ไวกว่าใคร! ‘นันยาง’ เปิดตัวรองเท้านักเรียน ลดการสัมผัสเชื้อโควิด-19

4883

ยังคงเป็นแบรนด์ที่สะท้อนการบริหารของคนรุ่นใหม่ ที่สร้างสีสันให้กับตลาดอย่างต่อเนื่อง  สำหรับรองเท้านักเรียนนันยาง จากการเก็บเอาสถานการณ์ Talk of The Town ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงมาสร้างโปรดักส์  ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าแตะ KHYA™ (ขยะ) ซึ่งผลิตจากขยะทะเล รับเทรนด์การรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึง Nanyang RED limited edition 2019 ที่ผลิตออกมาเฉลิมฉลองการจะกลับมาคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของลิเวอร์พูลในรอบ 30 ปี

และสถานการณ์โควิด -19 ก็หนีไม่พ้น ที่นันยางได้สร้างนวัตกรรมรองเท้านักเรียนอีกครั้ง

AIA สู้ทุกระยะโรคร้าย

จักรพล จันทวิมล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่ท้าทายตั้งแต่ก้าวแรกของปี โดยนันยางเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับทุกสถานการณ์ที่ต้องเผชิญ ดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ ละเอียด และรวดเร็ว ตั้งมั่นในความไม่ประมาท  ที่สำคัญต้องเรียนรู้ที่จะแสวงหาโอกาสจากปัญหา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลาอย่างเหมาะสม  สำหรับเป้าหมายการเติบโตในปีนี้ไว้ที่ตั้งไว้  5%  ไม่มีแผนปรับลด  เนื่องจากสินค้าของนันยางไม่ใช่สินค้าแฟชั่นหรือสินค้าฟุ่มเฟือย แต่เป็นสินค้าสำหรับใช้งานและเป็นรองเท้าที่ผู้บริโภคใช้งานได้อย่างคุ้มค่า ทำให้ในทุกสภาวะเศรษฐกิจ นันยางก็สามารถรักษาตลาดไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

โดยไตรมาสแรกของปีนี้ นันยางมีอัตราเติบโตอยู่ที่ 3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 สาเหตุมาจากร้านค้าได้ซื้อสินค้าเพื่อเตรียมรับช่วงเปิดเทอมใหม่กลางปี  ประกอบกับการอ่อนตัวของค่าเงินบาทส่งผลให้การส่งออกดีขึ้น โดยเฉพาะประเทศเมียนมาที่เป็นช่วงไฮซีซั่นและมีเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต

จักรพลกล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19  ว่า  นันยาง ได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาส มอบโซลูชันที่ตอบโจทย์ให้แก่ทั้งผู้ปกครองและเด็กนักเรียนประถม ด้วยการเปิดตัวรองเท้าผ้าใบนักเรียน Nanyang Have Fun ใหม่ ที่มาพร้อมเชือกยืดหยุ่น ไม่ต้องผูก ลดการสัมผัสเชื้อโรคจากรองเท้า เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ เพิ่มความอุ่นใจให้ผู้ปกครอง และเพิ่มความปลอดภัยต่อเด็กนักเรียน โดยจะแถมฟรีเชือกยืดหยุ่นมูลค่า 69 บาทจนกว่า COVID-19 จะหมดไปจากประเทศไทย  นอกจากนี้ นันยางยังได้มอบเชือกยืดหยุ่นให้แก่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายรองเท้านันยางทั่วประเทศอีก 120,000 ขุด เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนให้เด็กไทยมีสุขอนามัยที่ดีห่างไกลโรค

“จากโปรเจควิจัยเฉพาะกิจ ‘นันยาง X ฮัมมิ่งเบิร์ด Inside Thai Kids’ เพื่อเจาะลึกแนวคิดของเด็กไทยวัยประถม ทำให้นันยางพบโอกาสในการพัฒนา Nanyang Have Fun ใหม่ในครั้งนี้ขึ้นและเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับดีแน่นอน เพราะจากผลสำรวจระบุว่า ปัญหาใหญ่ของเด็กประถมคือการผูกเชือกรองเท้า โดยเฉลี่ยเด็กๆ จะต้องผูกเชือกมากกว่าคนละ 10 ครั้งต่อวัน ซึ่งมีโอกาสสัมผัสเชื้อโรคจากรองเท้า เชือกยืดหยุ่นจึงช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวได้ รวมถึงเพิ่มความสะดวกให้แก่ทั้งตัวเด็กและผู้ปกครองอีกด้วย” จักรพล กล่าว

ด้านมุมมองของ นันยาง ต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง 2563  จักรพล กล่าวว่า คาดว่าตลาดโดยรวมจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาสู่ภาวะปกติ เพียงแต่รอเวลาที่เหมาะสม ส่วนตลาดรองเท้าผ้าใบนักเรียนจะเป็นการชะลอการตัดสินใจซื้อเท่านั้น และคาดว่าพอถึงฤดูกาลเปิดเทอมกำลังซื้อก็จะกลับมา และนันยางเชื่อว่า Nanyang Have Fun จะสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้แก่ตลาดรองเท้าผ้าใบนักเรียนเมืองไทยได้แน่นอน”

ทั้งนี้ รองเท้าผ้าใบนักเรียน Nanyang Have Fun ใหม่ ไม่ต้องผูกเชือก ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อนักเรียนชั้นประถมโดยเฉพาะ ราคา 285 บาท แถมเชือกยืดหยุ่นมูลค่า 69 บาทจนกว่า COVID-19 จะหมดจากประเทศไทย มีความเบาและนุ่ม จากพื้นสีฟ้า Spring Soft Support™  มีให้เลือกตั้งแต่เบอร์ 28 – 36 เหมาะสำหรับเด็กอายุระหว่าง 4 – 10 ปี มี 3 สีให้เลือก ได้แก่ สีขาว ดำ และน้ำตาล พร้อมเชือกผูกรองเท้าปกติ  โดยสินค้าทยอยเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือน พ.ค. นี้เป็นต้นไปที่ร้านรองเท้ากว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศ บิ๊กซี โลตัส และช่องทางออนไลน์ Lazada Shopee JDCentral

ขณะที่ผลประกอบการในปี 2562 นันยาง มียอดขายเติบโตกว่าปีที่ผ่านมาถึง 10% เป็นการเติบโตสูงสุดนับแต่ก่อตั้งบริษัทฯ  จากยอดขายที่เติบโตของรองเท้าผ้าใบนักเรียนในช่วงครึ่งปีแรก โดยยังครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งที่ 43% และช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้สูงขึ้นจากการส่งออกไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้านจากการอ่อนตัวของค่าเงินบาท และการทำการตลาดที่โดนใจผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเปิดตัวสินค้ารุ่นพิเศษได้แก่ รองเท้าผ้าใบ  Nanyang RED limited edition 2019 และรองเท้าแตะ KHYA™ (ขยะ) ซึ่งผลิตจากขยะทะเล ที่ได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าในวงกว้าง ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของนันยางที่สามารถสร้างการรับรู้ การยอมรับ และกระแสนิยมให้แก่แบรนด์ได้ชั่วข้ามคืน

362Degree.com