การ์ทเนอร์ ชี้ “วัคซีนพาสปอร์ต” คือ ความท้าทายสู่การฟื้นตัวหลังการแพร่ระบาด

187

ใบรับรองวัคซีนดิจิทัลหรือที่รู้จักกันในชื่อวัคซีนพาสปอร์ต ถือเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาใหม่ที่มีความเป็นไปได้ในการสนับสนุนธุรกิจให้กลับมาดำเนินต่อและให้สังคมกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมอีกครั้งทั่วประเทศและทั่วโลก นอกจากช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อระลอกใหม่แล้ว ยังเป็นการเพิ่มโอกาสและความสะดวกในการส่งบุคคลที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้วกลับมายังสถานที่กักตัว เช่น สถานที่ทำงาน และประเทศที่เปิดให้เดินทางระหว่างประเทศ

 ช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมากลุ่มบริษัทเทคโนโลยีและสุขภาพขนาดใหญ่หลายแห่งได้ร่วมมือกันเปิดตัว “โครงการหนังสือรับรองประวัติการรับวัคซีน (The Vaccine Credential Initiative)” เพื่อสร้างระบบการจัดเก็บข้อมูลและเรียกดูบันทึกการรับวัคซีนแบบดิจิทัล ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันองค์การอนามัยโลก (WHO) ก็ได้เปิดตัวคณะทำงานด้านสุขภาพดิจิทัลเพื่อพัฒนากรอบการทำงานและมาตรฐานใบรับรองวัคซีนดิจิทัลอัจฉริยะสำหรับโรคไข้เหลืองและโควิด-19 เพื่อปูทางไปสู่การเพิ่มการรับรองการรับวัคซีนประเภทอื่น ๆ ในภายหลัง

AIA Health Happy

 ความพยายามอย่างหนักจากทุกภาคส่วนเหล่านี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาวัคซีนพาสปอร์ตให้เกิดขึ้นจริง แม้จะยังมีคำถามสำคัญหลายประการ ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ แหล่งที่มาและการตรวจสอบข้อมูล รวมถึงคำจำกัดความของภูมิคุ้มกันในกลุ่มของพวกเขา

 ความไม่แน่นอนของวัคซีนพาสปอร์ต

การนำวัคซีนพาสปอร์ตมาใช้ในวงกว้างมีอุปสรรคเกิดขึ้นมากมาย องค์กรภาคเอกชนและภาครัฐต้องทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจส่งผลเสียเช่นเดียวกับคำมั่นสัญญา จึงจะสามารถวางแผนการนำมาใช้จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 10 คำถามสำคัญที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรวมถึงผู้กำหนดนโยบายของรัฐหรือองค์กรควรร่วมค้นหาคำตอบ

 การกำหนดมาตรฐาน– ใครจะเป็นผู้กำหนดมาตรฐานทั่วโลกจะมีหลายมาตรฐานหรือไม่กำหนดความหมายของภูมิคุ้มกันไว้อย่างไร?

การนำมาใช้– ใบรับรองจะถูกนำมาใช้อย่างไรใช้กับการเดินทางการทำงานหรือ ความบันเทิงโดยการใช้งานใบรับรองนี้จะผ่านการตรวจสอบทางกฏหมายด้วยหรือไม่?

การให้การยอมรับ– ใครจะยอมรับใบรับรองวัคซีนนั้นบ้างหากมีใบรับรองหลายแบบ จะมีใบรับรองไหนที่ได้รับการรับรองในวงกว้างมากกว่าใบรับรองอื่น ๆ ?

 

การเห็นด้วย– ประชาชนจะใช้ใบรับรองเหล่านี้ด้วยหรือไม่ใบรับรองจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไหม?

การให้ความเสมอภาค– ประชาชนจะสามารถเข้าถึงและจัดการข้อมูลดิจิทัลส่วนตัวได้ด้วยไหมใบรับรองจะทำให้เกิดการตีตราทางสังคมหรือเกิดการแบ่งแยกทางดิจิทัลที่รุนแรงขึ้นหรือไม่?

การกำกับดูแล– ใครจะเป็นผู้ดูแลระบบและข้อมูลความเป็นส่วนตัวจะได้รับการคุ้มครองอย่างไรการปลอมแปลงเอกสารจะถูกค้นพบและจัดการอย่างไร?

