เปิด 7 จุดแข็ง หุ้นน้องใหม่สุดแกร่ง “BGC” ผู้นำบรรจุภัณฑ์แก้วระดับภูมิภาค มาตรฐานระดับโลก

38121

ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะต้อนรับหุ้นน้องใหม่ที่มีความแข็งแกร่งทางธุรกิจ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นผู้นำตลาดในประเทศ แต่ยังมีศักยภาพไปถึงการเป็นผู้นำในระดับภูมิภาค นั่นคือ  บมจ.บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BG Container Glass Public Company Limited) หรือ BGC

บมจ. บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส คือบริษัทผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์แก้ว ซึ่งเป็นธุรกิจแรกเริ่มของกลุ่มบางกอกกล๊าส ตั้งแต่เมื่อ 40 ปีก่อน เมื่อบางกอกกล๊าสเริ่มขยายธุรกิจสู่ธุรกิจอื่นและจัดตั้งเป็นโฮลดิ้งคอมปะนี  กลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วจึงยกระดับขึ้นเป็นบริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส ในเครือบางกอกกล๊าส

ศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “BGC”) และบริษัทย่อย (“กลุ่มบริษัทฯ”) ผู้ผลิต จัดจำหน่าย ส่งออก และนำเข้าบรรจุภัณฑ์แก้ว กล่าวว่า BGC มีการเติบโตอย่างสูงในช่วงหลายปีมานี้  และการเติบโตที่เกิดขึ้นทำให้ต้องการแหล่งเงินทุนที่หลากหลาย เพื่อขยายธุรกิจออกไป ซึ่งช่วงเวลานี้เป็นจังหวะที่ดี ด้วยประสบการณ์ที่อยู่ในตลาดมาเป็นเวลานานและการเติบโตที่สะสมมา แม้สภาพคล่องทางการเงินของ BGC ในเวลานี้ถือว่าแข็งแกร่ง แต่ตนมองว่า บริษัทฯ ต้องการใช้เงินจากแหล่งเงินทุนที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้เราตัดสินใจนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อระดมทุนในปีนี้

การเป็นผู้นำตลาดบรรจุภัณฑ์แก้วของ BGC เกิดจากจุดแข็งและข้อได้เปรียบทางธุรกิจ 7 ด้านสำคัญ

1. การมีกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย (อ้างอิงจากรายงาน GlobalData Plc วันที่ 2 ก.พ. 2561) ทำให้ BGC มีความประหยัดเชิงขนาด (Economies of Scale) และสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตให้อยู่ในระดับที่ดีได้ BGC มีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 3,095 ตันต่อวันในปัจจุบัน จากโรงงาน 4 แห่ง และจะเพิ่มเป็น 3,495 ตันต่อวัน เมื่อโรงงานใหม่ ราชบุรีกล๊าส อินดัสทรี จำกัด (RBI) ที่มีกำลังการผลิต 400 ตันต่อวัน ด้วยเงินลงทุนเบื้องต้นประมาณ 2,500 ล้านบาท พร้อมเดินเครื่องการผลิตในปีนี้

2. มีกระบวนการผลิตที่มีเสถียรภาพและความยืดหยุ่น รองรับการผลิตในปริมาณมากและมีความหลากหลาย จากการที่ BGC มีโรงงานมากถึง 5 แห่ง โดยโรงงานอยุธยา โรงงานขอนแก่น และโรงงานปราจีนบุรี มีการบริหารให้รองรับการผลิตปริมาณมากเพื่อให้ได้ต้นทุนต่ำที่สุดสำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าในปริมาณมาก และโรงงานผลิตที่ปทุมธานีและโรงงานราชบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ถูกออกแบบมาเพื่อให้มีความยืดหยุ่นเพื่อรองรับการผลิตที่หลากหลาย

3. มีกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเครื่องจักรที่ทันสมัยที่สุดนำเข้าจากเยอรมัน และมีการลงทุนใช้โรบอตแขนกลในการทำความสะอาดแม่พิมพ์บนไลน์การผลิต รวมถึงการมีทีมงานที่เชี่ยวชาญด้านเทคนิคการผลิต

