ถึงจะมีโควิดก็ไม่สะเทือน! AP ได้กำลังซื้อคนรุ่นใหม่ ทำรายได้โตเป็นประวัติการณ์

207

สถานการณ์โควิด อาจรุนแรงจนทำให้หลายๆ ธุรกิจได้รับผลกระทบ แต่สำหรับธุรกิจเรียลเอสเตท ที่อยู่อาศัย ดูเหมือนจะไม่สะทกสะท้านเท่าไหร่ โดยเฉพาะแบรนด์ใหญ่  สะท้อนผ่านผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกที่ยังสวยหรู โดยเฉพาะโครงการแนวราบ ที่ดูเหมือนความสำเร็จที่รวดเร็วของคนรุ่นใหม่กระตุ้นให้เกิดกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ในช่วงอายุที่น้อยลง และหันมาสนใจโครงการแนวราบที่สงบเงียบ มากกว่าการซื้อคอนโดมิเนียม   ซึ่งแบรนด์ใหญ่ เอพี มีคำตอบในเรื่องนี้

ภมร ประเสริฐสรรค์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าทาวน์โฮม บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  ท่ามกลางสภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้น เอพี ไทยแลนด์ ยังสามารถประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา อย่างมาก ด้วยแนวคิด EMPOWER LIVING ที่เป็นจุดมุ่งหมายสำคัญขององค์กร โดยสามารถสร้างสถิติการเติบโตทางด้านรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์  มีรายได้รวมจากสินค้าแนวราบและกลุ่มคอนโดฯ (100% JV) มากถึง 19,960 ล้านบาท ด้านกำไรสุทธิ (Net Profit) 2 ไตรมาสแรกสูงถึง 1,830 ล้านบาท และหากดูในส่วนของรายได้รวม (100% JV) เฉพาะไตรมาส 2  เป็นช่วงเวลาที่มีการประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ แต่บริษัทฯ ยังคงดำเนินการขายและโอนกรรมสิทธิ์โครงการได้เกินจากที่คาดการณ์ไว้ ทำรายได้ถึง 13,140 ล้านบาท สะท้อนได้ถึงความมั่นใจของผู้บริโภค ตลอดจนกำลังซื้อที่ยังคงมีอยู่ และเชื่อว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะค่อยปรับตัวที่ดีขึ้น

ไทยสมุทรประกันชีวิต 63

“วันนี้สินค้าแนวราบได้กลายเป็นซูเปอร์สตาร์แห่งปี  อีกทั้งกลุ่มเป้าหมายของสินค้าก็อายุน้อยลง โดยในส่วนของสินค้าทาวน์โฮมจากการเฝ้าสังเกตเทรนด์การอยู่อาศัยและการตัดสินใจซื้อพบว่าลูกค้าที่ซื้อและโอนฯ ทาวน์โฮมอายุน้อยลง โดยกว่า 40% เป็นกลุ่มลูกค้าที่อายุ 26-30 ปี”

และเพื่อเป็นการตอกย้ำภาพผู้นำตลาดทาวน์โฮมในเมืองอย่างต่อเนื่อง เอพี จึงเดินหน้าตามแผนพลิกโฉมการอยู่อาศัยในทาวน์โฮมใหม่ ภายใต้แนวคิด THE LONGEVITY MATRIX เพื่อสร้างพื้นที่ชีวิตที่เหนือกว่าทาวน์เฮ้าส์แบบเดิมๆ ด้วยการเชื่อมต่อสุนทรียะการอยู่อาศัยเข้ากับการออกแบบสเปซใน 3 องค์ประกอบสำคัญ คือ การพัฒนาส่วนกลางสำหรับคนทุกวัย, การสร้างพื้นที่อยู่อาศัยที่ให้ความเป็นส่วนตัวและคุ้มค่า และการสร้างสังคมแห่งการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ซึ่งทั้งหมดจะสะท้อนผ่านทาวน์โฮมแบรนด์ บ้านกลางเมือง และพลีโน่ ในมิติที่แตกต่างกันตามโพสิชันของแบรนด์ กับ 13 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 15,350 ล้านบาท

ภมร กล่าวว่า แบรนด์ บ้านกลางเมือง’ หนึ่งในฮีโร่แบรนด์ของเอพีกับการขับเคลื่อนธุรกิจแนวราบ ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าคนเมืองเซ็กเมนต์กลางบน จนสามารถครองตำแหน่งผู้นำในตลาดไฮเอนด์ทาวน์โฮม 3 ชั้นมากว่า 29 ปี  ในครึ่งปีหลังนี้ เอพีได้รีเซ็ตแบรนด์โพสิชันนิ่งใหม่  เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปมากยิ่งขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ วิถีบ้านกลางเมือง’ ตอกย้ำบรรทัดฐานการใช้ชีวิตที่ดีที่สุด (Finest Living Norm) ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในการอยู่อาศัยที่โครงการบ้านกลางเมือง สะท้อนผ่าน 3 คุณค่าหลัก ได้แก่  คุณค่าความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย, คุณค่าของการใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติใจกลางเมือง และ คุณค่าของการอยู่อาศัยในสังคมคุณภาพ ซึ่งทั้งหมดมาจากอินไซต์จริงของลูกค้าคนเมืองเซ็กเมนต์กลางบน ในการตัดสินใจเลือกซื้อบ้านหนึ่งหลัง โดยไม่ได้มองหาเพียงบ้านที่มีดีไซน์สวย หรือบ้านที่มีเทคโนโลยีที่สุดท้ายแล้วกลายเป็นภาระของเขาในอนาคต แต่ลูกค้ากลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการมองหาคุณค่าใหม่ (New Value) ที่จะเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยในบ้านที่เหนือกว่าเดิม

