“ซมโปะ ประกันภัย” ชื่อไม่คุ้น แต่ประกันคุ้ม ชูสินค้าแตกต่างด้วยบริการคุณภาพญี่ปุ่น

748

เรียกชื่ออาจไม่คุ้นปาก ฟังชื่ออาจไม่คุ้นหู แต่คุณรู้หรือเปล่าว่า “ซมโปะ ประกันภัย” คือบริษัทประกันที่ควักกระเป๋าชดเชยความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 มากที่สุดบริษัทหนึ่ง

ซมโปะ ประกันภัย  เป็นบริษัทในเครือ SOMPO  Holding บริษัทประกันจากประเทศญี่ปุ่นที่มีอายุยาวนานถึง 130 ปี  เข้ามาเปิดกิจการในประเทศไทยเมื่อราว 20 ปีก่อน  เพื่อให้บริการกับบริษัทยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศญี่ปุ่นที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย อย่าง ฮอนด้า, นิสสัน, มิตซูบิชิ และโตชิบา ฯลฯ  ทำให้การให้บริการทั้งหมดของซมโปะ ประกันภัย เป็นการให้บริการแบบ B2B หรือธุรกิจกับธุรกิจ

Thailife Life Fit

จนเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ซมโปะ ประกันภัย ก็ปรับทิศทางธุรกิจหันมาทำตลาดผู้บริโภค และเพิ่มสัดส่วนลูกค้ารายย่อยเพิ่มขึ้นมาถึง30% อย่างรวดเร็ว ด้วยการให้บริการแบบญี่ปุ่น ที่คนไทยให้การยอมรับว่าเป็นมาตรฐานสูง  

ผศ.ชญณา ศิริภิรมย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2020  ซมโปะ ประเทศไทย มุ่งมั่นดำเนินนโยบายรวมตามบริษัทแม่  SOMPO HOLDINGS ในการนำเสนอภาพลักษณ์ของบริษัทและการบริการในฐานะ Theme Park for Security, Health and Wellbeing คือ เป็นศูนย์รวมทุกความสุขของความมั่นคง สุขภาพดี และความเป็นอยู่ที่ดีของลูกค้า จึงมุ่งคิดค้นและพัฒนาทางเลือกของประกันในหลากหลายรูปแบบ ทั้งด้านความปลอดภัย และด้านสุขภาพ เพื่ออนาคตที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า และพร้อมตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ด้วยปรัชญาการให้บริการแบบ Customer Centric ที่ให้ความสำคัญกับการบริการลูกค้าในทุกรายละเอียดตามแนวทาง “ดูแลคนไทยด้วยหัวใจญี่ปุ่น”  โดยมีเป้าหมายพัฒนาแบรนด์ร่วมกับ Sompo Holding Asia สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ให้ก้าวขึ้นเป็นประกันภัยการเดินทางอันดับ 1 ในเอเชียที่ลูกค้าไว้วางใจภายในปี 2023 นี้

โดยซมโปะ ประกันภัย เปิดเกมรุกในตลาดผู้บริโภค ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่  3 ผลิตภัณฑ์  ประกอบด้วย

ประกันกระบะใจใจ  เป็นการมองตลาดที่ไร้คู่แข่ง ที่แม้ตลาดประกันยานยนต์ถือเป็น Red Ocean  แต่การประกันรถกระบะที่มีการดัดแปลงเพื่อให้ในการทำมาหากินก็ถือเป็นข้อจำกัดที่บริษัทประกันทั่วไปไม่กล้ารับประกัน ซมโปะ ประกันภัย ในฐานะเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัด  จึงกล้าสวนกระแสตลาด  สร้างทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุดยิ่งขึ้น  สำหรับกลุ่มคนขับรถกระบะเพื่อใช้ทำมาหาเลี้ยงชีพ เช่น พ่อค้า แม่ค้า, เจ้าของธุรกิจสวนผลไม้ สวนยาง ฯลฯ โดยเน้นให้ความคุ้มครองเพิ่มเติม ในส่วนของเงินชดเชยรายได้รายวัน กรณีรถยนต์เกิดอุบัติเหตุและทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารบาดเจ็บจนต้องเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล และยังได้รับเงินชดเชยค่าเดินทางระหว่างรถยนต์เข้าอู่ซ่อมจากอุบัติเหตุการชน รวมทั้งมีบริการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ ในกรณีที่รถเสียฉุกเฉิน ที่สำคัญ รับทำประกันให้รถกระบะที่มีการติดตั้งคอก เสริมแหนบ เพลา หรือเปลี่ยนล้อกระทะ โดยลูกค้าสามารถเพิ่มวงเงินความคุ้มครองสำหรับอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมจ่ายเบี้ยเพิ่ม เริ่มต้นเพียง 300 บาท ต่อทุนประกัน 10,000 บาท

