ผลวิจัยนักท่องเที่ยวทั่วโลกยังอยากเที่ยวไทย ส่วนนักท่องเที่ยวไทยขอเที่ยวไทยไปก่อน

663
People photo created by jcomp - www.freepik.com

ยุโรป แอสซิสแทนซ์ (Europ Assistance) เผยผลสำรวจอนาคตการท่องเที่ยว (Future of Travel) จัดทำโดย IPSOS ระหว่างวันที่ 5 – 26 มิถุนายน 2563 เพื่อสำรวจทัศนคติของนักท่องเที่ยว 11,000 ราย จาก 11 ประเทศทั่วโลก รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 1,000 ราย โดยผลสำรวจเผยว่าในอนาคตนักท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่ยังคงอยากเที่ยวในประเทศไทยก่อน

การแพร่ระบาดของ Covid-19 ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวทั่วโลก อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวที่ตอบแบบสอบถามทั่วโลกมากถึง 81% อยากเดินทางท่องเที่ยวสักครั้งในปีนี้ มีเพียง 35% จาก 11 ประเทศ เผยว่าได้จองการท่องเที่ยวในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมไว้แล้ว หรือกำลังวางแผนอยู่ การวางแผนแสดงให้เห็นเทรนด์ระยะสั้นว่านักเดินทางจะมีความมั่นใจมากขึ้นในการจองทริปท่องเที่ยวช่วงปลายปี 2563 หรือต้นปี 2564 นอกจากนี้ นักเดินทางจำนวนมาก โดยเฉพาะในยุโรป จะเริ่มกลับมาท่องเที่ยวในแบบเดิมก่อนการแพร่ระบาดของ Covid-19 เช่น การโดยสารเครื่องบินและเข้าพักในโรงแรมขนาดใหญ่ในช่วงต้นปี 2564

Thailife Life Fit

ผลสำรวจทัศนตินักท่องเที่ยวทั่วโลกต่อการท่องเที่ยวในช่วงเวลาต่างๆ ทั้งฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ และฤดูหนาว แสดงให้เห็นว่า Covid-19 ไม่สามารถหยุดยั้งนักท่องเที่ยวเหล่านี้ได้ เพียงแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการท่องเที่ยวที่พวกเขาชื่นชอบในระยะสั้นเท่านั้น และในปีนี้พวกเขาอยากท่องเที่ยวในสถานที่ใกล้บ้านก่อน

โดยในปี 2563 ผู้ตอบแบบสอบถาม 81% วางแผนเดินทางไปอิตาลี  89%  ต้องการไปฝรั่งเศส 87% และ85% อยากเดินทางมาเยือนเมืองไทย เป็นประเทศแรกๆ

นักท่องเที่ยวทั่วโลกวางแผนใช้จ่ายท่องเที่ยวโดยเฉลี่ย 1,506 ยูโร (นักท่องเที่ยวไทยจะใช้จ่าย 733 ยูโร) ต่อคน สำหรับทริปผ่อนคลายหลังมาตรการล็อคดาวน์  36% ระบุว่าจะใช้เวลาพักผ่อนประมาณ 1 อาทิตย์ ที่ชายทะเล (30% ของนักท่องเที่ยวไทย)

74% ของนักเดินทางทั่วโลกจะเดินทางด้วยรถยนต์ (รถเช่าหรือรถส่วนตัว) ส่วนคนไทย 74% จะเดินทางด้วยรถยนต์เช่นกัน

61% ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกเลือกที่พักแบบส่วนตัวหรือโรงแรมขนาดเล็ก และรักษาระยะห่างและหลีกเลี่ยงสถานที่ผู้คนหนาแน่น ขณะที่ชาวไทยเพียง 27% เท่านั้นเลือกที่พักแบบส่วนตัว และ 71% จะเข้าพักในโรงแรม

ด้านความกังวลและลดความเสี่ยงการแพร่ระบาด Covid-19 ยังเป็นความกังวลหลักของเหล่านักท่องเที่ยวแต่แบบสำรวจได้สอบถามถึงมาตรการลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดและวิธีแก้ไขก่อนเดินทางอีกครั้ง

ความกังวลหลักของนักท่องเที่ยวที่มีต่อโรคระระบาด 36% กลัวเกิดการแพร่ระบาดขณะเดินทาง  28% เกรงว่าไม่สามารถทำกิจกรรมท่องเที่ยวได้ตามที่ได้วางแผนไว้ และ 27% กลัวว่าต้องถูกกักกันโรคในต่างประเทศ

