‘ภูเก็ตแฟนตาซี’ ฉลอง 20 ปี ทุ่ม 5,000 ล้าน เปิดตัว “คาร์นิวัลเมจิก” แลนด์มาร์คใหม่บนหาดกมลา

476

ถ้าจะให้ฉายาตระกูลนี้ว่าเป็น ‘นักสร้างแหล่งท่องเที่ยว’ ก็คงไม่มีใครปฏิเสธ เพราะตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ธุรกิจหลักของตระกูล “คิ้วคชา” คือการสร้างแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ โดยมีการแสดงและโชว์ต่างๆ เป็นไฮไลท์ดึงความสนใจจากนักท่องเที่ยว เริ่มจาก ซาฟารีเวิลด์ สวนสัตว์สไตล์ป่าซาฟารีแห่งแรกและแห่งเดียวในกรุงเทพฯ ที่เปิดตัวเมื่อปี 2531 ต่อด้วย ภูเก็ตแฟนตาซี ธีมปาร์ควัฒนธรรมไทยแห่งแรกในโลกที่จ.ภูเก็ต ที่เปิดตัวในปี 2542

ลำพังสองอาณาจักรนี้ ก็ถือเป็นการปักหมุดแลนด์มาร์คท่องเที่ยวอย่างมั่นคงแล้ว แต่สำหรับ ผิน คิ้วคชา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซาฟารีเวิลด์ จำกัด (มหาชน) วันนี้ในวัย 75 ปี เขายังคงสนุกกับการปั้นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ และนี่คือที่มาของการฉลอง 20 ปี ภูเก็ตแฟนตาซี ด้วยการทุ่มเงินกว่า 5,000 ล้านบาท เพื่อเนรมิตอภิมหาแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่มีชื่อว่า “คาร์นิวัลเมจิก” โดยมีบุตรชายคือ กิตติกร คิ้วคชา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ภูเก็ตแฟนตาซี จำกัด (มหาชน) และบริษัท คาร์นิวัลเมจิก จำกัด เป็นผู้รับไม้ต่อ

Nam Seng Insurance

“คาร์นิวัลเมจิก คือธีมปาร์คคาร์นิวัลสไตล์ไทย หรือสวนสนุกที่มีคอนเซ็ปต์เป็นการจัดงานรื่นเริงสไตล์งานฟันแฟร์หรืองานวัดของไทย พรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจต่างๆ มากมาย ที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ผสมผสานกับความสนุกสนาน ในรูปแบบของไทยมาตรฐานระดับโลก คาร์นิวัลเมจิกจะเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ที่แรกที่เดียวในประเทศไทย และมีเพียงหนึ่งเดียวในโลก บนพื้นที่ 100 ไร่ ณ หาดกมลา ติดกับภูเก็ตแฟนตาซี”

กิตติกร ให้รายละเอียดเกี่ยวกับธีมปาร์คคาร์นิวัลสไตล์ไทยแห่งนี้ว่า ประกอบไปด้วย 4 โซนหลัก ได้แก่

โซนที่ 1 : คาร์นิวัลฟันแฟร์ (Carnival Fun Fair) ถนนช้อปปิ้ง พบกับสินค้าคุณภาพนานาชนิดจากทั่วไทย ในร้านค้าที่ตกแต่งตระการตาสดใสสไตล์คาร์นิวัล มีเครื่องเล่นให้เด็กๆ ได้สนุกสนาน เช่น ถ้วยชาหมุน ชิงช้าสวรรค์ รถแข่ง รถไฟ และม้าหมุน

โซนที่ 2 : ภัตตาคารเบิร์ดออฟพาราไดซ์ (Bird of Paradise) ภัตตาคารบุฟเฟต์ขนาด 3,000 ที่นั่ง ในบรรยากาศเสมือนอยู่ในสวนแห่งสวรรค์ บริการอาหารทั้งแบบตะวันตก ตะวันออก อินเดีย มังสวิรัติ และฮาลาล และยังมีภัตตาคารหรู 3 ชั้น “River of Bliss Luxury Restaurant” ที่ได้แรงบันดาลใจจากเทศกาลลอยกระทง ไฮไลต์คือลูกค้าต้องมาขึ้น “เรือแห่งความสุขสำราญ” (Barge of Happiness) ตรงกลาง “น้ำตกแห่งความสุข” (Happiness Falls) โดยเรือจะลอยขึ้นไปประมาณ 7 เมตร เพื่อนำเข้าสู่ภายในภัตตาคาร