ประกันสุขภาพ เฮทธ์ เต็มเต็ม   ซมโปะ ประกันภัย สร้างผลิตภัณฑ์นี้จากการมอง MEGA Trend ของปีหน้า คือ เรื่องของสุขภาพในระดับมหภาคของตลาดรายย่อย  จึงนำเสนอประกันอุบัติเหตุและสุขภาพส่วนบุคคล (Personal Accident & Health) ที่คุ้มค่าในเรื่องดูแลรักษาตัวเมื่อเจ็บป่วยต้องนอนโรงพยาบาล และยังนำเบี้ยประกันไปใช้ลดหย่อนภาษีได้เต็มๆถึง 15,000 บาท เหมาะกับคนทำงานในยุคปัจจุบบัน  ให้ความคุ้มครองค่าห้องที่สูงเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด เช่น แผนทุน IPD 1,000,000 บาท คู่แข่งให้ค่าห้อง 5,000 บาท แต่แผนประกันสุขภาพเฮทธ์ เต็ม เต็ม ให้ถึง 10,000 บาท  รวมทั้งการกำหนดวงเงินค่ารักษา ไม่จำกัดครั้งต่อปี  ในขณะที่ในตลาดจะกำหนดเป็นวงเงินต่อปีซึ่งอาจจะทำให้รักษาได้ครั้งเดียว หรือ มีบางบริษัทกำหนดต่อครั้งไม่กำหนดต่อปี แต่เป็นแผนที่วงเงินคุ้มครองน้อย

ประกันภัยการเดินทางรายปี  Global Diplomat เจาะกลุ่มคนรักการเดินทาง และเดินทางบ่อยในแต่ละปี ให้ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพเป็นหลัก เริ่มต้นตั้งแต่ลูกค้าก้าวออกจากบ้าน ที่สำคัญ คือ ให้วงเงินค่ารักษาพยาบาลในกรณีเจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลหลังจากเดินทางกลับมาประเทศไทยสูงถึง 5 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นวงเงินการคุ้มครอง ที่มากกว่าประกันเดินทางอื่นๆหลายเท่า และมีบริการ Sompo Assist 24 ชม. ซื้อครั้งเดียวคุ้มครองทั่วโลกโดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง และมีบริการล่ามทางการแพทย์ ไม่ต้องสำรองจ่ายทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกในประเทศญี่ปุ่น

ผศ. ชญณา กล่าวว่า ธุรกิจประกันโดยเฉพาะประกันเดินทางนั้น ลูกค้ามักจะเลือกซื้อด้วยการเปรียบเทียบความคุ้มครองและราคาเป็นส่วนใหญ่ จึงมีการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์คนไทยด้วยหัวใจแบบญี่ปุ่น ที่เน้นความสะดวกและความสบายใจของลูกค้า โดยชูประกันการเดินทางไปญี่ปุ่นขึ้นมาเป็นสินค้าหลัก เพราะเดินทางสะดวก ไม่ต้องขอวีซ่า และจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยในญี่ปุ่นก็สูงขึ้นทุกปี