ปัจจัยที่ช่วยสร้างความเชื่อมัน คือ 54% มองที่อัตราการติดเชื้อลดลง   ขณะที่ 25% เชื่อคำแนะนำอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล  และ25% เห็นการกลับมาเปิดให้บริการของโรงแรม บาร์ และร้านอาหาร

พฤติกรรมที่จะหลีกเลี่ยงเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาด คือ 79% หลีกเลี่ยงการท่องเที่ยวในบางประเทศ77% ขอห่างสถานที่ผู้คนพลุกพล่าน  และ76% เลือกวางแผนท่องเที่ยวภายในประเทศ

วิธีการเดินทาง ขณะที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกจะขับรถยนต์ไปเที่ยวนั้น การเดินทางโดยเครื่องบินเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเช่นกัน

75% ส่วนใหญ่ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกระบุว่าจะขับรถยนต์ (รถเช่าหรือรถส่วนตัว) ไปเที่ยวหลังการล็อคดาวน์ในฤดูร้อน ส่วน 58% ระบุว่าจะขับรถยนต์ไปเที่ยวในฤดูใบไม้ร่วง เป็นสัดส่วนที่ลดลง และลดลงเหลือ 56% ของผู้ตอบแบบสอบถามยังคงใช้รถยนต์เดินทางในฤดูหนาว และลดลงเหลือ 51% ปี 2564

20% ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกจะเดินทางโดยเครื่องบินในฤดูร้อน และเพิ่มขึ้นเป็น  33% ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง และเพิ่มขึ้นอีกเป็น 37% ในฤดูหนาว และเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า เป็น 44% ในปี 2564

14% ของนักเดินทางทั่วโลกจะเดินทางโดยรถไฟในฤดูร้อน และเพิ่มเป็น 16% ในฤดูใบไม้ร่วง  17% ในฤดูหนาว  และมีความต้องการเพิ่มขึ้นเป็น 17%  ที่จะเดินทางโดยรถไฟในปี 2564

สำหรับการวางแผนท่องเที่ยวปีหน้า 2564 นักท่องเที่ยวทั่วโลกส่วนใหญ่ต้องการเดินท่องเที่ยวในต่างประเทศแล้ว ขณะที่นักท่องเที่ยวไทย 75% ยังคงอยากเที่ยวประเทศไทยอยู่ ในปีนี้ นักท่องเที่ยวไทย 36% วางแผนจองทริปท่องเที่ยวแล้ว และคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก 86% หลีกเลี่ยงไปยังสถานที่ผู้คนหนาแน่นและ 84% หลีกเลี่ยงที่จะเดินทางไปยังบางประเทศ อีกเทรนด์ที่น่าสนใจคือนักเดินทางชาวไทย 70% วางแผนจะซื้อประกันภัยการเดินทางในอนาคต ขณะที่ 44% เผยว่าเคยทำประกันการเดินทางมาแล้ว

สถานที่ท่องเที่ยว นักเดินทางทั่วโลกส่วนใหญ่ระบุว่าจะเดินทางในประเทศก่อนในฤดูร้อน แต่พวกเขามีความต้องการเดินทางไปต่างประเทศในปีหน้า 2564

60% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าพวกเขาวางแผนเดินทางภายในประเทศในช่วงฤดูร้อน ขณะที่ฤดูใบไม้ร่วง52% มีความต้องการเที่ยวในประเทศ (และฤดูหนาว (54%) และเมื่อสอบถามถึงแผนการเดินทางในปี 2564 ความต้องการท่องเที่ยวในประเทศลดลงเกือบครึ่งอยู่ที่ 39%

6% ระบุว่าพวกเขาจะเดินทางเที่ยวต่างประเทศ อย่างไรก็ตามนักเดินทางจำนวนเพิ่มขึ้นสองเท่า หรือ 14% ตอบว่าพวกเขาวางแผนเที่ยวต่างประเทศในฤดูใบไม้ร่วง  14% ในฤดูหนาวและ 19% ของผู้ตอบแบบสอบถามวางแผนว่าจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศสักครั้งภายในปี 2564