“เราได้ทำการต่อยอดเพื่อที่จะพลิกโฉมให้เกิดคุณค่าใหม่ ที่จะเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะการอยู่อาศัยในแบบฉบับของโครงการบ้านกลางเมืองเท่านั้น ผ่านทั้งการพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางที่ผสานสุนทรียะความเป็นส่วนตัวเข้ากับธรรมชาติอย่างกลมกลืน การดีไซน์แบบบ้านรวมถึงสเปซฟังก์ชันภายในที่ตอบการใช้งานของผู้เป็นเจ้าของได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงการส่งมอบสังคมคุณภาพในการอยู่อาศัยร่วมกัน โดยการเปิดตัววิถีชีวิตใหม่ในโครงการ ‘บ้านกลางเมือง’ ทั้งสิ้น 5 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวม 7,855 ล้านบาท ในราคาเริ่มต้นที่ 3.99 – 8 ล้านบาท”  ภมรกล่าว

ด้าน แบรนด์ พลีโน่’ พรีเมียมทาวน์โฮม 2 ชั้น ภายใต้ ที่ได้รับการไว้วางใจจากลูกค้า จนสามารถสร้างการเติบโตในส่วนยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากแนวโน้มพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงความสามารถในการจับจ่ายของลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป็นการเจาะเข้าไปในตลาดลูกค้ากลุ่มนี้ เอพีได้ปรับรูปแบบการสื่อสารด้วยแบรนด์โพสิชันนิ่งใหม่เช่นกัน โดยชูคอนเซ็ปต์ พลีโน่ – บ้านหลังแรกที่ดีที่สุด’ ด้วยการลงลึกถึงอินไซต์ของลูกค้ากลุ่มนี้ที่มีสถานการณ์ทำงานและความมั่นคง พร้อมที่จะขยับขยายออกจากบ้านเดิมของครอบครัว ผ่าน 2 มิติหลัก คือ การนำเสนอพื้นที่ใช้สอยที่พร้อมเติมเต็มความเป็นตัวตนได้อย่างเต็มที่ในแพ็คเกจราคาที่จับต้องได้ และการอยู่อาศัยในสังคมคุณภาพ ปลอดภัย และมั่นใจ เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ลูกค้ากลุ่มนี้ได้เติมเต็มความฝันในการเป็นเจ้าของบ้านหลักแรกได้อย่างแท้จริง ประกอบกับชูคอนเซ็ปต์การดีไซน์พื้นที่ส่วนกลางของแต่ละทำเล ที่แตกต่างกันตามอินไซต์จริงของไลฟ์สไตล์ลูกค้าในแต่ละโลเคชั่น โดยในครึ่งปีหลังนี้ เราพร้อมเปิดตัวพลีโน่โครงการใหม่ทั้งหมด 8 โครงการ มูลค่ารวมมากถึง 7,495 ล้านบาท ในราคาเริ่มต้น 1.99 – 6.8 ล้านบาท

ภมร กล่าวถึงยอดขาย 7 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯ มียอดขายรวมแล้วกว่า 18,175 ล้านบาท คิดเป็น 55% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ (เป้ายอดขายรวม 33,500 ล้านบาท) โดย 15,540 ล้านบาทเป็นยอดขายที่เกิดขึ้นจากสินค้าแนวราบ โตขึ้น 11% หากเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า และคิดเป็น 70% ของเป้ายอดขายแนวราบทั้งปีที่ 22,500 ล้านบาท ซึ่งยอดขายสินค้าแนวราบทั้งหมดที่เกิดขึ้นมาจากโครงการที่อยู่ระหว่างการขายกว่า 85 โครงการ มูลค่าคงเหลือขาย 46,750 ล้านบาท (รวมโครงการแนวราบที่เปิดตัวใหม่ในครึ่งปีแรก 14 โครงการ มูลค่า 15,475 ล้านบาท)

“ เอพีมั่นใจว่าภาพรวมตลาดแนวราบ โดยเฉพาะโครงการทาวน์โฮมในเครือเอพียังคงเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากเซนติเมนต์ลูกค้าเยี่ยมชม ยอดจองและโอนทาวน์โฮมเครือเอพีเริ่มกลับสู่สภาวะปกติ (เฉลี่ยยอดขายแนวราบ/ สัปดาห์ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท) ตั้งแต่ในช่วงหลังการคลายล็อกดาวน์ ประกอบกับความพร้อมขององค์กรและทีมงานที่ยึดถือความต้องการของลูกค้าเป็นหัวใจในการดำเนินงานพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย จนสามารถส่งมอบสินค้าคุณภาพ ช่วยเติมเต็มทุกการใช้ชีวิตได้ตามที่ลูกค้าปรารถนา ทำให้เราได้รับความไว้วางใจและความเชื่อใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะลูกค้าคนเมืองรุ่นใหม่เซ็กเมนต์กลางบน ที่มองหาบ้านที่ทุกๆ พื้นที่ถูกออกแบบมาเพื่อตัวตนของเขาอย่างแท้จริง ซึ่งเอพีมั่นใจว่า จะสามารถเจาะเข้าไปครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่มากขึ้น ซึ่งจะทำให้แผนการเปิดตัวทาวน์โฮมรวมทั้งสิ้น 13 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 15,350 ล้านบาท ที่จะทยอยเปิดพรีเซลในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป จะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าในทุกโลเคชั่นอย่างแน่นอน” ภมร กล่าว

AIA สู้ทุกระยะโรคร้าย