SMPC H2/64 สดใสออเดอร์ล้นยาว เน้นขายถังแก๊สขนาดใหญ่ได้มาร์จิ้นสูง หนุนยอดขายโต 2 หลัก

130

SMPC ชี้แนวโน้มครึ่งปีหลังออเดอร์ยังไหลเข้าต่อเนื่อง สอดรับดีมานด์ในตลาดที่ยังอยู่ในระดับสูงจากภูมิภาคหลัก โดยเฉพาะยอดขายในทวีปแอฟริกา และอเมริกาเหนือ เติบโตแรง มั่นใจว่าทั้งปี 64 จะขายได้ 8 ล้านใบ เพิ่มจากปี 63 ทำได้ 7.2 ล้านใบ เน้นเป็นผู้นำตลาดถังแก๊สขนาดใหญ่ ซึ่งมีผู้ขายน้อยราย ได้มาร์จิ้นสูงกว่าถังขนาดเล็ก ขณะที่เงินบาทอ่อนค่า ลูกค้าสามารถรับภาระค่าขนส่งได้มากขึ้นกว่าในช่วงต้นปีที่ผ่านมาถือเป็นปัจจัยบวก หนุนยอดขายทั้งปีนี้ทำได้ตามแผน10-15%

สุรศักดิ์ เอิบสิริสุข ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) หรือ SMPC ประกอบธุรกิจผลิตถังทนความดันแบบต่างๆ โดยผลิตภัณฑ์หลักเป็นถังสำหรับบรรจุแก๊สปิโตรเลียมเหลว (LPG) เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงหุงต้ม และสำหรับใช้เป็นแหล่งพลังงานรถยนต์ โดยจำหน่ายภายในและต่างประเทศ ภายใต้เครื่องหมายการค้า “SMPC” รวมทั้งรับจ้างผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าต่างๆ  เปิดเผยถึง แนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะดีกว่าในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา โดยออเดอร์ยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมากไปถึงปลายปีแล้ว ขณะที่ลูกค้าสามารถรับภาระค่าใช้จ่ายจากสถานการณ์การส่งออกทางเรือได้มากขึ้น และแนวโน้มการอ่อนค่าของค่าเงินบาทส่งผลบวกต่อบริษัท ขณะเดียวกันสำหรับปีนี้บริษัทได้มีการขยายตลาดใหม่ๆ เพิ่ม ได้แก่ ในทวีปอเมริกาใต้ หลังจากที่ยอดขายในทวีปอเมริกาเหนือเติบโตแรง นอกจากนี้ยังมีประเทศในแถบแอฟริกาที่ยังมีโอกาสการเติบโตอีกมาก ขณะที่ตลาด CLMV ก็มียอดขายดีขึ้นเช่นเดียวกัน เชื่อว่าจะช่วยสนับสนุนยอดขายในปีนี้ให้เติบโต  10-15% ได้ตามแผน

AIA Health Happy

“แนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีหลังมีทิศทางสดใสขึ้น บริษัทมีคำสั่งซื้อยาวเกือบถึงสิ้นปี 2564 โดยเน้นการขายถังแก๊สขนาดใหญ่ (ถังสามส่วน) เพราะอัตรากำไรสูงกว่าถังขนาดเล็ก ขณะที่เงินบาทอ่อนค่า ลูกค้าสามารถรับภาระค่าขนส่งได้มากขึ้นกว่าในช่วงต้นปีที่ผ่านมา และบริษัทเน้นการขายแบบ FOB มากขึ้น (เฉลี่ยครึ่งปี H1/2564 = 75%, ปี 2563 = 60%) เพื่อลดความเสี่ยงจากค่าขนส่งที่อาจสูงขึ้นมาก แม้ปริมาณการขายถังก๊าซในช่วงครึ่งปีแรก จะทำได้ 3.5 ล้านใบ แต่ยังมั่นใจว่าทั้งปี 64 จะขายได้ 8 ล้านใบ ตามแผน เพิ่มจากปี 2563 ที่ขายได้ 7.2 ล้านใบ” สุรศักดิ์ กล่าว

โดยรายได้หลักกว่า 95% มาจากตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปแอฟริกา อเมริกาเหนือ และเอเชียแปซิฟิก มีสัดส่วนรวมกันมากกว่า 80% ของยอดขาย ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการใช้ LPG เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยทวีปแอฟริกาและเอเชียแปซิฟิกมีการคาดการณ์ว่าจะเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในช่วง 10 ปีข้างหน้า เนื่องจากยังเป็นตลาดที่มีอัตราการใช้แก๊สต่อประชากรที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว ส่วนตลาดในประเทศมีสัดส่วนเพียง 3% เป็นตลาดที่อิ่มตัว มีการบริโภคก๊าซ 32-33 กิโลกรัม/คน/ปี แต่เป็นตลาดที่ต้องมีการตรวจคุณภาพถังก๊าซทุกๆ 5 ปี ทำให้บริษัทมีรายได้บางส่วนจากการรับซ่อมและตรวจสอบคุณภาพถังสม่ำเสมอ

ส่วนสถานการณ์ราคาเหล็กในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อบริษัทบางส่วน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนโยบายการเสนอราคาของบริษัทเป็นแบบ Cost plus และลูกค้าบางรายที่เป็นออเดอร์ระยะยาว จะมีเงื่อนไขให้บริษัทสามารถเจรจาปรับราคาได้หากมีการเปลี่ยนแปลงของราคาเหล็กมาก ประกอบกับบริษัทยังคงมีสต๊อกเหล็กที่ราคาไม่สูงมากสำรองไว้จำนวนหนึ่ง จึงคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อมาร์จิ้นมากนัก ในทางกลับกัน แนวโน้มราคาเหล็กที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าบางรายตัดสินใจสั่งซื้อในปริมาณที่มากขึ้นและเร็วขึ้น เป็นผลให้ยอดขายเติบโตมากขึ้นด้วย

โตเกียวมารีนประกันภัย