จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ รุกแผนสร้าง Ecosystem หนุนธุรกิจเพลงให้เติบโตอย่างยั่งยืน

129

หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลาย ส่งผลให้อุตสาหกรรมดนตรีระดับโลก เริ่มฟื้นตัวและกลับมาเติบโตอีกครั้ง ซึ่งเทรนด์ตลาดเพลงโลกในปัจจุบันได้แสดงให้เห็นว่า กระแสเพลงเคป๊อป ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้คนเริ่มให้ความสนใจกลับมาฟังเพลงเก่ามากขึ้น รวมไปถึง แพลตฟอร์ม TikTok กลายเป็นสื่อที่ช่วยโปรโมทเพลงผ่านวีดีโอขนาดสั้นได้เป็นอย่างดี อีกทั้งคอนเสิร์ตและมหกรรมดนตรีต่างๆเริ่มกลับมาแสดงอีกครั้ง สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าอนาคตของอุตสาหกรรมดนตรี เริ่มที่จะสดใสและมีทิศทางเป็นไปในเชิงบวก จากปัจจัยเหล่านี้ทำให้ จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ มองเห็นโอกาสในการต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมเพลงไทย รวมทั้งนำเพลงไทยเข้าสู่อุตสาหกรรมดนตรีระดับโลก โดยหวังให้เป็น Soft Power ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างเม็ดเงินจำนวนมหาศาลให้กับประเทศไทย

นรมน ชูชีพชัย

นรมน ชูชีพชัย ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในอุตสาหกรรมเพลงไทย คนไทยยังนิยมฟังเพลงไทยมากถึง78% ส่วน 22% เป็นเพลงต่างชาติ โดยมีสัดส่วนประเภทเพลงลูกทุ่งถึง 48% และ 34% เป็นเพลงกระแสหลัก อย่าง ป๊อป, ร็อค, เรโทร, เพลงเก่า ที่เหลือ 18% จะเป็นเพลงกระแสใหม่ที่กำลังมาแรงประเภทไอดอล ฮิปฮอป อินดี้ โดยแกรมมี่ในตลาดเพลงไทยตามประเภทแนวเพลง มีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 50% ในทุกประเภท โดยเฉพาะเพลงร็อค ที่มีสัดส่วนมากถึง 91% ส่วนประเภทอื่นๆอย่าง เพลงในกระแส ประเภท ป๊อป, เรโทร และเพลงเก่าอยู่ที่ 58% ส่วนเพลงลูกทุ่งอยู่ที่ 63% แสดงให้เห็นว่า ธุรกิจเพลงของแกรมมี่ยังได้รับความนิยมและสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่จึงเดินหน้าสร้าง Ecosystem ให้กับธุรกิจเพลงตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ดังนี้ 

1.  กระบวนการสรรหา : เปิดรับสมัครออดิชั่นเฟ้นหาเด็กรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์ไม่ว่าจะเป็น ป๊อป ไอดอล ร็อค, อินดี้ ลูกทุ่ง และ ไทดอล นำมาฝึกฝนเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการเป็นศิลปินฝึกหัด อีกทั้งเพื่อเสริมกำลังในการพัฒนาคนเข้าสู่วงการเพลงมากขึ้น 

2.  กระบวนการพัฒนา : ศิลปินฝึกหัดทุกคนจะได้รับการพัฒนาทักษะด้านต่างๆจากสถาบันสอนวิชาชีพศิลปินด้วยมาตรฐานระดับโลก คือ จีเอ็มเอ็ม อะคาเดมี่ เพื่อมุ่งสู่การเป็นศิลปินมืออาชีพที่ได้มาตรฐานระดับสากล

3.  กระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน : เมื่อฝึกฝนจนผ่านมาตรฐาน International Quality Training Program และมีศักยภาพในการเป็นศิลปินมืออาชีพ ซึ่งในการสร้างสรรค์ผลงานของศิลปินแต่ละคน เรามุ่งดึงศักยภาพและความเป็นตัวตนของศิลปินออกมาทั้งสไตล์เพลง คาแรคเตอร์ จนพร้อมที่จะออกสู่ตลาด เมื่อออกไปแล้วเรายังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายสู่การเป็นมืออาชีพ เป็นซุปเปอร์สตาร์ต่อไป

“จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ยังได้มีแผนเปิดตัวค่ายเพลงเพิ่มเติมเพื่อรองรับความหลากหลายทางดนตรีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวค่ายเพลง ไทดอลมิวสิค เพื่อเจาะกลุ่มแฟนคลับคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นวัยรุ่นในภาคอีสาน รองรับกระแสลูกทุ่งอีสานเลือดใหม่ที่กำลังมาแรง ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่ความยั่งยืน คือ การสร้างเพลงไทยให้ไปสู่ระดับสากล ดังนั้น เราจึงต้องพัฒนาศิลปินให้มีจุดเด่น ประกอบกับพัฒนาเพลงให้มีความหลากหลายทางดนตรีมากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยได้ปรากฎสู่สายตาทั่วโลกและนำไปสู่การเป็น Soft Power ที่สำคัญของประเทศ ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนเข้าประเทศรวมไปถึงอุตสาหกรรมเพลงไทยได้อย่างต่อเนื่อง” นรมน กล่าว

