CMO เฮฮา ปี 60 กลับมากำไร ประกาศยุทธศาสตร์ 3 ปี สู่รายได้ 2 พันล้านบาท

1310

ย้อนกลับไปราว 10-20 ปีก่อน ธุรกิจอีเวนท์ถือเป็นธุรกิจเนื้อหอมที่เจ้าของแบรนด์ต่างๆ เลือกใช้ในการสื่อสารการตลาด แคทวอล์กยาวเหยียดหน้าศูนย์การค้า หรือการโหนสลิงลงมาจากตึก กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่พูดถึงกันทั้งประเทศ

แต่เมื่อเทรนด์การตลาดเปลี่ยนไป การสื่อสารการตลาดจากแมส สู่เซ็กเมนต์ และซอยย่อยสู่ Nich ออนไลน์เข้ามามีบทบาทกับการสื่อสารการตลาดมากขึ้น ธุรกิจอีเวนท์จึงต้องปรับตัว  เหมือนกับ CMO อดีตผู้นำในธุรกิจอีเวนท์การตลาดเมืองไทย ที่วันนี้ปรับธุรกิจกระจายงานออกสู่การสร้างอีเวนท์อื่นๆ ควบคู่ไปกับอีเวนท์การตลาด จนสามารถพลิกธุรกิจจากขาลงกลับมาขึ้นได้อย่างสวยงาม และมีโอกาสในการเติบโตขึ้นได้อีก

 

 เสริมคุณ  คุณาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) หรือ CMO ผู้นำธุรกิจสื่อสารการตลาดแบบครบวงจรแห่งอาเซียน ครอบคลุมธุรกิจด้านอีเวนท์,ด้านเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ และธุรกิจไลฟ์สไตล์ เผยแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี ของ CMO ว่าจะดำเนินงานตามแผนธุรกิจ โดยแบ่งเป็น 3 กลยุทธ์หลักๆ ได้แก่

กลยุทธ์ที่ 1  รักษาความเป็นผู้นำด้านธุรกิจอีเวนท์ เอเจนซี่ อันดับหนึ่งของประเทศ ทั้งในแง่ของการเป็นผู้บริหารการจัดงาน และในกลุ่มของงานด้านบริการระบบภาพ แสงและเสียง แบบครบวงจร ตลอดจนนำเทคนิคที่ทันสมัยมาใช้ในธุรกิจ

กลยุทธ์ที่ 2  ดำเนินงานพัฒนาธุรกิจที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว (Tourist Attraction) เพื่อสร้างรายได้ประจำให้เกิดการเติบโตที่ยั่งยืน ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ดำเนินธุรกิจในรูปแบบนี้ 2 ธุรกิจ ด้วยกัน ได้แก่  หิมพานต์ อวตาร” การแสดงวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย ผสานเทคโนโลยีทันสมัย ในรูปแบบ 4 มิติ และธุรกิจสวนสนุกอิเมจิเนีย (Imaginia)

CMO ตั้งเป้าจะขยายแฟรนไชส์สวนสนุกอิเมจิเนีย เพิ่มประเทศละ 1 สาขา ซึ่งปัจจุบันมีแฟรนไชส์สวนสนุกแล้วที่ประเทศจีน และเตรียมเปิดอีกสาขาที่เวียดนาม ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จกลางปี 61

นอกจากนี้ CMO ยังต่อยอดธุรกิจให้มีความหลากหลาย เริ่มพัฒนาธุรกิจที่ไม่ใช่แค่การจัดอีเวนท์  เช่น การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ในงานอีเวนท์ ,การให้บริการติดตั้งอุปกรณ์ถาวร และทำ Mapping ที่ ศูนย์การค้า  รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากพื้นที่ Bangkok Creative Playground ซึ่งเป็นที่ตั้งของออฟฟิศ CMO โดยเปิดบริการให้เช่าสถานที่ในการถ่ายทำภาพยนตร์ ,ละคร ตลอดจนหนังโฆษณา ซึ่งที่ผ่านมาก็สร้างรายได้ประมาณ 9 ล้านบาท

