ออฟฟิศเมท เปิดแนวรุกทั่วไทย ชวน SME ที่ใช่! ร่วมลุยธุรกิจ ตั้งเป้าเปิดทั่วประเทศ 100 สาขาในปีหน้า

216

หนึ่งในธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัล รีเทล ที่อยู่ยั้งยืนยังมายาวนานถึง 27 ปี ผ่านชีวิตมนุษย์เงินเดือนคนเมืองมาหลายๆ รุ่น  ชื่อ “ออฟฟิศเมท” คงจะเป็นร้านจำหน่ายอุปกรณ์สำนักงานที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะไม่ว่าจะหาอะไรที่ใช้กันในสำนักงาน ตั้งแต่ชิ้นเล็กๆ บนโต๊ะทำงาน ปากกา ดินสอ กระดาษ กรรไกร  หรือชิ้นใหญ่ๆ อย่างโต๊ะทำงาน ตู้เก็บเอกสาร 

แต่วันนี้ ออฟฟิศเมท กำลังจะก้าวเท้าครั้งใหญ่ สู่การเป็นร้านอุปกรณ์สำนักงานที่ดูแลผู้ประกอบการทั้งรายเล็ก รายใหญ่  เอสเอ็มอี ไปจนถึงบริษัท ห้างร้าน ส่วนราชการที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ด้วยกองทัพ “ออฟฟิศเมท พลัส” ร้านแฟรนไชส์ที่ผู้บริหารออฟฟิศเมท ตั้งเป้าจะเปิดให้ได้ถึง 100 ร้านภายในปีหน้า 

วิลาวรรณ ฤกษ์เกรียงไกร

วิลาวรรณ ฤกษ์เกรียงไกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจแฟรนไชส์ ออฟฟิศเมท พลัส ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ออฟฟิศเมท พลัส เป็นรูปแบบร้านแฟรนไชส์ ที่เปิดมาเมื่อราว 2 ปีที่ผ่านมา และเติบโตมาพร้อมกับสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2562-2565 โดยมองหาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในท้องถิ่นที่มีศักยภาพในการทำธุรกิจค้าปลีก โดยปัจจุบัน ออฟฟิศเมท พลัส มีสาขาทั้งสิ้น 40 สาขา ใน 35 จังหวัด (ณ เดือนมิถุนายน 2565)

“ในช่วงเริ่มต้นยอมรับว่า ยังหาสเปคของเอสเอ็มอีที่เหมาะจะร่วมธุรกิจกับออฟฟิศเมทไม่ชัดเจน แต่เมื่อออฟฟิศเมท พลัส สามารถขยายสาขาไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เราเห็นสเปคแฟรนไชส์ซีที่มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง ควรเป็นเอสเอ็มอีที่มีประสบการณ์ทำธุรกิจ มีธุรกิจครอบครัว อยากต่อยอดจากกิจการเดิมเพราะมีฐานลูกค้าธุรกิจในท้องถิ่น หรือเป็นนักลงทุนรุ่นใหม่ ที่ต้องการเรียนรู้ธุรกิจค้าปลีก มี passion ที่อยากจะสร้างธุรกิจให้เติบโต พร้อมที่จะสู้งาน เพราะไม่ใช่งานที่สบาย หรือสร้างรายได้คืนทุนในระยะสั้นๆ  แต่ต้องลุยงาน และมองความสำเร็จในระยะกลางถึงระยะยาว”

วิลาวรรณ กล่าวต่อว่า หลังจากเปิดแฟรนไชส์ออฟฟิศเมท พลัส จากเอสเอ็มอีที่ได้คุณสมบัติ พบว่ามีแนวโน้มเติบโตได้ดีมาก สามารถสร้างยอดขายทะลุล้านต่อเดือนได้อย่างรวดเร็ว แม้บริษัทฯ จะมีการการันตีกำไรช่วงเริ่มต้น 1 แสนบาททุกเดือน ตลอด 1 ปีแรก แต่ผู้ประกอบการก็สามารถทำกำไรเองมากถึงหลักแสนบาทต่อเดือน ในเวลาไม่กี่เดือนที่เริ่มเปิดร้าน  โดยปัจจุบันมีแฟรนไชส์ซีบางรายที่ต่อยอดความสำเร็จโดยเปิดสาขาสองกันแล้ว โดยมียอดขายสาขาแฟรนไชส์ออฟฟิศเมท พลัส เติบโตเฉลี่ย 189% ต่อปี ด้วยสินค้าเพื่อธุรกิจกว่า 100,000 รายการ และช่องทางขายแบบ Omnichannel ที่พร้อมให้แฟรนไชส์ซีขายได้ทั้งหน้าร้าน และระบบออนไลน์หลังร้าน  มีบริการจัดส่งฟรีถึงบ้านและออฟฟิศ (ตามกำหนด) ทำให้ร้านแฟรนไชส์สร้างรายได้ต่อเนื่อง สามารถคืนทุนใน 3-4 ปี จากการลงทุนเริ่มต้น 2.9 ล้านบาท 

