“โออิชิ กรุ๊ป” โชว์ผลงานดีปี 62 ยอดขายทะลุ 1.3 หมื่นล้าน กำไร 1.2 พันล้าน

546

ส่งท้ายปี 2562 ปีที่ 20 ของการดำเนินธุรกิจอย่างสวยงามอีกครั้ง เมื่อผลการดำเนินธุรกิจในรอบปีงบประมาณ 2562 (1 ตุลาคม 2561 ถึง 30 กันยายน 2562) เติบโตแข็งแกร่ง โดยมียอดรายได้รวม 13,631 ล้านบาท และผลกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,229 ล้านบาท เตรียมจ่ายปันผลหุ้นละ 4 บาท 

AIA สู้ทุกระยะโรคร้าย

รายได้และกำไรเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

นางนงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงภาพรวมผลการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ประจำปีงบประมาณ 2562 ว่า “บริษัทฯ มีรายได้รวม 13,631 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยแบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจเครื่องดื่ม 6,501 ล้านบาท เติบโต 8.6% และรายได้จากธุรกิจอาหาร 7,130 ล้านบาท เติบโต 7.9% ขณะที่กำไรสุทธิรวมของบริษัทฯ เท่ากับ 1,229 ล้านบาท เติบโต 21.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยแบ่งเป็นผลกำไรจากธุรกิจเครื่องดื่ม 869 ล้านบาท เติบโต 12.6% และผลกำไรจากธุรกิจอาหาร 360 ล้านบาท เติบโตแบบก้าวกระโดดที่ 52.4%”

สำหรับภาพรวมธุรกิจเครื่องดื่ม มูลค่าตลาดชาพร้อมดื่มในช่วงปีงบประมาณ 2562 มีการฟื้นตัว โดยเติบโต 2.2%* ขณะที่รายได้ของธุรกิจเครื่องดื่มของบริษัทฯ เติบโตมากกว่าการเติบโตของตลาดชาพร้อมดื่มโดยรวม เนื่องจากความสำเร็จในการดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่จนครองแชมป์ผู้นำในตลาดชาพร้อมดื่มในประเทศอย่างต่อเนื่องด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ 44.6%* ประกอบกับการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของยอดขายเครื่องดื่มในตลาดต่างประเทศที่ 15% โดยในส่วนผลกำไรก็เติบโตด้วยเช่นกัน สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของรายได้ การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย และการวางแผนใช้งบการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้น ในส่วนธุรกิจอาหารก็เติบโตทั้งรายได้และกำไร โดยปัจจัยสนับสนุนมาจากการเปิดสาขาใหม่ และการเติบโตของยอดขายของสาขาเดิม ประกอบกับการมุ่งเน้นประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ซึ่งในปีที่ผ่านมาร้านอาหารมีสาขาเพิ่มขึ้นสุทธิ 14 สาขา โดยส่วนมากเป็นสาขาของร้านชาบูชิ ร้านคาคาชิ และร้านโออิชิ อีทเทอเรียม ส่งผลให้บริษัทฯ มีจำนวนสาขาร้านอาหาร ณ สิ้นรอบบัญชีปี 2562 รวม 266 สาขา

*ข้อมูลจาก : บริษัท เดอะนีลเส็นคอมปะนี (ประเทศไทย)จำกัด เดือน ต.ค.61-ก.ย.62

กลยุทธ์สร้างการเติบโต

สำหรับกลยุทธ์หลักในปี 2562 ที่สนับสนุนให้โออิชิเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ได้แก่

  1. การรุกช่องทางดิจิทัล รองรับการขยายตัวของตลาดเดลิเวอรี่ของกลุ่มธุรกิจอาหาร พร้อมตอบสนองความต้องการด้านความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคในยุคนี้
  2. การให้ความคุ้มค่ากับผู้บริโภคโดยคำนึงถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการที่มอบให้ผู้บริโภค รวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจในเรื่องสุขภาพมากขึ้น
  3. การทำการตลาดและสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่องเพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่นที่สร้างความแปลกใหม่ตื่นเต้นให้แก่ผู้บริโภค
  4. การใส่ใจต่อการสร้างความยั่งยืน (Sustainability) คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม ผู้บริโภค โดยมุ่งเน้นพัฒนาด้านต่างๆ อาทิ ผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ แพ็กเกจจิ้งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้น อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงแข็งแรงก็คือ “พนักงาน”

สถานะทางการเงินและอันดับเครดิตองค์กร มั่นคง แข็งแรง

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด (“ทริสเรทติ้ง”) ได้คงอันดับเครดิตองค์กรของบริษัทที่ระดับ A+ ซึ่งสะท้อนถึงสถานะผู้นำในตลาดชาพร้อมดื่มและธุรกิจอาหารในประเทศไทย อีกทั้งการมีตราสินค้าที่เป็นที่รู้จักอย่างดี มีเครือข่ายจัดจำหน่ายสินค้าทั่วประเทศที่ครอบคลุม มีการวิจัยพัฒนาออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ดีมีคุณค่า และการมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง พร้อมให้แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” ซึ่งสะท้อนถึงความคาดหมายของทริสเรทติ้งว่าโออิชิ กรุ๊ป จะยังคงสถานะบริษัทที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) อีกทั้งจะยังคงรักษาสถานะที่ดีในตลาดชาพร้อมดื่มและธุรกิจร้านอาหาร และสร้างผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่องต่อไป

จ่ายเงินปันผลสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้บริษัทฯ เตรียมจ่ายเงินปันผลในช่วงต้นปี 2563 ตอบแทนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ในอัตราหุ้นละ 4 บาท ซึ่งนับเป็นการจ่ายปันผลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัทฯ    

The Viriyah Insurance