เอสซีจีโฮม เดินเกมรุก OMNI Channel รับดีมานด์ปรับปรุงบ้านหลังโควิด-19

585

“ทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส” คำกล่าวนี้เกิดขึ้นได้จริงสำหรับคนที่ไม่ยอมถอดใจเมื่อเจอทางตัน

เช่นเดียวกับสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ที่ถือเป็นช่วงเวลาเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก แต่ก็ยังมีหลายๆ ธุรกิจ ที่ยังเห็นโอกาส พาองค์กรเดินหน้าต่อไปได้  และหนึ่งในนั้นคือผู้นำในตลาดอุปกรณ์ก่อสร้างของเมืองไทย “เอสซีจี”  บรรณ เกษมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น จำกัด ดูแลธุรกิจ SCG HOME – Retail & Distribution Business ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าวว่า วิกฤตโควิด -19  ทำให้เอสซีจีต้องปรับตัว เปลี่ยนแปลงจากการขายสินค้าผ่านช่องทางปกติ อย่างการขายผ่านหน้าร้าน  มาเป็นการขายช่องทางออนไลน์  รวมถึงในยุคดิจิทัล เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้พฤติกรรมด้านการซื้อสินค้าและบริการมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยตามลำดับ E-commerce มีการเติบโต รวมถึงการซื้อขายผ่านช่องทาง social media ต่าง ๆ ได้เพิ่มสูงขึ้นมาก   ซึ่งก็ทำให้เอสซีจีได้รับผลกระทบจากวิกฤตนี้น้อยลง

Thailife Life Fit

บรรณ กล่าวต่อว่า จริงแล้วสินค้าวัสดุก่อสร้าง ก็ไม่ใช่สินค้าที่จะเหมาะกับการซื้อขายออนไลน์เท่าไรนัก แต่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 มีการศึกษาพฤติกรรมความสนใจ และการค้นหาข้อมูลเรื่องวัสดุการตกแต่งบ้าน รวมถึงการเลือกซื้อสินค้าและบริการของผู้บริโภค พบ 4 เทรนด์สำคัญ   ประกอบด้วย

1)  มีความต้องการต่อเติม ตกแต่ง ปรับปรุง เพิ่มเติมฟังก์ชันให้บ้านมากขึ้นในช่วงสถานการณ์โควิด-19 สูงถึง 46% (Decorating & Renovation) เพราะต้องทำงานอยู่ที่บ้านกันมากขึ้น ทำให้มีความต้องการปรับปรุงบ้านให้น่าอยู่

2) ด้วยพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์มาแรงมาก ก็ส่งผลถึงสินค้าอุปกรณ์ก่อสร้างที่เป็นสินค้าหนัก จึงได้รับความสนใจในการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์เช่นกัน

3) ความต้องการสินค้าเพื่อสุขภาพ อนามัย ความปลอดภัยมีสูงมาก  เช่น ก๊อกน้ำระบบเซนเซอร์ ลดการสัมผัส

4) ลูกค้ามีการมองหาสินค้าที่คุ้มค่าคุ้มราคา (Value for money) เน้นการซื้อสินค้าเพื่อการใช้งาน ลดการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย และมีการเปรียบเทียบราคา

ด้วยเหตุนี้ เอสซีจีจึงได้วางแผนกลยุทธ์ เดินหน้าพัฒนาช่องทางการขายที่เป็นธุรกิจค้าปลีกแบบ Active OMNI-Channel ภายใต้ชื่อ SCG HOME โดยได้นำหลัก Customer-centric มาใช้ในการทำงานเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างสูงสุด รวบรวมร้านค้าแบบออฟไลน์และออนไลน์ที่เชื่อมโยงกันด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นสินค้าและบริการประเภทการสร้างใหม่ ซ่อมแซม ปรับปรุง หรือตกแต่ง พร้อมช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่เพื่อการทำบ้านแบบครบวงจร สะดวกสบายในการหาข้อมูลไปจนถึงการชอปปิงเชื่อมกับช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Website, Social media platform ต่าง ๆ เช่น Facebook หรือ LINE  หรือผ่าน SCG HOME Contact Center อีกทั้งยังมีแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้บริการแบบไม่ต้องเจอหน้าหรือสัมผัสกัน อย่างเช่น “Q-Chang” แพลตฟอร์มจับคู่ระหว่างเจ้าของบ้านกับช่าง การปรึกษาและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทาง Online Chat หรือการเยี่ยมชมสถานที่และดูสินค้าผ่านโปรแกรม Virtual Store แบบ 360 องศา เป็นต้น

