จากความขาดแคลน สู่ประเทศส่งออก ชุด PPE ฝีมือคนไทย ส่งออก 10 ประเทศ

358

อีกหนึ่งในปัญหาสำคัญของโลกหลังการระบาดของโควิด-19  แพร่ขยายไปทั่วโลก คือการขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์

การขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันร่างกาย หรือชุดแพทย์ PPE (Personal Protective Equipment: PPE)   ได้ทวีความรุนแรงขึ้น โดยจากรายงานขององค์การอนามัยโลกในช่วงเริ่มแรกของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่ หรือ โควิด-19 (COVID-19) ส่งผลให้ความต้องการหน้ากากอนามัยเพิ่มขึ้นเป็น 6 เท่า และความต้องการเสื้อกาวน์แบบใช้แล้วทิ้งเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า  และด้วยจำนวนผู้ป่วยทั่วโลกที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในบางประเทศจนถึงปัจจุบัน ยิ่งทำให้ความต้องการชุดป้องกัน PPE เป็นที่ต้องการในบุคลากรทางการแพทย์มากยิ่งขึ้น

ไทยสมุทรประกันชีวิต 63

ในประเทศไทย ก็หนีไม่พ้นปัญหานี้ ช่วงเดือนมีนาคมเป็นต้นมาที่การติดเชื้อในประเทศเพิ่มสูงขึ้น อุปกรณ์ทางการแพทย์ ทั้งหน้ากากอนามัย ชุด PPE  หรือเตียงผู้ป่วย แต่ความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ที่หลั่งไหลเข้ามา สร้างนวัตกรรมอุปกรณ์การแพทย์หลากหลายรายการ  ทำให้ไม่เพียงแต่ช่วยให้การรับมือโควิด-19 ของสาธารณสุขไทยมีอุปกรณ์ทางการแพทย์เพียงพอเท่านั้น  แต่วันนี้ ประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นประเทศส่งออกอุปกรณ์ทางการแพทย์

โดยเมื่อวันที่ 24 – 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าออนไลน์ (Online Business Matching : OBM) สินค้าชุดแพทย์ PPE และชุดเสื้อคลุมกาวน์กันน้ำ (Isolation Gown) โดยมีจำนวนคู่การเจรจาธุรกิจ 86 คู่ ประกอบด้วยผู้ซื้อ 27 ราย จาก 10 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ สเปน สิงคโปร์ ออสเตรีย และพม่า โดยมีผู้ประกอบการจากไทยเข้าร่วมจำนวน 16 ราย

สำหรับการเจรจาการค้าระหว่างผู้นำเข้าของสํานักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) และผู้ประกอบการไทยครั้งนี้พบว่า หลายประเทศให้ความสนใจที่จะสั่งซื้อสินค้า ไม่ว่าจะเป็น ผู้นำเข้าจากประเทศอินเดียที่สนใจสินค้าชุดเสื้อคลุมป้องกันเชื้อโรค, เสื้อกาวน์, ชุดแพทย์ PPE, วัสดุ SMS, หน้ากากอนามัยและถุงมือยาง ผู้นำเข้าจากประเทศมาเลเซียที่สนใจสินค้าหน้ากากอนามัย ถุงมือยาง และชุด PPE เพื่อส่งออกไปยังประเทศในตะวันออกกลาง ประเทศในยุโรป สหรัฐอเมริกา แคนาดา และอินเดีย

ด้านสองประเทศที่กำลังประสบปัญหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นจำนวนมากอย่าง สหรัฐอเมริกา      ผู้นำเข้าสนใจชุด PPE และต้องการสั่งซื้อจำนวนมากเพื่อนำไปเสนอขายให้แก่ลูกค้าและหน่วยงานต่าง ๆ ภายในประเทศ และ ผู้นำเข้าจากสเปนสนใจสั่งสินค้ากลุ่มชุดเสื้อคลุมกาวน์กันน้ำ ชุดกาวน์ที่นำกลับมาใช้ได้ใหม่ รวมถึงชุดกาวน์ระดับ 3 และ 4 ที่มีคุณสมบัติในการป้องกันเชื้อโรค, หน้ากากอนามัย และถุงมือยาง เป็นต้น ซึ่งทุกประเทศที่เข้าเจรจาจับคู่การค้าให้ความสำคัญกับความสามารถเรื่องกำลังการผลิตเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ในหลายประเทศได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าหน้ากากอนามัยชุดแพทย์ PPE หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นสำหรับรักษาหรือรับมือโควิด-19 เป็นการชั่วคราว อาทิ บรูไน สปป.ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย นิวซีแลนด์ สหภาพยุโรป ฮ่องกง และรัสเซีย เป็นต้น จึงเป็นอีกโอกาสสำหรับประเทศไทยในการเจรจาตกลงทางการค้าเพื่อทำการส่งออกอุปกรณ์ป้องกันทางการแพทย์ดังกล่าว เนื่องจากผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพในการผลิตสินค้ากลุ่มนี้ในระดับมาตรฐานสากล

โดยกลุ่มของผู้ประกอบการในประเทศไทยอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการผลิตชุดแพทย์ PPE แต่ก็มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและกำหนดคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐาน FDA ของสหรัฐอเมริกา ผลการจับคู่เจรจาการค้าครั้งนี้ สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะมีมูลค่าการสั่งซื้อสินค้ากลุ่มนี้ภายใน 1 ปี ประมาณ 2,976,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 92,256,000 บาท ทั้งนี้บางสํานักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศยังอยู่ระหว่างการติดตามผลการสั่งซื้อต่อไป

AIA สู้ทุกระยะโรคร้าย