“อีสท์สปริง อินเวสท์เมนทส์” ตั้งเป้าปี 2568 AUM แตะ 1 ล้านล้านบาท มุ่งพาคนไทยลงทุนระดับโลก

229

อีสท์สปริง อินเวสท์เมนทส์ (Eastspring) ผู้จัดการสินทรัพย์ชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย ประกาศความสำเร็จของการควบรวมกิจการระหว่างบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทหารไทย จำกัด (TMBAM Eastspring) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด (Thanachart Fund Eastspring) ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2564 โดยถือเป็นการควบรวมบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในตลาดการเงินและการลงทุนของประเทศไทย และคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหารจัดการสุทธิ (Asset under management หรือ AUM) รวมกันมากกว่า 400,000 ล้านบาท ขึ้นแท่นทำเนียบ 5 อันดับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดร้อยละ 8

ในด้านของ Thanachart Fund Eastspring มีจุดแข็งด้านการลงทุนเชิงรุกในหุ้น สินทรัพย์ผสม ตลาดเงิน และตราสารหนี้ ขณะที่ TMBAM Eastspring มีความสามารถด้านการลงทุนเชิงรับในหุ้น อสังหาริมทรัพย์ ตราสารหนี้ และกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ ด้วยจุดแข็งที่แตกต่างแต่ส่งเสริมซึ่งกันและกันของทั้งสองบริษัท ผนวกกับ Eastspring Investments ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนระดับโลก จึงเป็นการยกกำลังศักยภาพการลงทุน จากจุดแข็งด้านมุมมองเชิงลึกในประเทศ (Local Insight) และความเชี่ยวชาญระดับโลก (Global Expertise) นั่นเอง

AIA Health Happy

นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ กรรมการผู้จัดการ TMBAM Eastspring และ Thanachart Fund Eastspring กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรามุ่งมั่นดำเนินการเพื่อให้การควบรวมกิจการระหว่างบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนชั้นนำ 2 แห่งของไทยสำเร็จเป็นรูปธรรม ซึ่งตลอดปี 2563 ที่ผ่านมา ทั้งสองบริษัทได้เริ่มทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนของเราให้ก้าวผ่านปีที่ท้าทายจากความผันผวนของตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลก โดยเฉพาะผลกระทบจาก COVID-19 ในขณะเดียวกัน เรายังได้บุกเบิกโอกาสการลงทุนใหม่ๆ แก่ผู้ลงทุนไทยเพื่อรองรับการเริ่มฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และภายใต้แบรนด์ใหม่ อีสท์สปริง อินเวสท์เมนทส์ (Eastspring Investments) ที่คาดว่าการควบรวมจะแล้วเสร็จประมาณเดือนกรกฎาคม 2564 (ขึ้นกับกฎหมายและการพิจารณาอนุมัติของหน่วยงานด้านการกำกับของไทย) เราจะทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวตามเป้าหมายร่วมในการทำงานของเรา เพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญในเอเชีย และเพื่อการลงทุนในอนาคตของคุณ (Experts in Asia. Invested in Your Future.)”

เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ ไม่ไกลเกินไปถึง

ด้วยการมุ่งเน้นที่ชัดเจนในการนำเสนอแนวคิดและมุมมองการลงทุนพร้อมการบริหารจัดการสินทรัพย์ระดับโลกแก่ชาวไทย ให้สามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายทั่วโลก เราจึงตั้งเป้าหมายให้มูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหารจัดการสุทธิ (AUM) ในประเทศไทยที่เติบโตแตะ 1 ล้านล้านบาทภายในปี 2568 และสร้างการรับรู้และจดจำสำหรับการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนระดับโลก ด้วยการนำนวัตกรรมมาใช้ตอบโจทย์การลงทุน เน้นกลยุทธ์การสร้างโอกาสลงทุนผ่านกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (Foreign investment funds หรือ FIFs) ซึ่งเมื่อผสมผสานกับอีสท์สปริง อินเวสท์เมนทส์ ที่มีมุมมองและความชำนาญในระดับโลก จึงพร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งและเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ผู้ลงทุนชาวไทยนึกถึงเมื่อมองหาโอกาสการลงทุนยังต่างประเทศ

ในช่วงที่ผ่านมาเราได้พาผู้ลงทุนไทยไปแสวงหาโอกาสการลงทุนในต่างประเทศ กว่า 1 ใน 3 ของการออกกองทุนเพื่อระดมทุนครั้งแรก (IPO) สำหรับกองทุนต่างประเทศ (FIF) ในรอบปี 2563 หรือกว่า 40,000 ล้านบาท คือผลงานของ TMBAM Eastspring และ Thanachart Fund Eastspring ซึ่งสินทรัพย์ดังกล่าวได้เติบโตขึ้นเป็นกว่า 60,000 ล้านบาท ณ สิ้นปี

