ทางรอดธุรกิจยุคการตลาดแข่งขันดุเดือดในน่านน้ำสีแดงเข้ม

57
ภคศุภ เพ็ชรดี

ปี 2566 ตลาดงานกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดย “นักการตลาด” คือ หนึ่งในสายงานที่เนื้อหอมที่สุด เป็นที่หมายตาขององค์กรทุกขนาด ที่กำลังโหมลุยงานโดยเฉพาะฝ่ายขาย การตลาด และโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อช่วงชิงโอกาสในการขายสินค้าและบริการ หวังพลิกธุรกิจให้ฟื้นตัวกลับมาเร็วที่สุด รวมถึงเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดเดาได้ยากขึ้น ดังนั้น นักการตลาดยุคใหม่จึงต้องเสริมทักษะใหม่เพิ่มเติมโดยเฉพาะด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง

“ภคศุภ เพ็ชรดี” ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง บริษัทดิจิมัสเกตเทียส์ จำกัด ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งเอเจนซี่แถวหน้าของเมืองไทย  กล่าวว่า ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักการตลาดติดอันดับท็อป 5 อาชีพที่ตลาดงานต้องการสูงสุดมาตลอด และตอนนี้ก็จำเป็นต้องมีทักษะด้านการทำดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งเพิ่มเติม เพื่อเป็นแต้มต่อสร้างโอกาสการหางานใหม่ๆ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น โดยทักษะจำเป็นที่ตลาดมีความต้องการสูง คือ การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ความรู้ความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Insight) การนำเสนอภาพข้อมูล (Data Visualization) และการวางแผนการตลาดที่วัดผลได้ (Performance Marketing)

AIA Multi Pay 300x250px

“2566 ปีแห่งความเนื้อหอมของนักการตลาด เพราะเป็นที่ต้องการของทั้งเอเจนซี่ด้านการตลาด และองค์กรที่ต้องการสร้างทีมการตลาดภายในเอง ซึ่งแต่ละแบบมีจุดแข็งและจุดอ่อนต่างกัน โดยทีมการตลาดองค์กรมีจุดแข็งคือ มีความรู้ความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง (Insight) และรู้ประเด็นภายในเป็นอย่างดี แต่มีจุดอ่อนคือ องค์กรจะมีต้นทุนเพิ่มสูงมากเพื่อสร้างทีมให้เท่ากับการทำงานของเอเจนซี่ ส่วนเอเจนซี่การตลาดมีจุดแข็งคือ มีทีมงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในหลายธุรกิจ สามารถชี้ให้เห็นปัญหาจากมุมคนนอกและสะท้อนความต้องการของผู้บริโภคได้ดีกว่า อีกทั้งช่วยให้องค์กรคุมค่าใช้จ่ายได้และช่วยลดภาระงานในองค์กร แต่มีจุดอ่อน คือ อาจมีความเข้าใจประเด็นเฉพาะเจาะจงภายในองค์กรน้อยกว่าคนในองค์กรเอง ดังนั้น หากสามารถทำงานร่วมกันโดยเอาจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาเสริมกันก็จะสร้างผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า”

แม้ว่าช่วงที่ผ่านมา องค์กรหลายแห่งหันมาสร้างทีมการตลาดภายในเอง แต่ “ภคศุภ” เชื่อมั่นว่า เอเจนซี่การตลาดยังสามารถอยู่รอดและเติบโตต่อไปได้ หากสามารถสร้างความแตกต่างให้ตัวเอง เพื่อให้ลูกค้าไว้วางใจและเชื่อมั่นที่จะเลือกใช้บริการในยุคที่มาร์เก็ตติ้ง เอเจนซี่ ถือเป็นตลาดน่านน้ำสีแดงเข้ม (Dark-red Ocean) ที่มีเอเจนซี่ขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ ที่จดทะเบียนเป็นบริษัทมีมากกว่า 6,000 บริษัท และมีการแข่งขันกันสูงมากทั้งในแง่การหาลูกค้าใหม่และรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ให้นานที่สุด

“เอเจนซี่ต้องรู้และเชี่ยวชาญในสิ่งที่เราทำอยู่มากกว่าลูกค้า ต้องเป็นที่ปรึกษาในการวางกลยุทธ์ต่างๆ และสร้างตัวตนในการเป็นผู้เชี่ยวชาญในแขนงต่างๆ ของการตลาดในระดับที่คนอื่นไม่สามารถทดแทนได้ เช่น Performance Marketing, กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ (Brand Strategy) การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า (Customer Experience) เพื่อสร้างจุดเด่นและตอกย้ำความเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ ของตัวเอง นอกจากนี้ อาจพัฒนาหรือลงทุนต่อยอดด้านเทคโนโลยีของตัวเอง เพื่อสร้างความแตกต่างจากเอเจนซี่เจ้าอื่น และเป็นการเปิดโอกาสทางธุรกิจเพิ่มเติมด้วย”

สำหรับการปรับตัวของ “ดิจิมัสเกตเทียส์” ภคศุภกล่าวว่า บริษัทยังรักษาจุดแข็งเดิมคือ การเป็นดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง เอเจนซี่ ที่ให้บริการแบบวัดผลได้จริง ภายใต้งบประมาณที่เหมาะสม และสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ลูกค้า และที่ผ่านมา ได้เพิ่มบริการอื่นๆ เพื่อสามารถให้บริการการตลาดแบบครบวงจรแก่ลูกค้าได้ เช่น การวางแผนกลยุทธ์และการสื่อสารแบรนด์, การผลิตคอนเทนต์สร้างสรรค์, การพัฒนาเว็บไซต์, การวางแผนดิจิทัลมีเดีย, การวิเคราะห์ผลงาน, การบริหารจัดการ Influencer และ KOL เป็นต้น

NSI 65 (300x250)