“ช่วงต้นปีนี้ ซมโปะมีการเปิดตัวโปรแกรมประกันการเดินทาง SOMPO GO JAPAN by Travel Joy รับเทรนด์การท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นในกลุ่มลูกค้าคนไทยเติบโตมากขึ้นทุกปี มีคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นตลอดทั้งปีกว่า 1.13 ล้านคนต่อปี   ซึ่งทางซมโปะจะบุกตลาดนี้ในช่วงปีหลังให้มากขึ้น โดยเน้นไปยังกลุ่มคนทำงาน และคนรุ่นใหม่ที่ชอบท่องเที่ยวด้วยตัวเอง คาดว่าปีหน้าจะมีคนไทยเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอีกเป็น 1.5 ล้านคน  ด้วยการชูจุดเด่นพิเศษไม่เหมือนใครสำหรับประกันการเดินทาง เช่น การคุ้มครองตั้งแต่ก้าวแรกที่ออกจากบ้านไปจนถึง 24 ชั่วโมงหลังเดินทางกลับประเทศ โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นที่รวมถึงการบริการนักแปลภาษาทางการแพทย์ ไว้ให้บริการ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือต้องเข้าโรงพยาบาลที่ประเทศญี่ปุ่น สามารถเข้ารับการรักษาและออกจากโรงพยาบาลได้เลยไม่ต้องจ่ายค่ารักษาเอง (Cashless) ทั้งการรับการรักษาแบบผู้ป่วยใน (IPD)และ ผู้ป่วยนอก (OPD)   ซึ่งเป็นบริการกรณีฉุกเฉินที่ ซมโปะ ประกันภัย จัดให้แบบที่ประกันการเดินทางที่อื่น ๆ ไม่มี”

ผศ.ชญณา ยังกล่าวถึง ทิศทางการบริหารแบรนด์ของซมโปะ ประเทศไทย ในปีหน้า คือ มุ่งสร้างการรับรู้แบรนด์ให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางยิ่งขึ้น และ ขยายฐานลูกค้าเพิ่มไปยังกลุ่มใหม่ๆ รวมทั้งพัฒนาแบรนด์ร่วมกับ Sompo Group เพื่อไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ เป็นประกันภัยการเดินทางอันดับ 1 ที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจ ภายในปี 2023 ด้วยกลยุทธ์ 5P  ประกอบด้ว  People โดยใช้บุคลากรของ SOMPO Agent/Staff เป็นตัวแทนของแบรนด์ (Brand Ambassador) มีความรู้ ความพร้อมในการให้ข้อมูล เป็นที่ปรึกษามากกว่าพนักงานธรรมดา  Product ตัวสินค้ามีความหลากหลาย มีฟีเจอร์ที่ดีกว่ามาตราฐานในตลาด   Place สามารถซื้อขายได้ง่ายมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วถึง และมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า   Price ผลประโยชน์คุ้มค่ากับราคาที่จ่าย และ  Promotion เน้นทำโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละกลุ่ม โดยพิจารณาจากCustomer Journey เพื่อสร้างความน่าสนใจและกระตุ้นยอดขาย รวมทั้งสร้าง Brand Royalty

ซีอีโอ ซมโปะ ประเทศไทย วางเป้าหมายว่า ภายในเวลา 5 ปี สัดส่วนลูกค้ารายย่อยจะเพิ่มขึ้นมาแบ่งครึ่ง 50/50 กับกลุ่มลูกค้าองค์กรจากญี่ปุ่น  โดยนอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการแล้ว ยังมีการสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ครอบคลุมและตรงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อมอบประสบการณ์การซื้อประกันทางออนไลน์ที่ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการใช้ระบบ Robotic Process ภายในองค์กร การต่ออายุกรมธรรม์ รวมถึงการใช้ AI ในการจัดการกับระบบ Marketing Automation เพื่อสร้างแคมเปญโฆษณา พร้อมทั้งพัฒนาบุคลากรให้เปิดกว้างทางความคิด (growth mindset) เพื่อสามารถรองรับระบบการทำงานและเทคโนโลยีใหม่ๆที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้อย่างมีคุณภาพ  และส่วนสำคัญที่เชื่อว่าจะเป็นจุดเด่นที่เหนือกว่าคู่แข่ง คือการคงไว้ซึ่งปรัชญาการดูแลคนไทยด้วยหัวใจญี่ปุ่น เพื่อความสุขในทุกรายละเอียดการใช้ชีวิตของทุกคน

AIA สู้ทุกระยะโรคร้าย