แม่ทัพใหม่ทีวี ไดเร็ค พร้อมรบ เดินหน้าสร้างรายได้ ควบคู่เพิ่มกำไร

221

เป็นเวลากว่า 20 ปีที่คนไทยได้รู้จักทีวี ไดเร็ค แม้ในอดีตจะไม่ใช่แบรนด์ที่ใช้งบโฆษณาสูงสุด แต่ผู้คนก็ยังจดจำวลีเด็ด  “โอ้ว…พระเจ้าจอร์จ”  และซาร่า กับเครื่องออกกำลังกายที่สุดยอดทุกครั้งที่ได้ใช้งาน

ย้อนกลับไปในเวลานั้น ทีวีโฮมช้อปปิ้ง ถือเป็นเรื่องใหม่ ที่ดูจะไม่เข้ากับจริตคนไทย การซื้อสินค้าโดยไม่ได้เห็นของจริง ไม่ได้หยิบจับ หรือทดลองใช้ รวมถึงความไม่มั่นใจในคุณภาพ  มีผู้ประกอบการหลายรายทั้งในและต่างประเทศเข้ามาทำตลาด แต่ก็พับฐานกลับไปเกือบทุกราย  เหลือ ทีวี ไดเร็ค ที่มุ่งมั่นในการเปลี่ยนความคิดในการซื้อสินค้าจากทีวีโฮมช้อปปิ้ง จนประสบความสำเร็จ สร้างรายได้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถแปลงตัวเป็นบริษัทมหาชน เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

AIA สู้ทุกระยะโรคร้าย

ซึ่งภายใต้หลังความสำเร็จนี้ ต้องยกให้กับ ทรงพล ชัญมาตรกิจ ผู้ก่อตั้ง และนั่งตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ที่ฝ่าฟันสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคชาวไทยจนเป็นผลสำเร็จ สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนสามารถนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

แต่ในปีนี้ ทีวี ไดเร็ค มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ  เมื่อทรงพล ประกาศลุกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด(มหาชน)  เพื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งใหม่  Group CEO เพื่อดูแลการดำเนินธุรกิจ B2B(Business to Business) ของกลุ่มบริษัท  และแต่งตั้งให้ ธนะบุล มัทธุรนนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีวีดี ช้อปปิ้ง จำกัด ขึ้นเป็น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด(มหาชน)  ทำหน้าที่ขับเคลื่อนธุรกิจทีวี ไดเร็ค แทน

ธนะบุล มัทธุรนนท์ เริ่มงานกับทีวี ไดเร็ค ตั้งแต่ปี 2552 ในตำแหน่ง Direct Channel Head ดูธุรกิจ ทีวี คอลล์เซ็นเตอร์  ออนไลน์ และแคตตาล็อก สร้างผลงานโดดเด่นในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ทีวีดี ช้อปปิ้ง ซึ่งเป็นบริษัทที่ร่วมทุนระหว่าง ทีวีไดเร็ค กับ โมโม่ดอทคอม อินคอร์ปอร์เรชั่น  บริษัท Home Shopping อันดับ 1 ในไต้หวัน  ใช้เวลา 2 ปี ทำรายได้ทะลุหลัก 1,000 ล้านบาท และทำกำไรมาโดยตลอด

ธนะบุล มัทธุรนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ เผยว่า หลังจากที่เข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารเมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา โดยรับผิดชอบการบริหารใน 2 บริษัท ได้แก่ บมจ.ทีวี ไดเร็ค และบริษัท ทีวีดี ช้อปปิ้ง จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้ง ได้วางนโยบายการดำเนินงานในปี 2563 โดยมุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถการทำกำไรให้ดียิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเพื่อลดต้นทุน ตลอดจนผลักดันยอดขายให้เติบโตในอัตราใกล้เคียงกับภาพรวมธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้ง ท่ามกลางภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคในปีนี้ที่มีแนวโน้มชะลอตัว

ธนะบุลกล่าวว่า นโยบายของบอร์ดบริษัทที่มอบหมายไว้ คือการสร้างการเติบโตทั้ง Top Line คือรายได้ และ Bottom Line คือการทำกำไร  โดยในส่วนของการสร้างรายได้ ยอมรับว่า ในปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากการปิดช่องทีวีดิจิทัล ในปีนี้จึงจะเพิ่มช่องทีวีดาวเทียม พร้อมขยายทีมขายคอลล์เซ็นเตอร์ อีกราว 150 คน รองรับฐานลูกค้าของทีวี ไดเร็ค 6 ล้านราย

ขณะที่ช่องทางออนไลน์ ที่ทีวี ไดเร็คมีการเติบโตมากถึง 30-40% มาตลอด และยังถือว่ามีโอกาสอีกมาก เนื่องจากสัดส่วนรายได้จากช่องทางนี้ยังไม่มาก และด้วยโมเดล Omni Channel  ที่เชื่อมโยงการขายออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกัน ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงทุกช่องทาง และด้วยความแข็งแกร่งของแบรนด์ ทีวี ไดเร็ค ที่อยู่ในธุรกิจมายาวนานถึง 20 ปี ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า เชื่อว่าในปีนี้ก็จะสามารถเติบโตทางช่องทางออนไลน์ได้ไม่ต่ำกว่า 20% โดยในปี 2563 ตั้งเป้ายอดขายผ่านช่องทางออนไลน์คิดเป็นสัดส่วน 10-15% ของรายได้รวม

ในส่วนของแคตตาล็อก และร้านค้า  ปัจจุบัน มีร้านทีวี ไดเร็คอยู่ราว 40 สาขาทั่วประเทศ จะไม่มีการขยายเพิ่ม แต่จะเน้นการเพิ่มความหลากหลายของสินค้า จากปัจจุบันที่มีอยู่ราว 200-300 SKU และนำแอปพลิเคชั่นมาช่วยให้ลูกค้าสามารถเห็นสินค้าได้มากถึง 2,000-3,000 SKU

ด้านการทำกำไร  ธนะบุล กว่าวว่า จะมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรของบริษัทฯ ด้วยการปรับสัดส่วนรายได้ในแต่ละช่องทางการขายให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภค ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในองค์กรภายใต้โมเดล Lean Strategy เพื่อลดกระบวนการทำงานที่ซ้ำซ้อนกันและเพิ่มศักยภาพการบริหารต้นทุน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราดำเนินการมาระยะหนึ่งและจะเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในปีนี้ โดยมีเป้าหมายหลักคือการทำให้ทีวี ไดเร็ค มีกำไรสูงกว่าปีที่ผ่านมา

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีวี ไดเร็ค  กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้งในปีที่ผ่านมา ประเมินว่ามีอัตราการเติบโตประมาณ 7% หรือมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 14,000 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น แม้ว่ารัฐบาลพยายามออกมาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ก็ยังไม่ส่งผลให้กำลังซื้อฟื้นตัวอย่างชัดเจน

ขณะที่แนวโน้มธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้งในปี 2563 คาดว่าภาพรวมตลาดจะเติบโตจากปีก่อนเล็กน้อย เนื่องจากยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง โดยประเมินว่าภาพรวมธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้งจะมีอัตราการเติบโต 2-3% จากปีที่ผ่านมา ส่วนรายได้ของทีวี ไดเร็ค คาดว่าจะมีอัตราเติบโตได้ราว 6-7 %

362Degree.com