รู้จักแพทย์แผนไทยประยุกต์ ศาสตร์การรักษาด้วยการป้องกัน เพื่อชีวิตที่สดใส

541

ในขณะที่โลกกำลังต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดมานานเกือบจะครบ 2 ปี โดยมีเพียงวัคซีนที่จะช่วยป้องกันความรุนแรงในการติดเชื้อ เพราะยังไม่มียาใดๆ ที่จะรักษาผู้ติดเชื้อได้โดยตรง มีเพียงยาฟาวิพิราเวียร์  ซึ่งเป็นยารักษาโรคไข้หวัดใหญ่  ที่ทั่วโลกใช้เป็นยารักษาผู้ติดเชื้อเริ่มต้น โดยต้องอยู่ในการดุลพินิจของแพทย์เท่านั้น

แต่ในประเทศไทย พบว่า สมุนไพรไทยอย่าง “ฟ้าทะลายโจร” ก็กลายเป็นพระเอกในการรักษาผู้ติดเชื้อได้ดีจนเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์เช่นกัน และประชาชนสามารถหาซื้อมาบริโภคได้ภายใต้ข้อกำหนดทางการแพทย์

AIA Health Happy

การแพทย์แผนไทย และสมุนไพรไทย ถือเป็น การแพทย์ที่ดูแลสุขภาพคนไทยมานานนับพันปี จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พบว่ามีการใช้ยาจากสมุนไพรในการรักษาโรคในอาโรคยศาลากว่า 100 แห่ง ตั้งแต่ก่อนตั้งกรุงสุโขทัย   และได้พัฒนามาตลอดช่วงประวัติศาสตร์ของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสุโขทัยและรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีการรวบรวม สังคายนา บันทึกองค์ความรู้การแพทย์แผนไทย ตำรับยาไทย การนวดไทยเป็นจารึก คัมภีร์ และตำราการแพทย์แผนไทยต่าง ๆ  จนมาถึงสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อมีการก่อตั้งโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเป็นโรงพยาบาลการแพทย์แผนตะวันตกแห่งแรกของประเทศในปี พ.ศ. 2430  ได้มีทั้งการรักษาพยาบาลด้วยการแพทย์แผนไทย และการเรียนการสอนการแพทย์แผนไทยควบคู่ไปกับการรักษาและการเรียนการสอนการแพทย์แผนตะวันตกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2432

แต่เมื่อการแพทย์แผนปัจจุบัน จากฝั่งตะวันตกเข้ามีบทบาท แพร่หลายมากขึ้น และกลายเป็นเสาหลักของระบบการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศ ทำให้บทบาทของการแพทย์แผนไทยในการดูแลสุขภาพคนไทยลดน้อยลงมาก

แพทย์แผนไทย ศาสตร์โบราณที่เหมาะกับคนเมืองในยุคปัจจุบัน

พท. ป .เมธิศา ธรรมวันนา

พท.ป.เมธิศา ธรรมวันนา  แพทย์แผนไทยประยุกต์ ประจำธรรมานามัยคลินิก (พท.ป.3056) ให้ความเห็นว่า แพทย์แผนไทย คือศาสตร์โบราณที่ใช้ในการดูแล ส่งเสริม และป้องกันโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับคน โดยใช้สมุนไพร และหัตถกรรมบำบัดในการรักษา  หรือการใช้มือในการรักษา โดยหัตถการที่เด่นของไทย คือการกดจุดนวด นวดรักษา การอบสมุนไพร

“คนทั่วไปจะมองว่า ต้องเกิดอาการป่วยก่อน  เป็นโรคก่อนจึงจะไปรักษา ซึ่งแพทย์แผนปัจจุบันจะเน้นให้เป็นโรคก่อนจึงไปรักษา แต่สำหรับแพทย์แผนไทย เป็นการป้องกันก่อนที่จะป่วย  ทำให้ผลสำเร็จอาจจะไม่ชัดเจน เท่ากับการรักษาของแพทย์แผนปัจจุบัน”

ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเมืองในปัจจุบัน เป็นไปด้วยความรีบเร่ง  รีบเดินทาง ทำงานหนัก  รีบกิน นอนน้อย  เต็มไปด้วยความเครียด  ซึ่งโรคภัยไข้เจ็บก็จะตามมากับพฤติกรรมเหล่านี้

รีบกิน ส่งผลให้ท้องอืด  นั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน ตลอดจนการนั่งจ้องสมาร์ทโฟน ในอิริยาบถเดิมๆ เป็นเวลานาน ก่อเกิดโรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อได้ง่าย ซึ่งหากไม่มีการรักษาโดยเร็ว โรคกล้ามเนื้อก็จะพัฒนาต่อไปเป็นโรคอื่นๆ เช่น โรคทางกระดูก และข้อต่อต่างๆ  ก็ทำให้การรักษายากขึ้น

