นักลงทุนย้ายฐานการผลิตออกจากจีน ระลอกใหม่ จะมาไทยหรือเปล่า ??

394

ความไม่แน่นอนสงครามการค้าที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลานานกว่า 1 ปี และไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดในระยะเวลาอันใกล้ ได้ส่งผลต่อการลงทุนของต่างชาติในจีน โดยธุรกิจกลุ่มแรกๆ ที่มีการย้ายฐานการผลิตเป็นธุรกิจที่อยู่ในขั้นปลายน้ำของห่วงโซ่การผลิต แต่มีฐานการผลิตกระจายอยู่ในประเทศอื่นๆ ได้เพิ่มกำลังการผลิตในประเทศที่มีความพร้อมทั้งในแง่ของการมีผู้รับจ้างผลิตสินค้าหรือประเทศที่บริษัทแม่มีฐานการผลิตอยู่แล้ว กับอีกกลุ่มหนึ่ง เป็นธุรกิจที่มีฐานผลิตหลักในจีนและไม่มีฐานผลิตอื่นในภูมิภาค ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ปรับตัวได้จำกัด แต่ด้วยสงครามการค้าที่ยังไม่มีทีท่าจะจบลง ทำให้ธุรกิจกลุ่มนี้เริ่มคิดแผนการย้ายฐานการผลิตออกจากจีนระลอกใหม่

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า การกระจายการลงทุนออกจากจีนระลอกใหม่นี้ อาจมีมูลค่าสูงถึงราว 30,000-35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปีในช่วงระยะเวลาภายใน 2-3 ปีนับจากนี้ และประเทศที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดคือเวียดนามและเม็กซิโก ซึ่งผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคขั้นปลายน้ำที่ใช้แรงงานเข้มข้น เช่น การประกอบสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต โน้ตบุ๊ค เสื้อผ้าและรองเท้า ขณะที่สินค้าขั้นกลางน้ำบางส่วนที่ใช้เทคโนโลยีเข้มข้น อาจเกิดการย้ายฐานการผลิตกลับไปยังประเทศที่ถือครองเทคโนโลยีนั้นๆ อาทิ ญี่ปุ่น ไต้หวัน

Ocean Life Promotion

สำหรับไทยนั้น สัดส่วนของเม็ดเงินการลงทุนที่คาดว่าจะได้รับในการย้ายฐานการผลิตระลอกใหม่อาจอยู่ในระดับที่จำกัดเมื่อเทียบกับระลอกแรก อันเนื่องมาจากข้อได้เปรียบของฐานการลงทุนเดิมที่มีอยู่ โดยเฉพาะบรรษัทสัญชาติญี่ปุ่นเริ่มลดทอนบทบาทลง โดยอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มย้ายหรือกระจายฐานการผลิตระลอกใหม่มาไทยคาดว่าจะอยู่ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ โทรทัศน์ จอมอนิเตอร์ รวมถึงกลุ่มของเล่น ดังนั้น หากไทยต้องการดึงดูดอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพจากจีน ไทยต้องมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนในรูปแบบเฉพาะเจาะจงที่ตอบสนองต่อรูปแบบการกระจายการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ

เรียนโปรแกรมสำหรับกราฟิค แบบตัวต่อตัว