วิกฤตซ้อนวิกฤต! การบินไทย “สุเมธ ดำรงชัยธรรม” ลาออกพ้นตำแหน่ง “ดีดี” มีผล 11 เม.ย. 63

285

เป็นข่าว “ช็อค” วงการสายการบินอีกครั้งเมื่อ “สุเมธ ดำรงชัยธรรม” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือ ดีดี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารสายการบินไทย ได้ยื่นจดหมายลาออกจากตำแหน่ง “ดีดี” การบินไทย และคณะกรรมการ (บอร์ด) ต่อที่ประชุมบอร์ดนัดพิเศษเมื่อบ่ายวันที่ 12 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา

ประเด็นดังกล่าวเริ่มเป็นกระแสและมีข่าวเล็ดลอดออกมาจากทางนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในวันที่ 11 มีนาคม ซึ่งพนักงานการบินไทยส่วนใหญ่ไม่มีใครปักใจเชื่อ ต่างคิดว่าเป็น fake news หรือ “ข่าวปลอม” ทั้งสิ้น

AIA สู้ทุกระยะโรคร้าย

กระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้สัมภาษณ์สื่อในช่วงเย็นของวันที่ 12 มีนาคม พร้อมทั้งทำหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการลาออก “สุเมธ ดำรงชัยธรรม” อย่างเป็นทางการในช่วงเย็นวันเดียวกันออกมาที่ระบุว่าคณะกรรมการบริษัทฯ ได้พิจารณาแล้วจึงมีมติให้ลาออกได้ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2563 เป็นต้นไป

โดยพร้อมกันนี้ที่ประชุมบอร์ดนัดพิเศษเมื่อบ่ายวันที่ 12 มีนาคม 2563 ยังได้แต่งตั้ง “จักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล” ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นรองปลัดกระทรวงการคลัง กลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน ทำหน้าที่ “รักษาการดีดี” การบินไทยแทนทันที

สุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย

แหล่งข่าวระดับสูงจาก “การบินไทย” รายหนึ่งให้ข้อมูลกับ www.362degree.com ว่า เหตุผลที่ทำให้ “ดีดีสุเมธ” ตัดสินใจยื่นใบลาออกนั้นน่าจะมาจากหลายประเด็น ทั้งด้านการบริหารที่ถูกบอร์ดกดดันมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นแผนฟื้นฟูธุรกิจ, แผนจัดซื้อเครื่องบินใหม่, แผนการลดต้นทุน, แผนการรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ฯลฯ

พร้อมทั้งย้ำว่า คนทำงานทุกคนในองค์กรการบินไทยต่างยอมรับว่าองค์กรการบินไทยนั้นอยู่ในภาวะที่วิกฤตและขาดทุนมาตลอดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งการบริหารให้ธุรกิจพลิกฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง หรือการคาดหวังว่าจะบริหารให้การบินไทยกลับมามีผลประกอบการที่เป็นกำไรอีกครั้งนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมาก

ยิ่งในระยะหลังเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยเกิดวิกฤตด้านความเชื่อมั่นซ้ำแล้วซ้ำอีก รวมถึงตัวแปรด้านเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง และค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างหนักในช่วง 2 ปีนี้ทำให้การบินไทยมีผลประกอบการที่ขาดทุนหนักมากยิ่งขึ้น

เมื่อบวกกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กำลังลุกลามไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลกในขณะนี้ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจของการบินไทย ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติ มีเส้นทางการบินให้บริการครอบคลุมประเทศหลักๆ อยู่ทั่วโลกนั้นจำเป็นต้องตัดลดจำนวนเที่ยวบินในบางเส้นทางบินลง และจำเป็นต้องหยุดทำการบินในเส้นทางบินที่มีการแพร่ระบาดรุนแรงเป็นการชั่วคราว

ปัญหาไวรัสโควิด-19 ที่กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อธุรกิจสายการบินในขณะนี้ถือว่าเป็น “วิกฤต” ที่ซ้ำเติมองค์กร “การบินไทย” ซึ่งเดิมก็ “วิกฤต” เป็นทุนเดิมอยู่แล้วให้วิกฤตยิ่งขึ้นไปอีก หรือจะเรียกว่าการบินไทยกำลังตกอยู่ในสถานะ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ก็คงไม่ผิดนัก

ดังนั้น สิ่งที่คนการบินไทยเป็นห่วงที่สุดในขณะนี้คือ ท่ามกลางสภาวการณ์ที่เรียกว่า “วิกฤตซ้อนวิกฤต” และท่ามกลางกระแสการเมืองแบบนี้จะมีใครกล้ามานั่งบริหารงานต่อไป และเมื่อไหร่องค์กร “การบินไทย” จะหลุดพ้นจากแผนฟื้นฟูและมีผลประกอบการที่ “เป็นบวก” ได้สักที

 

 

 

 

 

 

362Degree.com