“ปัญหาเกี่ยวกับโรคกล้ามเนื้อในคนไทยเพิ่มมากขึ้น ในอดีตกลุ่มคนวัยกลางคน เริ่มทำงานไปช่วงเวลาหนึ่งจึงเริ่มปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ แต่วันนี้เราพบคนที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีลงมา ก็มีปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ ตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัย การเรียนที่ต้องนั่งโต๊ะเลคเชอร์ จดจ่ออยู่ที่กับที่  ใช้คอมพิวเตอร์นาน นอกจากนี้ ยังมีปัญหาที่เกิดจากการกิน ที่ทำให้เด็กมีปัญหาโรคอ้วนกันมากขึ้น อาหาร Junk Food ซึ่งสะดวกที่จะกิน เมื่อรีบกิน ระบบการย่อยก็จะไม่ดี ส่งผลให้เป็นโรคอ้วน ความดัน เบาหวาน สิ่งเหล่านี้ส่งผลกับร่างกายเรา การทานอาหาร การอดอาหาร การกลั้นปัสสาวะ อุจจาระ การนอนดึก การทำงานเกินกำลัง ล้วนแต่ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพ ซึ่งปัญหาสุขภาพนี้ การแพทย์แผนไทยประยุกต์สามารถดูแล และป้องกันได้” พท.ป.เมธิศา ธรรมวันนา กล่าว

แนวทางของการแพทย์แผนไทยประยุกต์ มีอยู่ 2 ด้าน ประกอบด้วย หัตถการบำบัด  และยาแผนไทย หรือสมุนไพร

ที่ธรรมานามัยคลินิก การทำหัตถการบำบัด  จะใช้แพทย์แผนไทยที่จบหลักสูตรจากมหาวิทยาลัย คณะแพทย์แผนไทยประยุกต์ มีความรู้ด้านกายวิภาคศาสตร์ หรือ Anatomy  และมีใบประกอบโรคศิลปะ และมีเลขประกอบวิชาชีพหมอ

โดยจุดเด่นของการรักษาแพทย์แผนไทยประยุกต์  คือ การมีเวลาในการใส่ใจคนไข้มากกว่า แพทย์แผนปัจจุบันจะมีเวลาในการวินิจฉัยโรคเพียงช่วงเวลาสั้นๆ  แต่แพทย์แผนไทยจะมีเวลาอยู่กับคนไข้  เพราะคนไข้แต่ละคนมีสาเหตุของการป่วยต่างกัน  อาจไม่ใช่อาการปวดเมื่อยเพียงอย่างเดียว แต่มีองค์ประกอบจากปัญหารอบด้าน ทั้งจากจิตใจ การทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน  ดังนั้น การได้พูดคุยกับคนไข้ก่อนการรักษาจึงเป็นสิ่งสำคัญของธรรมานามัยคลินิก 

“ทุกคนที่เข้ามารักษาจะต้องเริ่มจากการพูดคุยสอบพฤติกรรม เป็นการแพทย์แบบองค์รวม ไม่ใช่ปวดหัวมาก็จ่ายยาไป แต่เป็นการวางแผนการรักษาแบบเฉพาะคน  เช่น อาการปวดบ่า มา 10 คน ไม่ได้มีอาการปวดเหมือนกันจุดเดียว บางคนปวดร้าวไปด้านหน้า หรือบางคนปวดไปถึงด้านหลัง ไม่เหมือนกันในแต่ละคน เราจะเข้าใจถึงต้นตอของปัญหาอาการป่วย ซึ่งจะทำให้การวางแผนการรักษาได้ถูกทาง” พท.ป.เมธิศา ธรรมวันนา อธิบายถึงแนวทางการรักษา

พท.ป.เมธิศา  ยอมรับว่า การรักษาด้วยหัตถการบำบัด อาจต้องใช้เวลา เพรากว่าที่คนๆ หนึ่งจะเกิดอาการปวดหลังที่ปวดมากจนหมอนรองกระดูกเคลื่อน ต้องใช้เวลาสั่งสมมานับ 10 ปี ดังนั้นคนหนุ่มสาว ที่เริ่มมีอาการปวดเมื่อย และรีบเข้ารักษา ก็จะมีโอกาสที่จะหายเร็วกว่าคนสูงอายุ  

ที่ผ่านมาผู้ที่มีอาการปวดเมื่อยจะใช้การนวดยา ทานยา  แต่การทานยาเป็นการกดความรู้สึกปวดในสมอง กล้ามเนื้อก็ยังคงปวดอยู่  ต่างจากการทำหัตถการบำบัดที่มุ่งการรักษาที่ต้นเหตุ โดยอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบางอย่างต้องรีบแก้ไข้อย่างรวดเร็ว เช่น อาการตกหมอน คอเคล็ด ข้อเท้าแพลง ยอกหลัง เมื่อได้รับการรักษา ก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติในเวลาไม่นาน แต่สำหรับอาการปวดเรื้อรังก็ต้องใช้เวลา ทุกคนที่รักษากลับไปอาจจะไม่หายกลับเป็นปกติ แต่จะรู้สึกดีขึ้นเป็นลำดับ เพราะอาการเรื้อรังย่อมต้องใช้เวลาในการรักษา  

