“ดับเบิ้ลพราวด์ไทยแลนด์” มุ่งส่งสินค้าแบรนด์ไทยสู่ตลาดโลก ตั้งเป้ายอดขายเพิ่ม 200% ใน 5 ปี

260

การส่งสินค้าแบรนด์ไทยไปปักธงและเติบโตในตลาดต่างประเทศมีขั้นตอนการดำเนินงานและเทคนิคทางการตลาดมากมาย แม้ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากในวันนี้ ด้วยการเลือกใช้บริการแบบครบวงจรจากบริษัทมืออาชีพด้านนี้โดยตรง

สิ-ชลธิดา เนตรสว่าง กรรมการผู้จัดการ และพรประสิทธิ์ เหมรา Operation Director สองสามีภรรยาผู้บริหาร ดับเบิ้ลพราวด์ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า บริษัทฯ เริ่มต้นเมื่อปี 2555 ด้วยทีมงานเพียง 4 คน ในตึกแถวให้เช่าย่านเอกมัย โดยได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า 3 แบรนด์ จนมาถึงวันนี้บริษัทฯ มีอาคารสำนักงานใหญ่ที่พัฒนาการ มีโกดังสินค้าเป็นของตัวเอง และมีพนักงานประจำมากกว่า 50 คน โดยมีทีมงานที่ลงตลาดให้ลูกค้ามากกว่า 30 แบรนด์

เมืองไทยประกันภัย  ประกันการเดินทาง

“เรามีบริษัทในเครือเพิ่มขึ้นอีกหลายบริษัท ทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ เนื่องจากเราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าหลายแบรนด์ให้ส่งออกสินค้าและทำการตลาดที่สหรัฐอเมริกาและบางประเทศในยุโรป สำหรับที่สหรัฐอเมริกา เรามีธุรกิจรถ Food Truck และสื่อโฆษณาที่พร้อมจะต่อยอดและโปรโมทแบรนด์เพื่อสร้างจุดขายที่แตกต่างและโดดเด่น อย่างสินค้าหมวดอาหาร ก็ไม่ได้ส่งออกแล้วไปอยู่แค่ในตู้แช่แข็ง”

“ลูกค้าของเราส่วนใหญ่ใช้บริการของบริษัทฯ ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน Pc ออกบูธ หรืองานอีเวนท์ การจัดโรดโชว์ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายที่พม่า เวียดนาม สหรัฐอเมริกา และยุโรป รวมถึงการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่การออกแบบ การทำอาร์ตเวิร์ค จนถึงการผลิต กิจกรรมร้านค้า ประเภทชงชิมตามห้างชั้นนำทั่วประเทศ เราก็ไปมาแล้ว เพราะทีมงานการตลาดของบริษัทฯ มีคอนเน็กชั่นที่ดีทั้งในและต่างประเทศ เราสามารถสร้างจุดขายให้เป็นจุดแข็งให้สินค้าได้ สินค้าหลายแบรนด์ต่อยอดการทำกิจกรรมกับเรา ทำให้เรามีฐานลูกค้าดั้งเดิมที่ทำงานต่อเนื่องกันมายาวนาน”

ชลธิดา กล่าวต่อไปว่า ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ปิดงบที่ 40 ล้านบาท ขณะที่ปี 2563 บริษัทฯ มีแผนขยายสายงานภายในเพิ่มขึ้นสำหรับดูแลลูกค้าใหม่ ตลอดจนการเปิดตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นในยุโรปและอเมริกา การเพิ่มบริการจัดหาสินค้าพรีเมียม ทั้งที่ผลิตในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงสินค้าลิขสิทธิ์หลายแบรนด์ โดยตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้น 200% ในอีก 5 ปีข้างหน้า

“ยังจำคำพูดของลูกค้ารายแรกได้ ลูกค้าบอกคุณสิช่วยผมที ผมต้องขายให้ได้ 3 ล้านในสี่วันสุดท้าย ไม่งั้นไม่ได้เป้าตามที่ตั้งใจกันไว้ แน่นอนว่าทีมขายของเราลงตลาดและขายได้ ณ จุดขายมากกว่าที่ลูกค้าต้องการ ยอดขายสินค้าในกิจกรรมทางการตลาดที่เราทำ คือการได้รับทั้ง Brand Awareness และการการันตียอดขาย เก็บเงินสดฝากเข้าแบงก์ให้ลูกค้าทุกเย็น มันจึงเป็นความไว้ใจต่อกัน เช่นเดียวกับทีมงานของเราเองก็ไว้ใจกัน อยู่ด้วยกันมานาน ทำงานกันอย่างมืออาชีพ และดูแลกันอย่างญาติพี่น้อง”

“สิจะบอกพนักงานทุกคนเสมอว่า ชีวิตไม่ต้องเพอร์เฟคอะไรมาก และไม่ควรต้องทุรนทุรายกับสิ่งที่ไม่ใช่สิ่งที่มาเป็น แค่รู้จักตัวเองให้มากที่สุด เราก็จะมีความสุขอยู่ตรงนั้น”

เรียนโปรแกรมสำหรับกราฟิค แบบตัวต่อตัว