ปัจจุบันแกรมมี่ได้สร้างศิลปินเลือดใหม่ที่มีความหลากหลายและครอบคลุมในหลายเซ็กเมนต์ โดยแบ่งเป็น ประเภทร็อค ได้แก่ ไททศมิตรทรีแมนดาวน์ทิลลี่เบิร์ดโจอี้ ภูวศิษฐ์ เจ้าของเพลงฮิต ดวงเดือน 170 ล้านวิว และเพิ่งสร้างปรากฏการณ์ 100 ล้านวิวยูทูปภายใน 2 สัปดาห์ กับเพลงนะหน้าทอง รวมทั้งวง PAPER PLANES สามารถขึ้นอันดับ 1 ของชาร์ต JOOX  ติดต่อกัน 5 สัปดาห์ จากเพลง เสแสร้ง พร้อมยอดวิว 85 ล้านภายในระยะเวลาไม่นาน นอกจากนี้ยังมี วง CLOCKWORKMOTIONLESS กับเพลง ปล่อย ที่ฮอตฮิตทั่วประเทศพร้อมยอดวิว 209 ล้าน และวง ONLY MONDAY วงดนตรีอินดี้ร็อคที่กำลังมาแรง 

ประเภทลูกทุ่ง-ไทดอล ที่มีฐานแฟนคลับนับล้านบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ได้แก่ ลำเพลิน วงศกร ที่มีผู้ติดตามบนYoutube 1.65 ล้านคน และแอปพลิเคชัน TikTok 1.2 ล้านคน เบลล์-นิภาดา ที่มีผู้ติดตามในแอปพลิเคชัน TikTok 4.7 ล้านคน และ Facebook 1.2 ล้านคน มีนตรา อินทิรา ที่มีผู้ติดตามในแอปพลิเคชัน TikTok 1.2 ล้านคน และFacebook 7.6 แสนคน ยังมี ตรี ชัยณรงค์ เจ้าพ่อพวงมาลัยเงินล้าน, เวียง นฤมลเบียร์ พร้อมพงษ์เน็ค นฤพลออยเลอร์ เบนซ์ เมืองเลย และ จา สิงห์ชัย             

ในส่วนศิลปินประเภทป๊อป เริ่มต้นต้อนรับวาระครบรอบ 36 ปี พร้อมเปิดอัลบั้มที่ 22 ของซูปเปอร์สตาร์ตลอดกาล เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ที่เปิดตัวส่งความสุขอย่างทั่วถึงทุกคนแบบ 720 องศา, ป๊อบ ปองกูล กับเพลง สลักจิต ที่ติดชาร์ตอันดับ 1 Billboard Thailand, อะตอม ชนกันต์ศิลปินมากฝีมือเจ้าของเพลงฮิตมากมาย รวมถึง meyou ศิลปินรุ่นใหม่ไฟแรง ที่มีเอกลักษณ์สไตล์เพลงเฉพาะตัว กับเพลงฮิตโดนใจวัยรุ่นหลายเพลง นอกจากนี้ยังมีศิลปินนิวเจเนเรชั่นที่กำลังมาแรง เป็นที่น่าจับตา อย่าง โมนิก้ามัจฉา และ คิน ธนชัย ที่ได้รับโอกาสให้เป็นพรีเซนเตอร์สินค้า รวมทั้งศิลปินฝึกหัดจาก GMM ACADEMY จำนวน 100 คน

นอกจากนี้ยังได้ร่วมเป็น Media Partner กับสื่อชั้นนำต่างๆ อาทิ วีจีไอ (VGI), รถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) ตั้งอยู่ในแหล่ง landmark สำคัญใจกลางเมือง เช่น สยามสแควร์, อโศก เป็นต้น โดยนำศิลปินในเครือแกรมมี่มาสร้าง Interactive ด้วย Content 3D เพื่อเชื่อมต่อศิลปินกับแฟนคลับให้ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น อีกทั้งเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการพัฒนาสร้างสรรค์คอนเท้นท์ให้มีความสนุกน่าสนใจและสามารถนำไปต่อยอดพัฒนาการสื่อสารการตลาดผ่านเสียงเพลง (Music Marketing) ให้มีรูปแบบที่แปลกใหม่หลากหลาย น่าสนใจเพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจนและเข้าถึงมากขึ้น

Krungthai-AXA Super 7 300x250px