การป้องกันการเดินทาง ขณะที่มีโรคระบาด จึงไม่น่าแปลกใจที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่สนใจป้องกันการเดินทางทริปถัดไป

ก่อนการแพร่ระบาดของ Covid-19 นักเดินทาง 48% ระบุว่าพวกเขาทำประกันการเดินทาง อย่างไรก็ตาม 54% จะซื้อประกันเดินทางในทริปถัดไป ส่วนประเทศไทย เทรนด์ดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้น โดย 70% ของนักท่องเที่ยวไทยวางแผนซื้อประกันเดินทางในอนาคต ขณะที่ 44% นั้นทำประกันเดินทางมาก่อนแล้ว

66% ของผู้ตอบแบบสอบถามต้องการความคุ้มครองในการส่งตัวกลับเมื่อมีการปิดพรมแดนหรือการล็อคดาวน์ในประเทศสถานที่ปลายทาง

63% ต้องการได้รับความคุ้มครองเมื่อการเดินทางต้องยืดเยื้อกว่าเดิม

62% ต้องการได้รับความช่วยเหลือเมื่อเจ็บป่วยหลังกลับจากทริปท่องเที่ยว 14 วัน

Francine Abgrall หัวหน้าการท่องเที่ยว ยุโรป แอสซิสแทนซ์ กรุ๊ป กล่าวว่า เราได้ทำสำรวจการท่องเที่ยว ประจำปี เป็นปีที่ 25 เป็นเครื่องมือในการแบ่งปันข้อมูลการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เราจึงร่วมมือกับบริษัทวิจัยระดับโลกอย่าง IPSOS ในการสำรวจรูปแบบการท่องเที่ยวในอนาคตเพื่อเข้าใจรูปแบบการท่องเที่ยวว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือยังเหมือนเดิม ขณะที่รูปแบบการท่องเที่ยวต่างๆ มีความสอดคล้องกับความรู้สึกในปัจจุบันที่การรักษาระยะห่าง (ที่พักขนาดเล็กลง) และหลีกเลี่ยงสถานที่คนพลุกพล่าน (การเดินทางสาธารณะลดลง) เราสังเกตเห็นว่าผู้ตอบแบบสอบวางแผนการท่องเที่ยวในปี 2564 โดยยินดีที่จะกลับไปท่องเที่ยวในรูปแบบเดิมก่อน Covid-19 อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีความไม่แน่นอนอยู่มาก ผลสำรวจเผยให้เห็นว่านักท่องเที่ยวมากกว่าครึ่งอยากจะเดินทางท่องเที่ยวในปี 2563 ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในระยะกลางและระยะยาว

ด้าน Philippe Demangeat ประธานกรรมการบริหาร ยุโรป แอสซิสแทนซ์ ไทยแลนด์ กล่าวว่า การสำรวจการท่องเที่ยวประจำปีครั้งนี้ เป็นปีแรกที่ได้สำรวจทัศนติของนักท่องเที่ยวชาวไทย เราได้รับรู้ความคิดเห็นของชาวไทยต่อประกันภัยการเดินทางและบริการให้ความช่วยเหลือ ของนักเดินทางชาวไทย 77% จะซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยการเดินทาง ขณะที่มีเพียง 44% ที่ซื้อประกันเดินทางในปีที่ผ่านมา  ปัจจุบัน บริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน ค่ารักษาในโรงพยาบาล และความล่าช้าหรือการยกเลิกการเดินทาง มีความจำเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังให้ความสนใจบริการพิเศษ อาทิ บริการทางการแพทย์ก่อนเดินทาง คำแนะนำด้านความปลอดภัยในสถานที่ท่องเที่ยว การรับข้อมูลในเชิงพิกัดภูมิศาสตร์เกี่ยวกับผู้ติดเชื้อ Covid-19  ขณะเดินทาง  บริการแพทย์ทางไกล และความสามารถในการเข้าตรวจ Covid-19  ได้ทุกที่ทุกเวลา

“แม้ว่าขณะนี้จะมีความไม่แน่นอน แต่เราได้เห็นสัญญาณบวกที่คนไทยวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงนี้และปี 2564 โดยจะหันมาเที่ยวในประเทศมากขึ้น ในระยะสั้นด้วยได้รับการสนับสนุนด้านการเงินและการบริการที่จำเป็น”

AIA สู้ทุกระยะโรคร้าย