กองทุนที่โดดเด่น อาทิ กองทุน T-ES-GINNO และ TMB-ES-GINNO ที่มีการลงทุนในกองทุนหลัก คือกองทุน Nikko AM ARK Disruptive Innovation Fund เพียงกองทุนเดียว ด้วยมีแนวทางการลงทุนแบบใหม่ ขับเคลื่อนด้วยงานวิจัยที่ทันสมัยเน้นลงทุนในนวัตกรรมแห่งอนาคตที่คาดว่าจะมีโอกาสเติบโตอย่างก้าวกระโดดในสิบปีข้างหน้า โดยจากการเปิดเสนอขายในช่วงเดือนตุลาคม 2563 จนถึงปัจจุบัน ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่ง สินทรัพย์ภายใต้การจัดการสุทธิ (AUM) เติบโตอย่างต่อเนื่องจนมียอดรวมกันกว่า 15,000 ล้านบาท

(ในด้านผลการดำเนินงานตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 63 จนถึงวันที่ 25 มกราคม 2564 นั้น กองทุน T-ES-GINNO ทำผลตอบแทนได้ 51.90% Benchmark (MSCI World Net Total Return USD Index) 19.22% ในขณะที่ TMB-ES-GINNO ทำผลตอบแทนได้ 50.72% Benchmark (MSCI World Net Total Return USD Index) 19.22% –แหล่งที่มา Morningstar, 25 มกราคม 2564)

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัวในปีนี้ ขณะที่อายุเฉลี่ยของคนไทยยาวนานขึ้น แต่รายได้ของประชากรและอัตราการออมเงินกลับยังอยู่ในระดับต่ำ คนไทยส่วนมากยังออมและลงทุนผ่านช่องทางการฝากเงินมากกว่าการใช้บริการกองทุนรวม และเมื่อผลตอบแทนของพันธบัตรและอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ยังอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ซึ่งทำให้ผลตอบแทนในระยะยาวไม่เพียงพอกับการใช้ชีวิตในอนาคต ธุรกิจกองทุนรวมจึงมีโอกาสของการเติบโตได้อีกมาก

การสร้างมูลค่าการลงทุนตามการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเศรษฐกิจและสังคมไทย ด้วยการนำเสนอกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เป็นเอกลักษณ์ในตลาดโลก พร้อมโซลูชั่นด้านการลงทุนที่สมบูรณ์ เข้าถึงได้ง่าย (Easy Access) เพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนไทยปลดล็อกศักยภาพการลงทุน และพร้อมด้วยทีมงานด้านที่ปรึกษาการลงทุนมืออาชีพที่ช่วยแนะบริหารจัดการพอร์ตที่สามารถกระจายความเสี่ยงในการลงทุนตามที่ตนเองยอมรับได้ (Asset Allocation) ผู้ลงทุนไทยจึงจะมีโอกาสไปถึงเป้าหมายทางการเงินที่แตกต่างกันได้ สร้างความมั่งคั่งและยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

ในการทำงานร่วมกับธนาคารทีเอ็มบีและธนาคารธนชาต เราพร้อมร่วมมือกับธนาคารในการช่วยเติมเต็มประสิทธิภาพของการจัดพอร์ตลงทุนที่เข้าใจได้ง่าย เลือกได้ และเปี่ยมประสิทธิภาพ เพื่อลดทอนความยุ่งยากของผู้ลงทุน เรายังมุ่งมั่นที่จะนำเสนอโซลูชั่นและนวัตกรรมด้านการลงทุนที่มีลักษณะเบ็ดเสร็จ (Total Solution) ที่เมื่อผู้ลงทุนใช้บริการของเราแล้ว จะได้ครบทั้งสุขภาพกายและสุขภาพทางการเงินที่ดี และเป็นคู่ชีวิตการลงทุนที่ดีของผู้ลงทุนทุกท่านร่วมกับพรูเด็นเชียลบริษัทแม่ของเราด้วยเช่นกัน

“การควบรวมกิจการที่กำลังดำเนินการในขณะนี้ พลังของความชำนาญในประเทศไทยกับศักยภาพของอีสท์สปริง อินเวสท์เมนทส์ ในระดับสากล จะช่วยให้เกิดนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย และสามารถมอบโซลูชั่นด้านการลงทุนที่สมบูรณ์ ช่วยให้ผู้ลงทุนไทยสามารถเข้าถึงโอกาสระดับโลก และตรงกับความต้องการของลูกค้าชาวไทยแต่ละรายได้ดียิ่งขึ้น” นายอดิศรกล่าวสรุป

[1] ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2563

Namseng Insurance