กรุงศรี เล็งเป้าลูกค้าพอร์ตหนัก จับมือ บลจ.ระดับโลก “แบล็คร็อค” บริหารความมั่งคั่ง

204

ตลาดคนกระเป๋าหนัก พอร์ตเงินฝากมั่งคั่ง ถือเป็นเป้าสำคัญของธุรกิจธนาคารในวันนี้ ที่จะช่วยสร้างการเติบโตให้กับธนาคารได้  หลายๆ ธนาคารมีการตั้งธุรกิจเพื่อมาให้บริการลูกค้ากลุ่มนี้เพื่อให้คำปรึกษาด้านการลงทุน บริหารเงินฝากให้งอกเงยกว่าการกินดอกเบี้ยต่ำต้อย

กรุงศรี หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เป็นอีกหนึ่งธนาคารที่ให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าพอร์ตหนัก โดยมีลูกค้าอยู่ 2 กลุ่มหลัก คือ Krungsri Exclusive ที่มีเงินฝากระดับ 5 ล้านบาทขึ้นไป และกลุ่ม Krungsri Prime ที่มีเงินอยู่ในระดับ 1-5 ล้านบาท  รวมทั้ง 2 กลุ่มมีอยู่ราว 3 แสนบัญชี มีทรัพย์สินอยู่ในการดูแล 1 ล้านล้านบาท

ไทยสมุทรประกันชีวิต 63

ทั้ง 2 กลุ่มนี้ กรุงศรีมีการสำรวจความต้องการพบว่า 3 เรื่องสำคัญที่ลูกค้าอยากได้คือ  คำแนะนำการลงทุนในเชิงกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ผันผวนในปัจจุบัน   มีความต้องการที่ปรึกษาด้านการเงินและการลงทุนมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญ และต้องการผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะคน

ความต้องการเหล่านี้เป็นที่มาของการประกาศการเป็นพันธมิตรระหว่างกรุงศรีกับ แบล็คร็อค หนึ่งในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่มีขนาดสินทรัพย์ภายใต้การบริหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อเสริมศักยภาพบริการด้านการให้คำปรึกษา การลงทุน และการบริหารความมั่งคั่งของธนาคาร

แบล็คร็อค คือหนึ่งในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนชั้นนำในโลก ด้วยมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 7.81 ล้านล้านดอลลาร์ (ณ 30 กันยายน 2563) ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 32 ปีที่แล้ว ปัจจุบัน เป็นบริษัทจัดการด้านการลงทุนระดับโลกด้วยโซลูชั่นที่ครบวงจรเพื่อการบริหารจัดการกองทุนรวม กองทุนรวมดัชนี และกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน iShares  รวมทั้งเป็นผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีแก่ลูกค้าในกว่า 100 ประเทศ และมีสำนักงานกว่า 30 แห่งทั่วโลก

เซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า ธุรกิจการให้คำปรึกษาการลงทุนและการบริหารความมั่งคั่ง เป็นหนึ่งในธุรกิจที่กรุงศรีให้ความสำคัญอย่างยิ่ง การจับมือกับแบล็คร็อค ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารสินทรัพย์ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่มีขนาดสินทรัพย์ภายใต้การบริหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก จึงเป็นการสร้างพันธมิตรครั้งสำคัญเพื่อเสริมศักยภาพให้กับกรุงศรีให้สามารถพัฒนาโซลูชั่นทางการลงทุนแบบองค์รวม พร้อมกับผลักดันกลยุทธ์การพัฒนาบริการที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น เสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า รวมทั้งส่งมอบบริการให้คำปรึกษาทางการลงทุนที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า

“จากแนวคิด One กรุงศรี ที่ยึดลูกค้าทุกกลุ่มเป็นศูนย์กลาง มองหาความต้องการของแต่ละกลุ่มลูกค้า เราจึงนำเสนอบริการ และผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดมานำเสนอ เพื่อเปิดโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ให้กับลูกค้าของเรา  ซึ่งจากสถานการณ์และการลงทุนที่ไม่มีความแน่นอนหลังสถานการณ์โควิด-19 นักลงทุนจึงพร้อมเปิดรับการลงทุนจากทั่วโลกที่มีโอกาส การร่วมมือกันระหว่างกรุงศรี และแบล็คร็อค จึงเป็นการเปิดโอกาสการลงทุนให้ลูกค้าด้วยการบริหารแบบ Global + Local”

เซอิจิโระ อาคิตะ กล่าวต่อว่า ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจ ขณะที่ประเทศไทย อยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ก็มองเห็นการเติบโตอย่างชัดเจน โดยภาพรวมประเทศในเอเชียรวมถึงไทย มีมูลค่าทรัพย์สินส่วนบุคคลอยู่ราว 34 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่มีการบริการการวางแผนการเงินเพียง 10-15% จึงยังมีโอกาสของตลาดอยู่อีกมาก