กลยุทธ์ ที่ 3 มุ่งบริหารจัดงานอีเวนท์รูปแบบ International ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนหาพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายงานในต่างประเทศ แต่เลือกประเทศมากขึ้น โดยพิจารณาจากเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ เป็นหลัก

“บริษัทฯ ตั้งเป้าปี 61 รายได้ทั้งกลุ่มบริษัท อยู่ที่  1,400 ล้านบาท โดยการเติบโตของธุรกิจจะมาจากงานอีเวนท์ทุกรูปแบบ ,งานคอนเสิร์ต ตลอดจนธุรกิจสร้างแหล่งท่องเที่ยว (Tourist Attraction) ที่เริ่มชัดเจนมากขึ้นในปีนี้ และคาดว่าจะเติบโตเป็น 2,000 ล้านบาท ใน ปี 2564 แบ่งเป็นอีเวนท์ 70% และธุรกิจใหม่ 30% ทั้งนี้ บริษัทฯ มีงานอีเวนท์ที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ตลอดทั้งปีนี้ 620 ล้านบาท ทำให้มั่นใจว่าในปีนี้รายได้จะเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ได้แน่นอน” เสริมคุณ กล่าว

เสริมคุณยังมองทิศทางการเติบโตของ CMO ว่ามีแนวโน้มที่ดี โดยบริษัทฯ ได้รับการจัดงานอย่างต่อเนื่องในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก 5 กลุ่ม อาทิ 1.กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ 2.กลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ 3.กลุ่มอุตสาหกรรมการเงิน 4.กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการสื่อสาร และ 5.กลุ่มธุรกิจบริษัทไทยที่ขยายงานไปสู่ต่างประเทศ เป็นต้น

ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2561 บริษัทฯ มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ซึ่งได้รับงานระดับใหญ่ ครอบคลุมงานทุกรูปแบบ อาทิเช่น งาน “LINE TV: NEXPLOSION 2018” , งานเปิดตัวรถฟอร์ด “เรนเจอร์ แร็พเตอร์” (Ranger Raptor) ครั้งแรกของโลก ,งานเปิดตัวรถยนต์ All New Suzuki Swift 2018 ,การแข่งขันเกมส์ออนไลน์ “Lineage2 Revolution Tournament Thailand” , งาน Adfest 2018 ,ศูนย์การค้าเมกาบางนา เปิดโซนใหม่ MEGA FoodWalk  , Movie On The Beach 2018 ตลอดจนได้จัดงานในอาเซียน กับงานเปิดตัวเครื่องยนต์ดีเซลคูโบต้า รุ่น ZT ที่ประเทศกัมพูชา เป็นต้น

สำหรับผลการดำเนินงานปี 2560 (มกราคม-ธันวาคม 2560) CMO  มีรายได้รวม 1,362.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 162.59 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 13.55% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 43.57 ล้านบาท พลิกกลับมามีกำไร หลังจากที่ปี 59 ขาดทุน 32.4 ล้านบาท

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561  ยังมีมติให้เสนอผู้ถือหุ้นพิจารณาจ่ายเงินปันผลสำหรับการดำเนินงานประจำปี 2560  ในอัตราหุ้นละ 0.1 บาท โดยจะนำเสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติต่อไป บวกกับปันผลที่จ่ายไปแล้วเมื่อกลางปีที่แล้ว ซึ่งจ่ายไป 0.08 บาทต่อหุ้น ซึ่งหากผู้ถือหุ้นอนุมัติเงินปันผลจะเท่ากับเงินปันผลจ่ายทั้งปี 0.18 บาท/หุ้น ถ้าเปรียบเทียบกับราคาหุ้นในปัจจุบัน (ณ วันที่ 26 ก.พ. 61 ราคาหุ้น 2.04 บาท) คิดเป็นอัตราผลตอบแทนถึง 8.82% ซึ่งถือว่าเป็นหุ้นปันผลที่ให้ผลตอบแทนที่ดึงดูดใจ