โดย TED Fund จะเร่งสปีดในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้วยการกำหนดเป้าหมายเชิงรุก โดยตั้งเป้าสนับสนุนทุนแก่ผู้ประกอบการกว่า 300 โครงการในปี 2564 

ด้าน ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวง อว. และประธานกรรมการบริหาร กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ TED Fund กล่าวว่า TED Fund มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมสามารถก้าวสู่การทำธุรกิจ  ซึ่งนักวิจัยที่คิดค้นนวัตกรรมขึ้นเป็น Prototype ออกจากห้องแล็บได้ ปัญหาใหญ่ต่อไปคือการก้าวเข้าสู่การเป็นผลิตภัณฑ์เชิงธุรกิจ  รวมถึงนวัตกรรมบางชิ้นก็ต้องมีการทดสอบเพื่อให้ผ่านมาตรฐานต่าง ๆ เช่น มาตรฐานทางการแพทย์ TED Fund จะเข้ามาแก้ปัญหานี้  โดย 260 โครงการที่ได้สนับสนุนไป มีราว 75% สามารถต่อยอดไปสู่เชิงพาณิชย์ได้ ทั้งแพลตฟอร์มด้านการแพทย์ การเกษตร และดนตรี

โดยในปีงบประมาณ 2564 TED Fund เตรียมเปิดโครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น หรือ Youth Startup Fund ปี 2 ในเดือนมีนาคมนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนไปสู่การเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) และมุ่งเน้นสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาประเทศและเป็นโครงการสำคัญในการปฏิรูปประเทศไทยสู่ศตวรรษที่ 21 โดยกลุ่มเป้าหมายของโครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น (Youth Startup Fund) คือ นิสิต นักศึกษาระดับปริญญาตรี – ปริญญาเอก และบัณฑิตจบใหม่ไม่เกิน 5 ปี ที่ต้องการขอรับการสนับสนุนทุนในการนำผลงานวิจัยออกมาต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ หรือสร้างธุรกิจนวัตกรรมใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศ โดย TED Fund จะสนับสนุนทุนในวงเงินไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อราย

นอกจากนี้คณะผู้บริหารกองทุนฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการที่จะกระจายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการทั่วประเทศ จึงได้จัดตั้งเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ หรือ TED Fellow จำนวน 32 หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนครอบคลุมทั่วประเทศ แบ่งเป็น ภาคกลาง จำนวน 15 หน่วยงาน, ภาคเหนือ จำนวน 7 หน่วยงาน, ภาคอีสาน จำนวน 5 หน่วยงาน และภาคใต้ จำนวน 5 หน่วยงาน โดย TED Fellow จะมีบทบาทและหน้าที่สำคัญในการเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำ เป็นที่ปรึกษาวางแผนและบริหารการจัดการโครงการ การตลาด การประชาสัมพันธ์ รวมถึงประสานงานระหว่าง TED Fund กับผู้รับการสนับสนุนทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถมีความรู้พื้นฐาน นำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจได้สำเร็จ

ด้าน ดร.ชาญวิทย์ ตรีเดช ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) ให้รายละเอียดว่า  โครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น แบ่งโปรแกรมการสนับสนุนออกเป็น 2 โปรแกรมสำคัญ ประกอบด้วย

โปรแกรม Ideation Incentive Program (IDEA) เป็นทุนอุดหนุนแบบให้เปล่า เพื่อเป็นค่าพัฒนาแผนธุรกิจฉบับสมบูรณ์ ผ่านเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ (TED Fellow) ที่ได้รับการรับรองจาก TED Fund ซึ่งมีระยะเวลาการดำเนินโครงการไม่เกิน 6 เดือน โดยกองทุนฯ จะให้การสนับสนุนทุนวงเงินไม่เกิน 1 แสนบาท ในสัดส่วนร้อยละ 100

โปรแกรม Prove of Concept (POC) ทุนอุดหนุนสมทบบางส่วน เพื่อพัฒนาต้นแบบซึ่งเป็นการพิสูจน์ความคิดใหม่ทั้งด้านเทคโนโลยีและด้านธุรกิจ ผ่านเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ (TED Fellow) ที่ได้รับการรับรองจาก TED Fund ซึ่งมีระยะเวลาการดำเนินโครงการไม่เกิน 2 ปี โดยกองทุนฯ จะให้การสนับสนุนทุนไม่เกินร้อยละ 90 ของมูลค่าโครงการ ทั้งนี้วงเงินสนับสนุนสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท

โดยผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องเป็นผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาและเป็นนักศึกษาซึ่งมีสัญชาติไทยและอยู่ระหว่างการศึกษาในสถาบันการศึกษา ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก หรือจบการศึกษามาแล้วไม่เกิน 5 ปี พร้อมทั้งเป็นสมาชิกของเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ (TED Fellow) ที่ได้รับการรับรองจาก TED Fund ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 32 แห่งทั่วประเทศ

โชว์ผลงาน TED Fund

อุปกรณ์ฝึกเดิน Space Walker                      หนึ่งในตัวอย่างของผลงานวิทยานิพนธ์ที่สามารถพัฒนาจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ตอบโจทย์ของสังคมไทยได้เป็นอย่างดี คือ  อุปกรณ์ฝึกเดิน “Space Walker”

