รวมพลัง 3 องค์กรวงจรท่องเที่ยว ททท.-บางจาก – พัทยา วางเป้าลดขยะพลาสติกจากการท่องเที่ยว 50%

207

สลด! เต่ามะเฟืองถูกใบพัดตัดหลัง ตายเกยหาดสวนสน ผ่าท้องพบถุงพลาสติกอื้อ

เศร้า! มาเรียมลูกพะยูนขวัญใจตาย ช็อก-เจอถุงพลาสติก

Nam Seng Insurance

กวางป่าตายใกล้อุทยาน ผ่าซากถึงกับผงะ เจอขยะ 7 กก. มีทั้งพลาสติก ยันกางเกงใน

พาดหัวข่าวจากสื่อใหญ่ในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหาขยะที่ผู้คนมักง่ายทิ้งไม่เลือกที่ โดยไม่รู้ว่าท้ายที่สุดปัญหาเหล่านี้ก็จะกลับมากระทบถึงผู้คนด้วยกันเอง

แต่ก็ต้องยอมรับว่า ปัญหาขยะที่สร้างความโหดร้ายให้กับวงจรชีวิตของสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ทะเล ส่วนใหญ่มาจากการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้สำคัญของประเทศ

จึงเป็นที่มาของ 3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการท่องเที่ยว ทั้ง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, บางจาก คอร์ปอเรชั่น และเทศบาลเมืองพัทยา  ผนึกกำลังร่วมรณรงค์ลดขยะพลาสติกและหมุนเวียนนำกลับมาใช้ซ้ำ  ด้วยโครงการ ลดโลกเลอะ X รักษ์ปันสุข”  ผ่านแนวคิดส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า   และใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเปลี่ยนขยะให้เป็นงาน “ศิลปะ” นำขวด PET มาสร้างเป็นประติมากรรม  เต่ามะเฟืองแม่ลูก ริมชายหาดจอมเทียน พัทยา จ.ชลบุรี เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม

 ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัญหาขยะล้นเมืองนับเป็นปัญหาสำคัญที่เรื้อรังมานาน จากการสำรวจล่าสุดพบว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 5 ของโลกที่กำลังประสบปัญหาเรื่องการจัดการขยะ โดยในปีที่ผ่านมาพบว่ามีปริมาณขยะทางทะเลและขยะมูลฝอย จำนวน 27.8 ล้านตัน แบ่งเป็น ขยะพลาสติกปริมาณ  2 ล้านตัน และมีการนำมารีไซเคิลเพียงแค่ 500,000 ตัน หรือประมาณ 25% เท่านั้น ทำให้ขยะที่เหลือมีการกำจัดอย่างไม่ถูกวิธี

แต่จากการที่รัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อแก้ปัญหาขยะทะเล และพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียว ควบคู่ไปกับการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทั่วประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ภาครัฐและเอกชน ส่งผลให้ประเทศไทยสามารถปรับอันดับประเทศที่มีขยะทางทะเลสูงสุดในโลกจากอันดับ 5 ลงมาอยู่ที่อันดับ 10 ได้สำเร็จ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการแก้ปัญหาของประเทศไทย แต่ก็ยังมีขยะที่ลงสู่ทะเลปีละถึง 6 หมื่นตัน เป็นโจทย์ที่ต้องแก้ต่อไป

ดังนั้น ททท. ในฐานะบทบาทหลักในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทยตระหนักถึงเรื่องนี้ โดยเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา มีการทำปฏิญญา “ลดโลกเลอะ” ร่วมกับองค์กร บริษัทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว  สร้างความรู้ให้ผู้คนได้ตระหนักถึงปัญหาขยะ  ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบในการร่วมดูแลธรรมชาติ

และในโอกาสที่ ททท. จะมีอายุครบรอบ 60 ปี ในปี 2563 ททท. มีแนวคิดและให้ความสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible Tourism)อย่างต่อเนื่อง โดยได้กำหนดเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งที่มุ่งเน้นการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญในการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รณรงค์ปลูกจิตสำนึกและกระตุ้นให้นักท่องเที่ยว ร่วมกันรับผิดชอบต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ลดการสร้างภาระขยะในแหล่งท่องเที่ยว

“ททท. ได้กำหนดเป้าหมายลดการใช้พลาสติกในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้ลดลงร้อยละ 50 ภายในปี 2563 ลดขยะพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastics) อาทิ หลอด ฝาครอบแก้ว ถุง กล่องอาหาร พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้วัสดุสำหรับทดแทนพลาสติกและภาชนะที่สามารถใช้ซ้ำได้ เช่น การใช้ถุงผ้า กระบอกน้ำ กล่องข้าวพกพา หลอดดูดน้ำจากวัสดุธรรมชาติ การใช้ผ้าเช็ดหน้า เพื่อไม่สร้างภาระในการกำจัดให้กับแหล่งท่องเที่ยวและชุมชน  อีกทั้ง ยังช่วยรักษาความสวยงามให้คงอยู่ตลอดไป”

และหนึ่งในโครงการสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการลดขยะในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้ลดครึ่งหนึ่งในปีหน้า ททท. จึงได้ประกาศความร่วมมือกับบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และเทศบาลเมืองพัทยา จัดทำโครงการ “ลดโลกเลอะ x รักษ์ปันสุข” ด้วยการรวมพลังและความร่วมมือในการลดใช้พลาสติก และหมุนเวียนใช้ให้เกิดประโยชน์