โซนที่ 3 : โรงละครริเวอร์ พาเลซ (River Palace) โรงละครขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 16,000 ตรม. หรือ ประมาณ 10 ไร่ นับเป็นโรงละครที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็น 1 ในโรงละครที่ใหญ่ที่สุดในโลก รองรับผู้ชมได้มากถึง 2,000 ที่นั่ง ภายในมีเวทีการแสดงกว้าง 70 เมตร สูง 22 เมตร พร้อมการแสดงบนเวทีในรูปแบบพาเหรดอินดอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในชื่อ “ริเวอร์คาร์นิวัล(River Carnival) ไฮไลต์อยู่ที่ ขบวนรถพาเหรดที่ยาวที่สุดในโลก ความยาว 70 เมตร หรือเทียบเท่าเครื่องบินจัมโบ้ A380 และยังมีความยิ่งใหญ่ทำลายสถิติโลก อาทิ ฉากเรือในขบวนแห่ และขบวนพาเหรดลอยฟ้าขนาดมหึมาที่ไม่มีใครสร้างมาก่อน พร้อมจอ LED ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสร้างมาสำหรับการแสดงพาเหรดในโรงละครแห่งแรกของโลก

โซนที่ 4 : คิงดอมออฟไลท์ (Kingdom of Lights) เมืองที่มีไฟประดับมากกว่า 40 ล้านดวง ไฮไลต์ของโซนนี้คือ River of Lights” ที่มีการนำดวงไฟหลายล้านดวงมาประดับบนโครงเหล็กดัดลวดลายสวยงาม (Luminarie) มีความยาวรวมถึง 50 กิโลเมตร ล้อมรอบทะเลสาบ โดยลูกค้าสามารถเดินผ่านสะพานเข้ามาในโซนนี้ เพื่อชมความอลังการของดวงไฟหลายสิบล้านดวงแบบพาโนรามารอบทิศทาง

“คาร์นิวัลเมจิก” กำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการประมาณต้นปี 2563 โดยกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกนั้น กิตติกร ระบุว่า เน้นแผนสื่อสารการตลาดเชิงรุก 360 องศา ทั้งการทำออฟไลน์และออนไลน์ โดยเฉพาะการทำโปรโมตทั้งในและนอกประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่ชื่นชอบการมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยกว่า 40 ประเทศ มีการทำโร้ดโชว์ไปยังสถานที่สำคัญทั่วภูเก็ตและจังหวัดสำคัญๆ ทั่วประเทศ รวมทั้งเอเย่นต์ทัวร์ต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศที่เป็นพันธมิตรมาอย่างยาวนานกว่าพันแห่ง นอกจากนี้ ยังสร้างการรู้จักแบรนด์ผ่านการใช้สื่อออนไลน์และทีวี ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงสิ้นปีหน้า

สำหรับกลุ่มเป้าหมายของคาร์นิวัลเมจิก วางสัดส่วนเป็นคนต่างชาติและคนไทยไว้ที่ 70:30 โดยคาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างชาติได้มากถึง 1-2 ล้านคนต่อปี และคาดว่าจะมีรายได้ 1,500 ล้านบาทต่อปี

กิตติกร ยังกล่าวถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวภูเก็ตในปีหน้าว่า ด้วยศักยภาพของจังหวัดภูเก็ตที่มีชื่อเสียงทั้งด้านการท่องเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติ โครงสร้างพื้นฐานที่อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเยือนภูเก็ตปีละประมาณ 12-13 ล้านคน โดยเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 70% สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจประมาณ 4 แสนล้านบาทต่อปี

ฉะนั้น ความร่วมมือของทุกภาคส่วนจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การท่องเที่ยวภูเก็ตเติบโตรุดหน้าไปได้มากกว่านี้ ในฐานะภาคเอกชน ภูเก็ตแฟนตาซียังคงมุ่งสร้างสรรค์แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ดึงเสน่ห์และความเป็นไทยมาสร้างเอกลักษณ์ให้ดูแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวอื่น ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ ส่งเสริมเศรษฐกิจและบรรยากาศการลงทุนให้ภูเก็ตได้มากขึ้นอีกทางหนึ่ง

“เป้าหมายของเราคือการสร้างสถานที่ท่องเที่ยวแบบแลนด์มาร์ค ที่สามารถสร้างแรงดึงดูดผู้คนให้เข้ามาเยี่ยมเยือนภูเก็ตให้มากขึ้น เราต้องการนำเสนอสิ่งที่มีคุณค่าและความสุขสนุกสนาน เพื่อต้อนรับแขกทุกวัย ทุกเชื้อชาติ ที่มาเยือนประเทศไทยของเรา คาร์นิวัลเมจิกคือความฝันและจินตนาการที่เราต้องการจะมอบเป็นของขวัญให้กับชาวภูเก็ตและชาวไทยทุกคน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คาร์นิวัลเมจิกจะเป็นจุดท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจ สร้างความสนุกเพลิดเพลินให้กับผู้ที่มาเที่ยวชม และสร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวไทยทุกๆ คน” กิตติกร กล่าวทิ้งท้าย

เรียนโปรแกรมสำหรับกราฟิค แบบตัวต่อตัว