วรัตถ์ สิทธิ์เหล่าถาวร บริษัท เมดิคิวบ์ จำกัด หนึ่งในผู้ที่ได้รับทุนวิจัยจาก TED Fund  ที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมสำหรับผู้สูงอายุ “Space Walker” อุปกรณ์ฝึกเดินสำหรับฟื้นฟูผู้ป่วยกายภาพบำบัด กล่าวว่า ตนได้นำงานวิจัยของตัวเองจากทำวิทยานิพนธ์ ของหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่องการออกแบบโครงช่วยฝึกเดินที่มีระบบพยุงน้ำหนักบางส่วนสำหรับผู้ที่มีปัญหาการเคลื่อนไหวด้านการเดิน ที่พบว่า อุปกรณ์ฝึกเดินในประเทศไทยยังไม่มี ขณะที่ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke ซึ่งเป็นแล้วไม่เสียชีวิต แต่มีต้องพิการนั่งรถเข็นต้องมีคนดูแล เพราะขาดอุปกรณ์ในการฟื้นฟูให้ผู้ป่วยกลับมาเดินได้ที่ถูกต้อง

“ผู้ป่วย Stroke ที่ไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ เป็นความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล เพราะเรามีเพียงไม้เท้า ราวคู่ และวอล์คเกอร์ 4 ขา สำหรับฝึกเดิน  Space Walker จึงเข้ามาตอบโจทย์นี้” 

โดยทุนสนับสนุนจาก TED Fund ได้เข้ามาช่วยใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. สนับสนุนการวิจัยสร้างอุปกรณ์ต้นแบบอุตสาหกรรม : ออกแบบและพัฒนานวัตกรรมอุปกรณ์ฝึกเดิน และทดลองผลิตในระดับอุตสาหกรรม  2. จัดทำโรงงานมาตรฐานในการผลิตเครื่องมือแพทย์ : ช่วยเหลือและสนับสนุนในการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ผลิตเครื่องมือแพทย์ รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาในการขอรับรองมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ IEC 60601-1 Series  และ 3. ที่ปรึกษาด้านการตลาด : ช่วยเหลือและสนับสนุนในการวางแผนธุรกิจ การวิเคราะห์ตลาด เพื่อพัฒนาธุรกิจสู่เชิงพาณิชย์สามารถแข่งขันในตลาดได้จริง  และมีแผนที่จะต่อยอดด้วยการสร้างแบรนด์ภายใต้ชื่อ “WOKA” อีกด้วย

จากการสนับสนุนของ TED Fund  ส่งผลให้ปัจจุบันนวัตกรรม “Space Walker” อุปกรณ์ฝึกเดินสำหรับฟื้นฟูผู้ป่วยกายภาพบำบัด มีคุณภาพเทียบเท่ากับอุปกรณ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ในราคาประมาณ 6 หมื่นบาทเท่านั้น ขณะที่สินค้าจากต่างประเทศที่ใกล้เคียงกันมีราคาสูงถึง 5 ล้านบาท และไม่เหมาะกับการใช้งานในเมืองไทย ขณะที่ Space Walker ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในลักษณะของการฝึกที่บ้าน  เพราะการกายภาพบำบัดต้องมีความต่อเนื่อง หรือทำเป็นประจำทุกวัน ลดความเหลื่อมล้ำทำให้ประชาชนในต่างจังหวัดสามารถเข้าถึงการรักษาได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรง ที่ส่งออกผลต่อการยืน/เดิน และ กายภาพบําบัดในผู้ป่วยที่มีอาการต่างๆ อาทิ โรคหลอดเลือดสมอง อัมพาตครึ่งท่อน พาร์กินสัน เป็นต้น

วรัตถ์ กล่าวถึงแผนธุรกิจว่า บริษัทมีกำลังการผลิตครั้งละ 30-50 เครื่องในเวลา 3 เดือน  ปัจจุบัน Space Walker สามารถจำหน่ายไปแล้ว 200 เครื่อง ในเวลาหนึ่งปีครึ่ง  โดยกระจายไปยัง 60 สถานพยาบาลทั่วประเทศ แต่ตนมองเป้าหมายที่จะขยายตลาดไปยังกลุ่มผู้บริโภคตามบ้านเป็นหลัก  ซึ่งยอมรับว่า แม้จะทำราคาจากหลัก 5 ล้านเหลือเพียง 6 หมื่น แต่ก็ยังเป็นราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงยาก  จึงมีแนวคิดที่จะให้บริการเช่าใช้  เนื่องจากโรค Stroke หากมีการทำกายภาพบำบัดที่ถูกต้องและต่อเนื่อง เฉลี่ยเพียง 6 เดือนก็มีโอกาสหายได้ จึงจะเปิดให้เช่าใช้ในอัตราเดือนละ 3,000 -5,000 บาท ในเร็วๆ นี้

“เมดิคิวบ์ มองเป้าหมายของบริษัทที่จะเติบโตไปกับการสร้างสังคมให้ดีขึ้น หลังจากพัฒนา Space Walker แล้วต่อไปจากพัฒนานวัตกรรมเพื่อผู้พิการเท้า มือ และผู้สูงอายุ และจะขยายตลาดไปสู่กลุ่มประเทศอาเซียนในอนาคต”

 

Namseng Insurance