“โดย ททท. และบางจากฯ ขอเชิญชวนนักเดินทางร่วมบริจาคขวด PET ที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก เพื่อนำมาสร้างสรรค์งานประติมากรรมรูป “เต่ามะเฟืองแม่ลูก” สัตว์สงวนที่ได้รับผลกระทบจากขยะพลาสติก ขนาด 6×8 เมตร ณ บริเวณริมชายหาดจอมเทียน พัทยา จ.ชลบุรี เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 – มิถุนายน 2563 เพื่อเป็นสัญลักษณ์รณรงค์การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยจะจัดงานเปิดตัวประติมากรรมอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 ธันวาคมนี้” ผู้ว่า ททท. กล่าว

ด้าน ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บางจากเน้นการนำนวัตกรรมมาเพิ่มคุณค่าให้กับทรัพยากรธรรมชาติเพื่อสร้างความยั่งยืน ยึดแนว BCG Economy Model สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเน้น Green Economy (เศรษฐกิจสีเขียว) มุ่งแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นกรอบใหญ่ ครอบคลุม Bio Economy (เศรษฐกิจชีวภาพ)  เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และ Circular Economy (เศรษฐกิจหมุนเวียน) ที่ใช้วัสดุจากผลิตภัณฑ์ชีวภาพหรือวัสดุหมุนเวียน โดยได้ใช้แนวคิดนี้ในทุกกระบวนการธุรกิจของบริษัทฯ ได้แก่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 S และ ไฮพรีเมียมดีเซล S ที่ได้มาตรฐาน Euro 5  รวมทั้งการริเริ่มใช้แก้ว ฝา และหลอด ที่ย่อยสลายได้ 100%  ในร้านอินทนิลทุกสาขา เป็นต้น

นอกจากนั้น บางจาก ยังได้ริเริ่มโครงการ  “รักษ์ ปัน สุข” จัดให้สถานีบริการน้ำมันบางจากเป็นจุดรวบรวมขวด PET นำไปรีไซเคิลเป็นเส้นใย ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อสาธารณประโยชน์ โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ส่งมอบหมวกกันแดดผลิตจากเส้นใยรีไซเคิลจากขวดพลาสติก PET ให้กับกรุงเทพมหานคร เพื่อนำไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ด้านรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะของกทม. จำนวน 50 เขต รวมจำนวน 11,000 ใบ

ในโอกาสครบรอบ 35 ปีบางจากฯ บริษัทฯ ได้ต่อยอดโครงการรักษ์ ปัน สุข ด้วยการร่วมมือกับ  ททท. จัดทำโครงการ “ลดโลกเลอะ x รักษ์ปันสุข” เพื่อรณรงค์การลดขยะพลาสติกกับกลุ่มนักเดินทาง โดยจัดจุดรวบรวมและ   รับบริจาคขวดน้ำดื่ม PET ที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก ในเขตกรุงเทพฯ  ปริมณฑล ชลบุรี ระยอง จันทบุรี จำนวน 262 จุด เพื่อนำขวด PET ไปสร้างประติมากรรมรูปเต่ามะเฟืองแม่ลูก พร้อมนิทรรศการให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นเวลา 6 เดือน หลังจากนั้น จะนำขวดพลาสติกทั้งหมดไปรีไซเคิลผลิตเป็นหมวกกันแดดเพื่อส่งมอบให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ดูแลรักษาความสะอาดในเมืองพัทยานำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

“การแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก ทุกคนจะต้องร่วมมือกันลดการใช้พลาสติกทุกชนิดอย่างจริงจัง  จึงขอเชิญชวนลูกค้าบางจาก นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไปร่วมนำขวด PET ใช้แล้วมาบริจาค เพื่อร่วมลดขยะพลาสติก ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และแบ่งปันความสุขให้สังคม  ช่วยรักษาชีวิตของเต่าทะเล และสัตว์ทะเลอื่นๆ ให้คงอยู่ตามธรรมชาติไว้ให้ลูกหลานในอนาคต”

ขณะที่ มาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา กล่าวว่า เมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกและถือเป็นส่วนหนึ่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก : EEC ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมากจากทั่วทุกมุมโลก พัทยาจึงได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการจัดการปัญหาขยะในทะเลโดยตรง ซึ่งส่งผลกระทบกับสัตว์ทะเลโดยตรง

“พัทยามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะจัดสรรพื้นที่ในการติดตั้ง ประติมากรรม “เต่ายักษ์” บริเวณโค้งดงตาน หาดจอมเทียน เมืองพัทยา ซึ่งเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนเป็นจำนวนมาก  เชื่อว่าประติมากรรมชิ้นนี้จะช่วยดึงดูดความสนใจ และสามารถสื่อสารไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ต่างชาติ รวมไปถึงชาวพัทยาทุกคนได้เป็นอย่างดี เพื่อสร้างจิตสำนึกเรื่องการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ร่วมมือกันดูแลชายหาดเมืองพัทยาให้สะอาดสวยงาม ลดการใช้ทรัพยากร ลดขยะพลาสติกให้ได้มากที่สุด”

เรียนโปรแกรมสำหรับกราฟิค แบบตัวต่อตัว