4. การมีความสัมพันธ์ที่ดีและยาวนานกับลูกค้าและผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบที่เชื่อถือได้ ศิลปรัตน์แบ่งความสัมพันธ์นี้ออกเป็น 2 ด้าน หนึ่งคือ ดีมานด์ ความต้องการของลูกค้า BGC มีคู่ค้าหลายรายที่เป็นหุ้นส่วน ทำธุรกิจด้วยกันมายาวนาน ทำให้รู้ใจกัน การทำธุรกิจร่วมกันจึงได้รับทั้งคุณภาพที่ดี ราคาที่เหมาะสม และการบริการที่เป็นเลิศ ทั้งนี้ กลุ่มบุญรอดนอกจากเป็นลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทฯ ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ผ่านทางบริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) บริษัทแม่ของ BGC ด้วย เช่นเดียวกับด้านซัพพลาย ความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ที่มีมาอย่างยาวนาน ทำให้เกิดความเข้าใจเรื่องความต้องการ คุณภาพ ราคาที่เหมาะสม ก็ทำให้ไลน์การผลิตดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและได้ต้นทุนที่ดี

5. การมีเครือข่ายโรงงานผลิตกระจายในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ โรงงานปทุมธานีสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าในพื้นที่รอบกรุงเทพฯ โดยเฉพาะกลุ่มบุญรอด ซึ่งเป็นผู้ผลิตเบียร์และโซดารายใหญ่ของประเทศไทย ขณะที่โรงงานขอนแก่นเป็นโรงงานแก้วแห่งเดียวของภาคอีสาน นอกจากให้บริการกับกลุ่มบุญรอดแล้วยังสามารถส่งไปให้กับเบียร์ลาวในสปป.ลาวได้ ส่วนโรงงานอยุธยารองรับกลุ่มลูกค้าภาคกลางและภาคเหนือ และโรงงานราชบุรี รองรับทั้งการเป็นประตูสู่ภาคใต้และกลุ่มโรงงานบนนถนนเส้นโรงงานพระราม 2  ขณะที่โรงงานปราจีนบุรี ซึ่งลงทุนกับกลุ่ม ที.ซี ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม ก็ถือเป็นเป็นโรงงานที่รองรับเมกะโปรเจคของประเทศอย่าง EEC

6. มีระบบมาตรฐานที่ใช้ในการควบคุมคุณภาพอยู่ในระดับสูง ถือเป็นความภูมิใจของ BGC ที่วันนี้สามารถยกระดับการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วมาตรฐานระดับโลกด้วยการได้รับมาตรฐานการผลิตจากทุกสถาบันที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ GMP, HACCP, ISO 9001, ISO 22000 และ FSSC 2200 และได้รับการยอมรับจากผู้ประกอบการเครื่องดื่มและอาหารจากภาคพื้นยุโรป ทั้งสเปน สวิสเซอร์แลนด์ อิตาลี โปรตุเกส รวมถึงแอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เลือกใช้บรรจุภัณฑ์แก้วจาก BGC นอกเหนือจากกลุ่ม CLMV และมาเลเซียที่เป็นตลาดต่างประเทศสำคัญ

7. มีการผสมผสานระหว่างทีมผู้บริหารระดับสูงที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์แก้วกับทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ ถือเป็นจุดที่แตกต่างจากหลาย ๆ บริษัทในธุรกิจนี้ ที่จะเน้นคนที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ BGC ผสมผสานระหว่างรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ โดยคนรุ่นใหม่มีหน้าที่หามุมมองใหม่ ๆ ขณะที่คนรุ่นเก่าก็จะนำประสบการณ์มาแลกเปลี่ยน เพื่อทำให้ BGC มีมุมมองที่กว้างไกลขึ้น สามารถนำ BGC เดินหน้ารับความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและความต้องการของตลาดได้เป็นอย่างดี

“กลยุทธ์ของ BGC ในเวลานี้คือ การทำให้การบริหารซัพพลายเชนของเรามีประสิทธิผลสูงสุด ผลิตสินค้าให้ได้ราคาเป็นธรรม สามารถสร้างผลตอบแทนและเป็นกำไรที่เหมาะสมให้แก่ผู้ถือหุ้น และตั้งเป้าหมายที่จะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาวที่เหมาะสม” ศิลปรัตน์กล่าว

โดยวัตถุประสงค์การระดมทุนครั้งนี้เพื่อชำระเงินกู้ยืมสำหรับการขยายโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วแห่งใหม่ในจังหวัดราชบุรี และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ ทั้งนี้ หลังจากที่ สำนักงาน ก.ล.ต. อนุมัติให้เสนอขายหุ้น IPO และแบบไฟลิ่งมีผลใช้บังคับ จะมีการกำหนดวันเสนอขายหุ้น IPO คาดว่าจะนำ บมจ.บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในปีนี้