ปีแห่งความท้าทาย กับเป้าท้าทาย 22,800 ลบ. ของ BKI

699

โควิด-19 อาจทำให้หลายๆ ธุรกิจต้องล้มพังพาบ แต่ในธุรกิจประกัน  วิกฤตการณ์โควิด-19 ถือเป็นสถานการณ์ที่มีทั้งวิกฤตและโอกาสของธุรกิจควบคู่กันไป

กรุงเทพประกันภัย  หนึ่งในผู้นำของธุรกิจประกันเมืองไทย ที่สะท้อนสถานการณ์นี้ได้เป็นอย่างดี เมื่อทำผลงานไตรมาสแรกของปีนี้ได้อย่างสวยงาม ด้วยเบี้ยประกันภัยรับรวมเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 25.3 หรือเท่ากับ 6,136.1 ล้านบาท มีกำไรสุทธิจากการรับประกันภัยหลังหักค่าใช้จ่ายดำเนินงาน 328.5 ล้านบาท และรายได้สุทธิจากการลงทุน 459.7 ล้านบาท กำไรก่อนภาษีเงินได้ 788.2 ล้านบาท และเมื่อหักภาษีเงินได้แล้ว บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 668.8 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานเท่ากับ 6.28 บาท

AIA สู้ทุกระยะโรคร้าย

แต่ ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI  ก็ยังกังวลว่า แม้ผลประกอบการของบริษัทฯ ในไตรมาสสองจะมีแนวโน้มเป็นไปตามเป้าหมาย แต่การเติบโตอาจแผ่วลงจากการได้รับผลกระทบของสถานการณ์การแพร่เชื้อไวรัส COVID-19

แนวโน้มธุรกิจประกันวินาศภัยไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2563   ดร.อภิสิทธิ์  กล่าวว่า แม้ปัจจุบันธุรกิจประสบกับความท้าทายทั้งจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างชัดเจน การส่งออกหดตัว ยอดขายรถยนต์ใหม่ที่ชะลอตัวอย่างมาก และผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตมนุษย์และการดำเนินธุรกิจทั่วโลก แต่ก็ยังมองเห็นปัจจัยบวกหลายประการที่จะส่งผลดีต่อธุรกิจ  ประกอบด้วย

ความตระหนักถึงความเสี่ยงโรคไวรัสโควิด-19 และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ทำให้ผู้บริโภคซื้อกรมธรรม์ประกันภัยไวรัสโควิด-19 เป็นจำนวนมาก  โดยข้อมูลจาก คปภ. เมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่ผ่านมา มีมากถึง  8.15 ล้านกรมธรรม์   โดยกรุงเทพประกันภัยมีอยู่  6 แสนกรมธรรม์  คิดเป็นเบี้ยประกัน  300 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มนี้จะกลายเป็นฐานลูกค้าที่มีศักยภาพในการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพประเภทอื่นๆ ต่อไป

ขณะที่การใช้ชีวิตของผู้คนในแบบ New Normal  ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย, การล้างมือเป็นประจำ, Social Distancing รวมทั้งการเข้มงวดด้านมาตรฐานความสะอาดและอนามัยในสถานที่ต่างๆ ส่งผลให้โรคภัยไข้เจ็บจากโรคติดต่อทางเดินหายใจต่างๆ ลดน้อยลง รวมถึงความกังวลในเรื่องการระบาดโควิด-19 ทำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการไปโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น หรือรักษาตัวเองเมื่อเจ็บป่วยเล็กน้อย ส่งผลถึงแนวโน้มของอัตราการจ่ายค่าสินไหมทดแทนของประกันสุขภาพลดลง

ด้านมาตรการผ่อนคลายของสถาบันต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การอนุญาตให้จำหน่ายประกันภัยระยะสั้นเป็นรายวัน รายเดือนหรือรายไตรมาส, การอนุญาตให้สามารถผ่อนชำระเบี้ยประกันภัยรถยนต์ได้กับบริษัทประกันภัยโดยตรง, การให้จัดส่งกรมธรรม์แบบ e-Policy ให้ลูกค้าได้  ส่งผลให้บริษัทประกันภัยมีความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจมากขึ้นนอกจากนี้ การเลื่อนการบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลออกไปอีก 1 ปี ทำให้ช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการลงไปได้อีกระดับหนึ่ง

