ภาครัฐ ผนึกเอกชน ชูเครื่องสำอางไทยขึ้นชั้นเวทีโลก เปิดงาน BBAB 2019 โชว์ศักยภาพกลุ่มอาเซียน

454

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด และอินฟอร์ม่า มาร์เก็ตส์ มั่นใจตลาดเครื่องสำอางความงามและสุขภาพของอาเซียนและกลุ่มซีแอลเอ็มวีเติบโตต่อเนื่อง ชี้การสร้างความร่วมมือในภูมิภาคและการทำการตลาดแบบดิจิทัลให้ตรงใจผู้บริโภค จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงของดิจิทัล งาน Beyond Beauty ASEAN Bangkok 2019 พร้อมเปิดเวทีเพื่อแสดงสินค้า สร้างเครือข่าย และเจรจาธุรกิจด้านความงามและสุขภาพที่ครบวงจรที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยงานมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 21 กันยายน 2562 ณ อาคาร 9 – 12 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

เกศมณี เลิศกิจจา รองเลขาธิการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานกิตติมศักดิ์ กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมของตลาดความงามของประเทศไทยถือได้ว่ามีศักยภาพ และเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมเครื่องสำอางในภูมิภาคอาเซียน ตลาดเครื่องสำอางไทยทั้งตลาดการส่งออก และตลาดภายในประเทศมีอัตราการเติบโตดี ปัจจัยที่ทำให้ตลาดเครื่องสำอางไทยยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมากจากการเพิ่มการลงทุนจากต่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน ทำให้กลายเป็นตลาดส่งออกที่มีศักยภาพและเติบโตเร็ว และข้อได้เปรียบของประเทศไทย ในเรื่องสถานที่ตั้งที่เปรียบเสมือประตูการค้าไปสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีแหล่งวัตถุดิบชั้นดี พืชพรรณ สมุนไพร การขนส่งสะดวก และมีการพัฒนาการการผลิตที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน

Ocean Life Promotion

“งาน Beyond Beauty ASEAN Bangkok 2019 ถือเป็นงานระดับอินเตอร์เนชั่นแนล ที่เข้าแข่งขันกับเวทีโลกอย่างสมบูรณ์ ประเทศไทยต้องชูตัวเองขึ้นมาว่ามีการจัดงานนี้อยู่บนปฏิทินโลก ภาครัฐ และภาคเอกชน ต้องร่วมมือกัน เทรนด์โลกกำลังให้ความสนใจเรื่องสุขภาพ และการทำตัวเองให้ดูดี วันนี้ประเทศไทยคือ Medical Hub ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ยา แต่หมายรวมถึงความสวยความงาม เครื่องสำอาง ซึ่งผู้ประกอบการ SME จะเปิดสู่ตลาดโลกได้ต้องมาเข้าร่วมงานนี้”

วีรินทร์ภัทร ฟูวังหม้อ ผู้จัดการฝ่ายขายโครงการ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า งานบียอนด์ บิวตี้ อาเซียน แบงค็อก จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 มีการขยายพื้นที่การจัดงาน และมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานที่เพิ่มขึ้นทุกปี แสดงให้เห็นว่าธุรกิจความงามและสุขภาพยังคงเติบโตต่อเนื่อง อีกทั้งเป็นการตอกย้ำว่างานบียอนด์ บิวตี้ อาเซียน แบงค็อก เป็นผู้นำด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมความงามและสุขภาพที่สามารถช่วยเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการไทย มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและกระจายสินค้าความงามในกลุ่มตลาดอาเซียนและกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการจะสร้างความร่วมมือในกลุ่มเพื่อยกระดับการขยายตัวของอุตสาหกรรมโดยรวม

ขณะที่ พีรยาพัณณ์ พงษ์สนาม ผู้ช่วยผู้จัดการโครงการอาวุโส บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า ตลาดซีแอลเอ็มวีขยายตัวอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างประชากร และความร่วมมือระหว่างรัฐ นับเป็นสัญญาณที่ดีในการที่จะทำให้กลุ่มซีแอลเอ็มวีเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่คุณค่ายุคใหม่แห่งเอเชียและโลกได้ไม่ยาก พฤติกรรมและลักษณะทางกายภาพของลูกค้าที่มีความคล้ายคลึงกับคนไทย รวมถึงความได้เปรียบในเรื่องต้นทุนการขนส่งต่ำ นอกจากนี้ลูกค้ากลุ่มซีแอลเอ็มวียังให้ความเชื่อถือในแบรนด์สินค้าไทยว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ กอรปกับไทยมีสมุนไพรที่มีความเฉพาะตัว เทคโนโลยีการผลิต และการบรรจุหีบห่อที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้สินค้าไทยได้รับความนิยมจากลูกค้า พร้อมกันนี้แบรนด์สินค้าไทยยังมีโอกาสในการสร้างการรับรู้ให้แพร่หลายมากขึ้นจากการที่นักท่องเที่ยวกลุ่มซีแอลเอ็มวีเดินทางมาเที่ยวที่ประเทศไทย และได้ทดลองใช้สินค้า

ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลกสิกรไทย ระบุว่า 5 ปีที่ผ่านมากลุ่มนักท่องเที่ยวซีแอลเอ็มวีมีจำนวนเพิ่มขึ้น 11.2% ต่อปี และได้ช้อปปิ้งสินค้าไทย โดยเฉพาะเครื่องสำอางและเครื่องดื่ม 33% ของการใช้จ่ายทั้งหมดระหว่างการท่องเที่ยว ขณะที่เศรษฐกิจโลกในยุคสงครามการค้ามีความผันผวน ทำให้ไทยได้รับผลกระทบในฐานะที่เป็นหนึ่งในห่วงโซ่คุณค่า ผู้ประกอบการจึงควรเริ่มมองหาโอกาสธุรกิจในตลาดอาเซียน และกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีทีที่กำลังเติบโตนี้ด้วยเช่นกัน

ด้าน ธนวัฒน์ เรืองเทพรัชต์ ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยแฟชั่นแห่งประเทศไทย (inFASH) กล่าวว่า โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยี ธุรกิจในยุคปัจจุบันต้องเผชิญกับ Digital disruption ไม่เว้นแม้กระทั่งธุรกิจความงามที่ผู้บริโภคให้ความสนใจในเทคโนยีและนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงการเข้ามามีบาทบาทสำคัญของเทคโนโลยีในการใช้ชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคได้เรียนรู้ที่จะรับข่าวสารจากผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ตัวจริง ไม่ใช่จากเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือพรีเซ็นเตอร์อีกต่อไป และผู้บริโภคมีอัตราการตัดสินใจเปลี่ยนแบรนด์เพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน เจ้าของธุรกิจต้องเรียนรู้ว่า Disruption ในธุรกิจความงาม เกิดขึ้นกับทุกฝ่าย และต้องสร้าง Relationship ด้วยการสร้างประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

บียอนด์ บิวตี้ อาเซียน แบงค็อก (BBAB) ครั้งที่ 6 จะจัดขึ้นในวันที่ 19 – 21 กันยายน 2562 ณ อาคาร 9 – 12 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีผู้ร่วมแสดงสินค้ากว่า 500 บริษัท และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานถึง 16,000 คน เพิ่มขึ้นถึง 20% จากปีที่ผ่านมา จุดเด่นของงานคือการแบ่งโซนตามประเภทธุรกิจเครื่องสำอางเป็น 2 โซน คือ “BBAB Finished Products” สำหรับธุรกิจความงามพร้อมจัดจำหน่าย จะจัดแสดงสินค้ากลุ่มน้ำหอม เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์อาบน้ำ กลุ่มร้านเสริมสวยและสปาแบบมืออาชีพ กลุ่มเส้นผมและเล็บ กลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพร กลุ่มผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค และกลุ่มเภสัชโภชนภัณฑ์และผลิตภัณฑ์อาหารเสริม จากผู้ประกอบการจีน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี โปแลนด์ สิงคโปร์ ไทย และไต้หวัน

ส่วนโซน “BBAB Supply Chain” สำหรับธุรกิจรับจ้างผลิตเครื่องสำอาง จะรวบรวมกลุ่มผู้ประกอบการซัพพลายเออร์วัตถุดิบและวัสดุ บริษัทรับจ้างผลิต / OEM / ODM เครื่องจักรและอุปกรณ์ และซัพพลายเออร์ไพรเวท เลเบล สำหรับกลุ่มผู้ผลิตและผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพ ในปี 2562 มีกิจกรรมโซนพิเศษ “Beauty Made in Thailand” พื้นที่สำหรับธุรกิจเครื่องสำอางไทยโดยเฉพาะ จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือจากสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมาสัมผัสกับความงามและคุณค่าของความเป็นไทย

ภายในงานยังมีกิจกรรมเจรจาธุรกิจ (Business matching) ระหว่างนักธุรกิจไทยและต่างประเทศมากกว่า 300 นัดหมาย และการสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานด้านเศรฐกิจในประเทศซีแอลเอ็มวี อาทิ สมาคมเครื่องสำอางเมียนมาร์ สมาคมเครื่องสำอางลาว สมาคมน้ำมันหอมระเลยและเครื่องสำอางอโรมาเวียดนาม บริษัทนำเข้าและส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภค ห้างสรรพสินค้า กลุ่มธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง กลุ่มธุรกิจสปาและโรงแรม

เรียนโปรแกรมสำหรับกราฟิค แบบตัวต่อตัว