อโกด้า เผยเทรนด์ท่องเที่ยวทศวรรษ 2020 แอปเดียวเที่ยวทั่วโลก คนไทยฮิตเที่ยวกรุงเทพฯ

307

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันการท่องเที่ยวที่ล้ำสมัย และสัญญาณการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ดีขึ้น ส่งผลให้นักเดินทางมีความคาดหวังเกี่ยวกับการท่องเที่ยวมากขึ้น เห็นได้จากผลการสำรวจของ อโกด้า แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวดิจิทัลที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ว่าด้วยเทรนด์การท่องเที่ยวของนักเดินทางในทศวรรษ 2020 พบว่า 3 วิถีการท่องเที่ยวที่มาแรงที่สุด คือ 1) แอปพลิเคชันเดียวสำหรับทุกความต้องการในการเดินทาง 2) การเดินทางโดยไม่ใช้พาสปอร์ต และ 3) การเช็คอินผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ

โดยครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมดในอินโดนีเซีย 56% สิงคโปร์ 54% มาเลเซีย 53% ไต้หวัน 50% ฟิลิปปินส์ 48% และไทย 48% เห็นพ้องต้องกันว่า วิถีการท่องเที่ยวทั้ง 3 อย่างข้างต้นจะกลายเป็นเรื่องปกติของการเดินทางในทศวรรษหน้า ซึ่งเมื่อเทียบกับในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาแล้ว มีนักเดินทางเพียง 1 ใน 3 หรือ 33% เท่านั้นที่เห็นด้วย

เมืองไทยประกันภัย  ประกันการเดินทาง

ในส่วนของเทรนด์การเดินทางโดยไม่ใช้พาสปอร์ตนั้น นักเดินทางจากสิงคโปร์ 50% เวียดนาม 47% ฟิลิปปินส์ 45% จีน 44% และออสเตรเลีย 41% คือ 5 ประเทศที่มีคาดหวังว่าจะได้เห็นเทรนด์นี้มากที่สุด ในทางตรงข้าม มีเพียง 1 ใน 5 ของนักเดินทางจากสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ที่คาดว่าการเดินทางโดยไม่ใช้พาสปอร์ตจะกลายเป็นเรื่องปกติในทศวรรษหน้า

ขณะที่ 1 ใน 2 ของนักเดินทางชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คาดหวังว่าจะเช็คอินเข้าที่พักผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือได้ เพื่อไม่ต้องเสียเวลาเข้าคิวเช็คอินที่ล็อบบี้ เพราะสามารถดาวน์โหลดคีย์การ์ดและเช็คอินเข้าห้องพักได้ทันที โดยนักเดินทางจากสิงคโปร์ 54% ฟิลิปปินส์ 53% มาเลเซีย 58% และไทย 49% เป็น 4 ชาติที่คาดหวังให้นวัตกรรมนี้มีการใช้งานอย่างแพร่หลายมากที่สุด

ความน่าสนใจของความต้องการในการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั่วโลกในทศวรรษ 2020 คือ 40% ของผู้ตอบแบบสอบถาม อยากเที่ยวในประเทศของตนเองให้มากขึ้น และ 35% อยากเที่ยวในต่างประเทศให้มากขึ้น

เทรนด์ท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาแรง

โดยนักเดินทางมากกว่า 1 ใน 4 ต้องการทางเลือกในการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะนักเดินทางจากสิงคโปร์ ไทย และอินโดนีเซีย ที่มีความกระตือรือร้นในการเลือกเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจเนื่องมาจากการปิดอ่าวมาหยาในไทย และเกาะโบราไกย์ (Boracay island) ในฟิลิปปินส์เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้นักเดินทางอยากมีส่วนร่วมช่วยรักษ์โลกขณะท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน

เทรนด์อยากท่องเที่ยวในประเทศของตนเอง

ขณะที่ 40% ของนักเดินทางอายุ 35-44 ปี และ 42% ของนักเดินทางอายุ 55 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มอยากท่องเที่ยวในประเทศของตนเองมากขึ้น โดยนักเดินทางจากจีน อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน ไทย สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม เลือกประเทศของตนเองเป็น 1 ใน 3 อันดับแรกของจุดหมายปลายทางที่ตนอยากไปในทศวรรษหน้า ส่วนนักเดินทางชาวเกาหลีและญี่ปุ่น มีแนวโน้มที่จะเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวมากขึ้น ด้านนักเดินทางชาวไต้หวันและอินโดนีเซีย มีแนวโน้มจะเดินทางช่วงจบการศึกษา เพื่อค้นหาตัวเองก่อนศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยหรือวางแผนอื่นๆ ในอนาคต 

“เกียวโต-กรุงเทพฯ-บาหลี” 3 เมืองท่องเที่ยวสุดฮิตปี 2020

ทวีปเอเชียขึ้นแท่นเป็นอันดับหนึ่งของจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวระดับโลกในทศวรรษหน้า โดยนักเดินทางทั้งจากเอเชียและตะวันตก ต่างอยากมาสัมผัสและสำรวจเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นดั่งสมบัติของทวีปเอเชีย อาทิ เกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ที่มีศาลเจ้าชินโต วัฒนธรรม อาหาร และประวัติศาสตร์อันเลื่องชื่อ ตามด้วยกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย และเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย

“นิวยอร์ก” เมืองท่องเที่ยวชาวอเมริกันและอังกฤษ

ข้ามไปฝั่งตะวันตก นักเดินทางชาวอเมริกันและชาวอังกฤษต่างอยากไปท่องเที่ยวที่มหานครนิวยอร์กมากที่สุดในทศวรรษหน้า ทั้งนี้ นิวยอร์ก เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของนักเดินทางจากออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ส่วนนักเดินทางทั้งชาวมาเลเซียและอินโดนีเซียมีความต้องการอยากไปเยือนกรุงมักกะฮ์ให้ได้ก่อนปี 2030

เทรนด์การท่องเที่ยวในทศวรรษ 2020 ของประเทศไทย

  • คนไทยเกือบครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 49% คาดว่าการใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อเช็คอินเข้าที่พักได้จะกลายเป็นเรื่องปกติในทศวรรษหน้า ทำให้ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่คาดหวังกับเทรนด์นี้มากที่สุด
  • 39% ของคนไทยคาดว่าจะสามารถใช้แอปพลิเคชันเดียวสำหรับทุกความต้องการในการเดินทางได้
  • 32% ของนักเดินทางชาวไทยต้องการทางเลือกในการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเมื่อเดินทาง
  • กรุงเทพมหานครติดอันดับ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับคนไทยในทศวรรษหน้า ตามด้วยเกียวโต และภูเก็ต
  • 36% ของนักเดินทางชาวไทยต้องการท่องเที่ยวในประเทศตัวเองมากขึ้น ขณะที่ 30% ต้องการไปท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น
เรียนโปรแกรมสำหรับกราฟิค แบบตัวต่อตัว