ปิดฉากเวทีสุดยอดผู้นำธุรกิจ ABIS2019 หนุนเศรษฐกิจดิจิทัลในอาเซียน คาดโต 3 เท่าภายใน 6 ปี

291

สภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ร่วมเป็นเจ้าภาพในจัดการประชุมสุดยอดผู้นำธุรกิจ ASEAN Business and Investment Summit 2019 หรือ ABIS 2019 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2562 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีผู้นำประเทศ ผู้นำธุรกิจจากประเทศในอาเซียน ผู้แทนจากองค์กรระหว่างประเทศ และสื่อมวลชนให้ความสนใจเข้าร่วมงานรวมกว่า 1,200 คน โดยเวทีดังกล่าวถือเป็นเวทีคู่ขนานสำคัญของการจัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

โดยในการเปิดงาน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวตอนหนึ่งถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมว่า นอกจากจะส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบการค้า การบริการ การบริโภคและการผลิต ซึ่งก่อให้เกิดธุรกิจรูปแบบใหม่แล้ว ในทางกลับกันก็ส่งผลให้ธุรกิจแบบดั้งเดิมที่ปรับตัวไม่ทันต้องทยอยปิดตัวลง

Nam Seng Insurance

“ในภูมิภาคอาเซียน เศรษฐกิจดิจิทัลมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2561 มีมูลค่าสูงถึง 7.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่มีมูลค่าราว 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และในอีก 6 ปีข้างหน้า หรือในปี 2568 เศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคนี้ถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 3 เท่าตัว”

นายจุรินทร์ยังกล่าวต่อไปถึงการดำเนินงานเพื่อมุ่งไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน อาทิ
1) การจัดทำความตกลงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน
2) การจัดทำกรอบบูรณาการด้านดิจิทัลของอาเซียน ซึ่งเป็นแผนดำเนินงานเชิงบูรณาการทางดิจิทัลในภูมิภาค โดยเน้นการอำนวยความสะดวกทางการค้า การคุ้มครองข้อมูล การพัฒนาระบบชำระเงิน การพัฒนาทักษะของบุคลากร และการปรับปรุงกระบวนการพัฒนาธุรกิจ
3) การจัดทำแนวทางการพัฒนาแรงงานมีทักษะและผู้ประกอบวิชาชีพเพื่อรับมือกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (4IR) ซึ่งภาคเอกชนได้มีบทบาทนำในการผลักดันการจัดทำแนวทางดังกล่าว

ด้าน ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเกี่ยวกับการเตรียมพร้อมอาเซียนสู่เศรษฐกิจดิจิทัลว่า สิ่งที่ขาดหายไปเวลาพูดถึงอาเซียน 4.0 คือภาพปลายทางว่าเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยีจะนำพาเราไปสู่สิ่งดีๆ อะไรบ้าง ตัวอย่างเช่น เรื่องของการมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทุกคนจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตนเองได้ ผ่านการศึกษา การเงิน หรือระบบสาธารณสุขที่ดีขึ้นมและในที่สุดจะนำไปสู่การเพิ่มรายได้ในระยะยาว เรื่องของธุรกิจขนาดเล็กที่เป็นแหล่งจ้างงานสำคัญของประเทศจะสามารถใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงธุรกิจเข้ากับตลาดได้อย่างไร เรื่องของเกษตรกรที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น หากสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับตลาดและสภาพอากาศ เรื่องของพลังงานสะอาดที่จะทำให้สภาพสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของผู้คนดีขึ้น

“หากหันกลับมาดูอาเซียนจะพบว่าในแง่ของโครงสร้างพื้นฐานอย่างการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตหรือมือถือ ถือว่าอยู่ในระดับสูง แต่ในแง่ของการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ยังตามไม่ค่อยทัน นั้นแปลว่าแม้ว่าเราจะใช้งานดิจิทัลมาก แต่โดยพื้นฐานเราไม่ได้สร้างงานหรือเตรียมแรงงานของเราที่จะรองรับงานที่เกิดจากเทคโนโลยีใหม่ๆ แล้วมันก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าเทคโนโลยีดิจิทัลเหล่านี้จะทำลายงานจำนวนมากไปด้วยในอีกด้านหนึ่ง ดังนั้น สิ่งสำคัญคือเราต้องเตรียมพร้อมคนรุ่นใหม่เหล่านี้ ซึ่งมากกว่าครึ่งของอาเซียนยังอายุน้อยกว่า 30 ปี ให้พร้อมทำงานในเทคโนโลยีใหม่ๆ เหล่านั้น”

ขณะที่นายอรินทร์ จิรา ประธานสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN Business Advisory Council: ASEAN-BAC) กล่าวว่า การประชุมสุดยอดผู้นำธุรกิจ ABIS 2019 ภายใต้แนวคิด Empowering ASEAN 4.0 สอดคล้องกับแนวคิดหลักของสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN-BAC) ที่ต้องการสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการดำเนินการของประชาคมอาเซียนในปี 2562 โดยการประชุมมีการนำเสนอประเด็นสำคัญครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่
1. Digital Infrastructure การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี
2. Digital Connectivity  การสร้างความเชื่อมโยงทางด้านดิจิทัล เพื่อรองรับการค้าการลงทุนในอาเซียน
3. Human Empowerment and Development การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดความสามารถใหม่และลดปัญหาการว่างงานในอาเซียน
4. MSME ผลักดันให้ผู้ประกอบการ MSME เข้าถึงนวัตกรรมและเงินทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน

ทั้งนี้ บรรดาผู้นำประเทศและผู้นำธุรกิจในอาเซียนยังได้เสนอแนวทางต่างๆ โดยเน้นย้ำเรื่องความเป็นปึกแผ่นของอาเซียนในการเจรจาระหว่างประเทศ การสร้างความร่วมมือผ่านระบบ NSW (National Single Window) ในอาเซียนให้เป็นหนึ่งเดียว การเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจภายในอาเซียนเพื่อสร้างความเข้มแข็งของอาเซียนในการรับมือกับสงครามทางการค้า นอกจากนี้ อาเซียนควรพัฒนากฎระเบียบใหม่ๆ เพื่อดึงดูดนักลงทุน ตลอดจนพัฒนาทักษะใหม่แก่แรงงาน โดยเฉพาะทักษะที่เกื้อหนุนกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และ สนับสนุนให้เกิดการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในธุรกิจขนาดกลางและเล็ก ที่จะสามารถสร้างประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจและเป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจอาเซียนในอนาคต

362Degree.com