ขณะที่แนวทางในการรักษาด้วยยาแผนไทย หรือสมุนไพร  ที่ธรรมานามัยคลินิก จะไม่ใช้สมุนไพรเดี่ยว แต่จะมีการใช้ยาที่ปรุงเป็นตำรับยา  และจ่ายยาตำรับเฉพาะของผู้ป่วยแต่ละคน  ผู้ป่วยเป็นอะไร มีธาตุอะไร อาการเป็นอย่างไร ก็จะจ่ายยาให้เหมาะสมกับผู้นั้น  แต่เพื่อความสะดวกก็จะมีการปรุงเป็นยาตำรับเฉพาะโรค   เช่น กลุ่มอาการกล้ามเนื้อ ท้องอืดท้องเฟ้อ กลุ่มมดลูก เป็นยาจากคัมภีร์ไทยโบราณ ที่ส่งต่อมารุ่นต่อรุ่น มีการใช้จริง หายจากป่วยจริง

ตัวอย่างเช่น ตำรับยาที่จ่ายให้ผู้ป่วยในคลินิกอย่าง ตำรับประสะทะลายโจรที่มีฤทธิ์เย็นช่วยแก้อาการอักเสบ และเพื่อคุมฤทธิ์ไม่ให้เย็นเกินไป ในตำรับ จึงมีพริกไทย ขิง ดีปรี และสมุนไพรอื่นๆ ที่มีฤทธิ์เผ็ดร้อน  มาแก้อาการชาปลายมือปลายเท้าที่มีความเย็นมาเกาะ เพราะมีฤทธิ์ร้อน  ช่วยกระจายเลือด ลม 

“แพทย์แผนไทยประยุกต์ ถือเป็ผนแนวทางที่ดีในยุคปัจจุบัน เพราะเป็นการป้องกันก่อนที่จะเกิดโรค เราไม่อยากให้คนป่วยไข้เล็กน้อยก็ต้องไปโรงพยาบาล อยากให้เมื่อมีอาการเจ็บคอ จิบน้ำอุ่นบ่อยๆ หรือจิบน้ำขิง  ลดภาระของโรงพยาบาล  ภูมิปัญญาเหล่านี้มีมาแต่โบราณ  แต่เมื่อเราพึ่งพาแพทย์แผนปัจจุบัน จึงขาดภูมิความรู้ในการดูแลตัวเองเบื้องต้น ต้นไม้ทุกต้นมีสรรพคุณหมด เปลือกลูกทับทิบ มีรสฝาดเมื่อนำไปต้มน้ำ จะช่วยแก้อาการท้องเสียที่ไม่รุนแรงได้ ใบพลับพลึง ปิ้งไฟสามารถนำมาประคบอาการปวดได้  เจ็บคอก็เด็ดใบฟ้าทะลายโจรมาต้ม หรือบด กิน  ถ้าเรามีความรู้เหล่านี้ เรากะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษา คนก็จะไม่ไปแออัดอยู่ในโรงพยาบาล ลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศมูลค่ามหาศาลได้”  พท.ป.เมธิศา ธรรมวันนา กล่าวสรุป

ทำความรู้จักกับธรรมนามัยคลินิก

 

ธรรมานามัยคลินิก คือ คลินิกการแพทย์แผนไทย และการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ที่มุ่งเน้นด้านการดูแล ส่งเสริม รักษา และฟื้นฟู ผู้มารับบริการด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย  โดยมีการให้บริการ  2 ส่วนสำคัญ  คือ

1) การรักษาด้วยศาสตร์ทางด้านหัตถเวชกรรมแผนไทย  ประกอบด้วย

นวดเพื่อการรักษา(Therapeutic Massage)

การนวดเพื่อการรักษา บรรเทาอาการของกลุ่มโรคกล้ามเนื้อ เพื่อทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ

การดูแลมารดาขณะตั้งครรภ์ (Prenatal Care)

การนวดเพื่อช่วยลดอาการปวดเมื่อยในขณะตั้งครรภ์ ช่วยให้ผ่อนคลาย

การดูแลมารดาหลังคลอด (Postpartum Care)

โปรแกรมช่วยฟื้นฟูสุขภาพร่างกายมารดาหลังคลอดที่เมื่อยล้าจากการคลอดบุตรให้กลับสู่สภาวะปกติเร็วขึ้น  ช่วยให้มดลูกเข้าอู่ ขับน้ำคาวปลา กระตุ้นการไหลของน้ำนม ทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องกระชับ ท้องยุบได้เร็วขึ้น และช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนของเลือด

การนวดสร้างเสริมสุขภาพ (Relax Massage)

การนวดเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ช่วยให้กล้ามเนื้อและข้อต่อทำงานได้ดีขึ้น ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และช่วยผ่อนคลายความเครียด

2) การรักษาโรคทั่วไปด้วยสมุนไพร   เช่น โรคระบบทางเดินอาหาร  โรคระบบทางเดินหายใจ โรคในบุรุษและสตรี เป็นต้น

นัดหมายก่อนเข้ารับบริการ 

 โทร. 02-040-6400,   Mobile : 095-516-9717

E-Mail : info@dhammaclinic.com

Website : www.dhammaclinic.com

Facebook , Instagram, Line :  dhammaclinic

โตเกียวมารีนประกันภัย