ด้าน พงษ์อนันต์ ธณัติไตร ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจลูกค้ารายย่อยและเครือข่ายการขาย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน)  กล่าวว่า การประสานพลังกับแบล็คร็อค นับเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้เสริมความแกร่งให้กับธุรกิจบริการให้คำปรึกษาการลงทุนและการบริหารความมั่งคั่งของกรุงศรี ด้วยการผสานจุดแข็งของแบล็คร็อคในฐานะบริษัทจัดการสินทรัพย์และการลงทุนชั้นนำของโลกซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานในการลงทุนหลากหลายรูปแบบ มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง เครือข่ายที่แข็งแกร่งทั่วโลก รวมทั้งความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีและดาต้าเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ผนวกกับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในตลาดประเทศไทยและฐานลูกค้าขนาดใหญ่ของกรุงศรี ซึ่งประโยชน์ที่เกิดขึ้นคือจะเป็นการเปิดทางเลือกใหม่ ๆ และเสริมศักยภาพให้กับลูกค้ากรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ และกรุงศรี ไพรม์ ในการเข้าถึงโอกาสในการลงทุนใหม่ ๆ ด้วยผลิตภัณฑ์การลงทุนที่พัฒนาขึ้นเฉพาะทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก มุ่งตอบสนองความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละรายด้วยโซลูชั่นที่ครบวงจร 360 องศา เพื่อให้สามารถวางแผนปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสภาวะตลาดโลกในวันนี้ เพื่อสร้างผลตอบแทนและการบริหารความมั่งคั่งแบบครบวงจร บรรลุเป้าหมายทางการเงินได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ซึ่งหลังความร่วมมือ ก็ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์แรก ในชื่อ “กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลคอร์อโลเคชั่น (KFCORE) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับลูกค้ากรุงศรี ใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงด้วยการจัดสรรสินทรัพย์ลงทุนที่หลากหลาย (Tactical Asset Allocation) เพื่อรับมือทุกสภาวะเศรษฐกิจ สามารถปรับพอร์ตอย่างรวดเร็วตามปัจจัยที่เปลี่ยนแปลง โดยกระจายการลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้อย่างยืดหยุ่น ตามสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา ให้ผลตอบแทนที่ดีในระดับความผันผวนที่ไม่สูงนัก เหมาะสำหรับการลงทุนระยาวเป็นสัดส่วนหลักของพอร์ตการลงทุน (Core portfolio)

“ความเชี่ยวชาญของแบล็คร็อคช่วยให้ลูกค้าของกรุงศรีสามารถเผชิญกับความท้าทายของอัตราผลตอบแทนและตลาดที่ผันผวนในสภาวะแวดล้อมด้านการลงทุนที่ซับซ้อนในปัจจุบัน ด้วยกลยุทธ์การลงทุนที่หลากหลาย ผสมผสานความรู้เชิงลึกในตลาด เทคโนโลยีที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะ การวิเคราะห์ข้อมูลอย่างถี่ถ้วน และการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุมเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในทุกสภาวะตลาด  และเชื่อว่าความร่วมมือกับแบล็กร็อคนี้จะช่วยเพิ่มการเติบโตให้กับกลุ่มลูกค้า Wealth ของกรุงศรี ที่เคยเติบโตปีละเฉลี่ย 10% เพิ่มเป็น 15%”

ขณะที่ เดบราห์ โฮ ประธานฝ่ายธุรกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลุ่มบริษัทแบล็คร็อค กล่าวว่า “การเป็นพันธมิตรกับกรุงศรี คือก้าวสำคัญของเราในการส่งเสริมสนับสนุนนักลงทุนในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่เศรษฐกิจเติบโตรวดเร็วที่สุดในภูมิภาค การร่วมมือครั้งนี้ทำให้เราสามารถผนวกเอาศักยภาพและความรู้ลึกในตลาดประเทศไทยของกรุงศรีเพื่อให้สามารถนำความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน เทคโนโลยี และนวัตกรรมระดับโลกมาสู่ลูกค้า เราเชื่อมั่นในศักยภาพของโอกาสทางการลงทุนทั่วโลกที่เราจะนำมาสู่นักลงทุนไทยเพื่อสร้างแหล่งรายได้ทางเลือกสำหรับผลตอบแทนและการกระจายพอร์ตการลงทุนให้หลากหลาย  ภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”

โดยภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ แบล็คร็อคจะให้การสนับสนุนกรุงศรีในหลาย ๆ ด้าน เช่น การทบทวนกลยุทธ์ของแพลตฟอร์มของกองทุนต่าง ๆ ที่กรุงศรีเสนอขายให้กับลูกค้า แนวทางในการกระจายการลงทุน การเสนอผลิตภัณฑ์ทางเลือก ข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์สภาวะเศรษฐกิจมหภาค การจัดสรรเงินลงทุน และผลการดำเนินงานของการลงทุนประเภทต่าง ๆ  การพัฒนากลยุทธ์ในการสร้างความผูกพันกับลูกค้า  ตลอดจนการให้ความรู้และฝึกอบรมทีมผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เช่น การประเมินประเภทของสินทรัพย์ การตัดสินใจเชิงมหภาค การปรับสัดส่วนการลงทุนไปตามสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา และการประเมินปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เป็นต้น

AIA สู้ทุกระยะโรคร้าย