“เราต้องการให้ SCG Home เป็น Super Platform ของการทำบ้าน ที่รวบรวมสินค้า บริการ และโซลูชั่นของการทำบ้านที่ครบวงจรที่สุด  มีการดึงพันธมิตรผู้ผลิตสินค้าเกี่ยวกับบ้าน เช่น กลุ่มเฟอร์นิเจอร์, สีทาบ้าน หรือบริการการก่อสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซมบ้าน อย่าง Q-Chang รวมถึงการลงทะเบียนรับประกันสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ไว้ที่เดียวกัน ตอบโจทย์ทุกความต้องการของการทำบ้าน”

บรรรณ กล่าวต่อว่า การเปิดช่องทางการขายออนไลน์ผ่าน SCG Home.com ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคในระดับหลายแสน แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความรู้ และความมั่นใจในการซื้อสินค้าอุปกรณ์ก่อสร้างเอง  เอสซีจี จึงมีการกำหนดกลุ่มลูกค้าของ SCG HOME ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ตามพฤติกรรมและความนิยมที่เปลี่ยนแปลงไป คือ กลุ่มเป้าหมายที่มีอายุประมาณ 25-45 ปี มีความต้องการปรับปรุงบ้าน การเลือกซื้อสินค้าและบริการ การได้รับคำปรึกษา ข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความสะดวกสบาย ตลอดจนได้รับความสบายใจในระหว่างขั้นตอนการทำบ้านอีกด้วย

นอกจากนั้น ในส่วนของช่องทางออฟไลน์ ก็จะมีการเพิ่มสาขา SCG Home ให้มากถึง 200 สาขาใหญ่ และ 20,000 สาขารอง ทั่วประเทศ ภายในเวลา 3   ปี  สร้างช่องทาง Active OMNI-Channel ของเอสซีจีให้แข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย

ด้าน ปรวรรณ มหัทธนะสุข Customer and Brand Management Director ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าวว่า จากเป้าหมายหลักของ SCG HOME ที่มุ่งเป็นจุดหมายและคู่คิดเรื่องบ้านและที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้า พร้อมลุยตลาดปรับปรุงบ้านอย่างเต็มกำลัง จึงได้ต่อยอดยกขบวนสินค้าและบริการมาในรูปแบบอีเว้นท์  ซึ่งถือว่าเป็นงานยิ่งใหญ่แห่งปีของเอสซีจี และจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ในชื่องาน “SCG HOME Festival” บนพื้นที่กว่า 6,200 ตารางเมตร โดยได้รวบรวมสินค้า-บริการจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ รวมถึงพันธมิตร ตอบโจทย์ได้ครบและคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นการสร้างใหม่ ซ่อมแซม ต่อเติม ตกแต่ง อีกทั้งยังได้รับคำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน พร้อมพบกับทัพโปรโมชันที่ดีที่สุดในรอบปี ครั้งนี้ถือเป็นเทศกาลที่คนรักบ้านต้องห้ามพลาด เพราะนอกจากได้จับจ่ายใช้สอยสินค้าเพื่อบ้านในราคาที่ดีที่สุดแล้ว ยังได้รับความคุ้มและครบจบเรื่องบ้านในที่เดียว

และเพื่อตอบรับกระแส New Normal ในงาน “SCG HOME Festival” พบกับครั้งแรกที่เชื่อมต่อประสบการณ์การชอปปิงสินค้าเพื่อบ้าน ด้วยระบบการ Live ผ่านช่องทาง Facebook SCG HOME เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่สามารถเข้ามาร่วมงานครั้งนี้ได้รับชมบรรยากาศ จับจ่ายซื้อสินค้าและบริการผ่านโปรแกรม Chat & Shop สะดวกสบายทั้งช่องทาง Facebook  SCG HOME และ Line @scghome รวมถึงสามารถร่วมชมกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงานแบบออนไลน์ได้อีกด้วย นอกจากนี้ลูกค้าสามารถสอบถามโปรโมชันเดียวกันนี้ได้ที่ร้าน SCG HOME ที่ร่วมรายการเช่นกัน และทางเอสซีจีมีแผนที่จะขยายผล SCG HOME Festival สัญจรไปยังจังหวัดต่าง ๆ โดยจะมีคอนเซ็ปต์และรูปแบบของงานที่คล้ายคลึงกัน แต่แตกต่างกันไปตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่

“เอสซีจีเชื่อมั่นว่างาน “SCG HOME Festival” จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะเป็นงานเดียวที่สามารถตอบโจทย์ผู้ที่มีความต้องการเรื่องบ้าน ทั้งการสร้าง ซ่อมแซม ต่อเติม ตกแต่ง แบบครบวงจร พร้อมมาตรการป้องกันและรักษาความสะอาดอย่างรัดกุม เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างปลอดภัยและสบายใจ ในระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2563 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ SCG EXPERIENCE สาขาเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC)” ปรวรรณ กล่าว

AIA สู้ทุกระยะโรคร้าย