ในด้านปัจจัยทางเศรษฐกิจ  ทั้งโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมของภาครัฐที่มีแผนจะเปิดประมูลและเซ็นสัญญาก่อสร้างในปีนี้ส่วนใหญ่ยังคงดำเนินการต่อไปตามแผนที่ตั้งไว้  ด้านการท่องเที่ยว ตัวขับเคลื่อนหลักทางเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างช้าๆ โดยการท่องเที่ยวภายในประเทศจะเริ่มดำเนินการได้ภายในไตรมาส 3 และ ททท.คาดว่าจะเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศได้ภายในเดือนตุลาคม  ขณะที่อัตราเบี้ยประกันภัยต่อในตลาดโลกที่ยังคงเพิ่มขึ้นจากความเสียหายของมหันตภัยในปีที่ผ่านมา ทำให้อัตราเบี้ยประกันภัย IAR ในปีนี้ไม่สามารถตัดราคาเพื่อการแข่งขันได้เหมือนที่ผ่านมา

สำหรับกรุงเทพประกันภัย ดร.อภิสิทธิ์ ยังคงวางเป้าหมายเบี้ยประกันภัยที่ท้าทายไว้ 22,800 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 โดยมีแผนและกลยุทธ์ทางธุรกิจที่จะนำสู่เป้าหมาย ประกอบด้วย

การรักษาอัตราการต่ออายุและขยายฐานลูกค้ารายย่อย ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ มีอัตราการต่ออายุกรมธรรม์มากกว่า 90%   โดยการรับประกันภัยงานภาครัฐ ยังมีแนวโน้มที่ดี คาดจะได้เบี้ยจากเมกะโปรเจกต์ ผนวกกับเบี้ยประกันภัยข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพิ่มขึ้นกว่า 500 ล้านบาท  เช่นเดียวกับการขยายงานในตลาดอาเซียนที่มีแนวโน้มเติบโตจากการขยายการลงทุนของนักลงทุนไทย คาดว่าจะมีเบี้ยประกันภัยรับต่อเพิ่มขึ้นกว่า 100 ล้านบาท

ขณะที่ผู้บริโภคในปัจจุบัน เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพและการป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น กรุงเทพประกันภัยจึงได้พัฒนาออกผลิตภัณฑ์กรมธรรม์ประกันสุขภาพให้ความคุ้มครองครอบคลุมถึงประกันภัยโควิด-19 (ประกันภัย 3 โรคกวนใจเพิ่มภัยโควิด) และได้นำบริการ Telemedicine เข้ามาให้บริการลูกค้าในปัจจุบัน และพร้อมจะขยายการให้บริการในรูปแบบใหม่เพิ่มเติมในเร็วๆ นี้  รวมถึงมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความคุ้มครองที่เหมาะสมกับพฤติกรรมและกำลังซื้อของลูกค้าในสภาวการณ์เช่นนี้  เช่น การออกกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3+ ราคาประหยัด คุ้มครองระยะสั้น เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้รถยนต์ของผู้บริโภคในช่วงสถานการณ์การระบาด โควิด-19  และขานรับนโยบายของสำนักงาน คปภ.ในการออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถผ่อนชำระเบี้ยได้สูงสุดถึง 180 วัน การขยายความคุ้มครองให้ลูกค้าที่แจ้งหยุดใช้รถชั่วคราว

ดร.อภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า กรุงเทพประกันภัยยังได้เพิ่มการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องในการยกระดับคุณภาพการให้บริการ พร้อมรองรับ New Normal Lifestyle ด้วยการปรับเปลี่ยน Core Business System (CBS) ขยายการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (Robotic Process Automation: RPA) มาปรับปรุงกระบวนการทำงานทั้งด้านรับประกันภัยและสินไหมทดแทนเพื่อให้ลูกค้าและคู่ค้าได้รับความสะดวกรวดเร็วขึ้นแล้ว ตั้งเป้าสู่การเป็น Data Driven Organization โดยการปรับปรุงระบบ Enterprise Data Warehouse ของบริษัทฯ เพื่อใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ สนับสนุนการทำงานและการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อผ่านวิกฤตครั้งสำคัญของโลก ก้าวไปสู่เป้าหมาย 22,800 ล้านบาท ให้ได้

The Viriyah Insurance