โดยรายได้เฉลี่ยของแฟรนไชส์ซี ออฟฟิศเมท พลัส 40 สาขาที่เปิดบริการไปแล้ว มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนราว 8-9 แสนบาท คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อปีราว 6-8 ล้านบาท 

เอสเอ็มอีที่ได้รับเลือกให้เป็นแฟรนไชส์ซี่กับออฟฟิศเมท พลัส จะได้รับการสนับสนุนตั้งแต่ การวิเคราะห์ลูกค้า สำรวจตลาด และคู่แข่ง เพื่อสร้างโอกาสในการขาย  คำแนะนำในการจดทะเบียนบริษัท ทะเบียนการค้า  การออกแบบตกแต่งร้าน คัดเลือกสินค้าเข้าร้าน และการจัดเรียงสินค้า มีการสอนระบบการขายและบริหารจัดการร้าน ระบบ POS การตรวจเช็คสต็อกสินค้าภายในร้าน การเติมสต็อก และการปิดบัญชี  มีการอบรมเทคนิคการขาย ทั้งการขายหน้าร้าน การขายองค์กร และการติดตามลูกค้าเพื่อให้ปิดการขายได้สำเร็จ มีที่ปรึกษาด้านการเงินจากธนาคารกสิกรไทย เสนออัตราสินเชื่อการร่วมลงทุนกับออฟฟิศเมท พลัส และมีการจัดกิจกรรมวันเปิดร้าน เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับลูกค้าท้องถิ่น 

ด้านการสนับสนุนการตลาด จะช่วยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ อย่างสม่ำเสมอ ทั้งกิจกรรมวันเปิดสาขา การเข้าถึงลูกค้าองค์กร  มีสื่อภายในร้าน ทั้ง In-Store Radio & TV ที่ปรับเปลี่ยนตามโปรโมชั่นรายเดือน  พร้อมทั้งสื่อสนับสนุนการขาย Catalog รายเดือน รายปี  การจัดกิจกรรม อีเวนต์ โปรโมชั่น แนะนำการเปิด Line Official Account และ Facebookของสาขา เพื่อใช้เป็นช่องทางการสื่อสาขากับลูกค้า แนะนำการสร้าง Marketing Content ผ่านช่องทางออนไลน์ และโชเชียลมีเดีย จัดแคมเปญพิเศษตามเทศกาล และร่วมวางแผนแนะนำการทำตลาดท้องถิ่นให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย และความต้องการของลูกค้าในพื้นที่นั้นๆ  

สำหรับเป้าหมายการขยายสาขาออฟฟิศเมท พลัส วิลาวรรณ กล่าวว่า วางเป้าหมายขยายเพิ่มเป็น 60 สาขาในปีนี้ โดยจะเน้นการมองหาเอสเอ็มอีในทุกภูมิภาค แต่จะให้ความสำคัญกับจังหวัดที่มีศักยภาพตลาดสูง อาทิ เชียงใหม่, ลำพูน, สระแก้ว, อำนาจเจริญ, ขอนแก่น, หนองคาย,กาญจนบุรี, อยุธยา, สงขลา, ภูเก็ต และกระบี่  โดยแต่ละจังหวัดจะเน้นเปิดสาขาอำเภอละ 1 สาขา แต่ก็สามารถมีสาขาเพิ่มได้หากเป็นเมืองใหญ่  ซึ่งเมื่อเปิดครบ 100 สาขาในปีหน้าแล้ว ก็จะวางเป้าเพิ่มเป็น 300 สาขา ในปี 2568 สำหรับการเปิดออฟฟิศเมท ของบริษัทฯ ก็จะเน้นเปิดให้ศูนย์การค้า ปีนี้จะเปิดเพิ่มอีก 2 สาขา มีเป้าหมายเพื่อการสร้าง Brand Royalty มากกว่าการขาย 

“อุปกรณ์สำนักงานไม่ใช่สินค้าแฟชั่น จึงมี Lifecycle ที่ยาวนาน มีการซื้อซ้ำอยู่ตลอดเวลา สินค้าส่วนใหญ่ไม่มีวันหมดอายุ ไม่เน่าเสีย จึงอยากเชิญชวนเอสเอ็มอีที่อยากลงทุน แต่ยังไม่รู้จะลงทุนทำอะไร เสนอตัวเข้ามา เพราะวันนี้ตลาดที่มีความต้องการอุปกรณ์สำนักงานมีความต้องการสูง ทั้งกลุ่มเอสเอ็มอีที่ทำธุรกิจอยู่ราว 5 ล้านราย หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนในภูมิภาค เป็นโอกาสที่จะเติบโตไปด้วยกัน” วิลาวรรณกล่าว 

Krungthai-AXA Super 7 300x250px