การนำมาใช้ประโยชน์หลากหลาย– ใบรับรองจะมีวันหมดอายุไหมหากวัคซีนมีผลในระยะเวลาจำกัดใบรับรองควรต้องมีข้อมูลภูมิคุ้มกันสำหรับสายพันธ์อื่น ๆ ด้วยหรือไม่ความแตกต่างของกลุ่มบุคคลจะทำให้การแสดงผลประสิทธิภาพของวัคซีนต่างกันไหม?

การตรวจสอบและพิสูจน์- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันจะได้รับการตรวจสอบอย่างไรใครจะเข้าถึงบันทึกการฉีดวัคซีนได้บ้างจะยืนยันความถูกต้องของข้อมูลนั้นอย่างไร?

การนำระบบโครงสร้างพื้นฐานมาใช้ – โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้วสามารถจัดการข้อมูลและความต้องการด้านความปลอดภัยของใบรับรองดิจิทัลได้หรือไม่จะควบรวมระบบหรือโครงสร้างเหล่านี้และทำงานร่วมกันได้หรือไม่?

ผลที่อาจเกิดตามมาโดยไม่ตั้งใจ- ใบรับรองดิจิทัลจะทำให้เกิดความไม่มั่นใจในวัคซีนเพิ่มขึ้นไหมจะเป็นการเพิ่มขั้นตอนการรับวัคซีนหรือไม่จะกลายเป็นแรงจูงใจให้ผู้คนไม่ดูแลตัวเองปล่อยให้ติดเชื้อเพื่อให้ได้ใบรับรองหรือไม่?

 สิ่งที่สังคมต้องไปให้ถึงเพื่อให้เกิดการใช้งานในวงกว้าง

หนทางที่ทำให้วัคซีนพาสปอร์ตใช้งานได้จริงนั้น การทำให้ผู้ใช้ยอมรับในวงกว้างต้องเกิดขึ้น ด้วยความท้าทายข้างต้นองค์กรที่กำลังพิจารณาการใช้วัคซีนพาสปอร์ตต้องเห็นด้วยในกรอบการกำกับดูแลที่อนุญาตการเข้าถึงสิทธิ์ ความเท่าเทียม การพิสูจน์ความถูกต้อง และแบ่งปันข้อมูลการรับวัคซีน

 วัคซีนพาสปอร์ตดิจิทัลในระดับสูงจะต้องเปิดใช้งานบันทึกการฉีดวัคซีนโควิด-19 ตามความยินยอมเพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ด้วยวิธีที่ปลอดภัยตรวจสอบได้และรักษาความเป็นส่วนตัว และต้องสามารถทำงานข้ามองค์กรและข้ามเขตพรมแดนได้ นอกจากนี้ยังต้องสร้างขึ้นบนมาตรฐานสากล มีความปลอดภัยและโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายอำนาจ ในแง่ของข้อมูลที่ได้มาต้องมีการกำหนดมาตรฐานข้อมูล การจัดรูปแบบและการแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งสำคัญ

 แม้ว่าจะยังมีคำถามเกิดขึ้นมากมายเกี่ยวกับวัคซีนพาสปอร์ต แต่ก็ดูเหมือนเป็นแนวโน้มที่ดี แอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลได้ให้ความช่วยเหลือสำคัญในการจัดการกับสถานการณ์เร่งด่วนทั่วโลกที่เกิดจากการแพร่ระบาด อีกไม่นานการตรวจสอบเทคโนโลยีนี้จะแจ้งให้ทราบถึงแผนและกลยุทธ์ขององค์กรภาครัฐและเอกชน เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำวัคซีนพาสปอร์ตมาใช้ประโยชน์เพื่อการฟื้นคืนกลับสู่สภาวะปกติ

ผู้เขียน :

ดร. ชารอน ฮักเคนเนส  

นักวิเคราะห์อาวุโสของการ์ทเนอร์  ให้ความสนใจเรื่องการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเธอให้คำแนะนำลูกค้าเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทางคลินิกและการจัดการการเปลี่ยนแปลง การพัฒนากลยุทธ์ การจัดการข้อมูล ข้อมูลและการวิเคราะห์ และการส่งมอบบริการที่ใช้ร่วมกันของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในสภาพแววล้อมด้านการดูแลสุขภาพ

Namseng Insurance