25 ปีเทสโก้ โลตัส “ทำความดี” คือ นโยบาย

429

ย้อนกลับไปในปี 2537 ประเทศไทยเกิดรูปแบบใหม่ของธุรกิจค้าปลีกที่เรียกว่า ไฮเปอร์มาร์เก็ต ในชื่อ โลตัส ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ที่ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ สร้างความตื่นเต้นให้กับคนไทยที่เกิดรูปแบบห้างสรรพสินค้าแนวราบที่มีทุกอย่างตั้งแต่ซูเปอร์มาร์เก็ต เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเขียน เครื่องสำอาง ขายอยู่ในชั้นเดียวกัน

นับตั้งแต่นั้นมา โลตัส ซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็น เทสโก้ โลตัส หลังมาเทสโก้ จากอังกฤษเข้ามาถือหุ้น ก็พัฒนารูปแบบทั้งห้างขนาดใหญ่อย่าง ไฮเปอร์มาร์เก็ต, ดีพาร์ทเม้นท์ สโตร์, เอ็กซตร้า และร้านค้าขนาดเล็ก อย่าง เอ็กซ์เพรส และตลาด รวมกว่า 2,000 สาขา ชิงความเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีกเมืองไทยมายาวนานถึงวันนี้ 25 ปี

Ocean Life Promotion

เทสโก้ โลตัส ในวัยเบญจเพส ได้ประกาศเจตนารมณ์ก้าวสู่การเป็นผู้นำในด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมค้าปลีกไทย ยกระดับการทำความดีจาก วัฒนธรรมองค์กร” สู่ นโยบาย” ในการดำเนินงาน ที่มีการวางเป้าหมายที่ชัดเจน วัดผลได้ และเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส โดยนโยบายด้านความยั่งยืนชื่อว่า The Little Helps Plan สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals) มุ่งช่วยเหลือผู้บริโภคชาวไทยให้สามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพสูง มาจากแหล่งที่ยั่งยืน ดีต่อสุขภาพ และมีราคาที่เอื้อมถึงได้ รวมทั้งใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชน

สมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า สังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้การตระหนักถึงคนในสังคมเป็นสิ่งที่เทสโก้ โลตัสต้องทำ โดยตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เทสโก้ โลตัส เติบโตเคียงคู่กับสังคมไทย  ด้วยการให้ความสำคัญในการสร้างประโยชน์และใส่ใจดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนพนักงาน ลูกค้า ชุมชน คู่ค้า และสิ่งแวดล้อม ความใส่ใจเหล่านี้อยู่ในวัฒนธรรมองค์กรของชาวเทสโก้ โลตัส ที่มุ่งทำดีในทุกๆ วัน

“ปัญหาด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น ประกอบกับ เทสโก้ โลตัส ในฐานะธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ในประเทศไทย ตระหนักถึงบทบาทของเราในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดี จึงเป็นที่มาของการยกระดับการทำงานในด้านความยั่งยืน จากเดิมที่ขับเคลื่อนด้วยวัฒนธรรมองค์กร ไปสู่ระดับนโยบาย ที่ถูกผนวกเข้ากับแผนการดำเนินงานทางธุรกิจและไม่สามารถแยกออกจากกันได้ โดยนโยบายด้านความยั่งยืน The Little Helps Plan เป็นนโยบายที่ธุรกิจภายใต้กลุ่มเทสโก้ทั่วโลกปฏิบัติร่วมกัน มีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน วัดผลได้ และมีการรายงานความคืบหน้าของการดำเนินงานอย่างโปร่งใส โดยในประเทศไทยเอง ได้เริ่มขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561”

เทสโก้ โลตัส มองบทบาทในวันนี้เป็นมากกว่าการจัดหาสินค้ามาและขายไป ลูกค้าทุกคนจะต้องสามารถเข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพสูง มาจากแหล่งที่ยั่งยืน ดีต่อสุขภาพ และมีราคาที่เอื้อมถึงได้ จึงให้ความสำคัญกับนโยบายการจัดหาผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน (sustainable sourcing) ที่คำนึงถึงจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ สิทธิมนุษยชน สวัสดิภาพสัตว์ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้น สำหรับผลิตภัณฑ์ประเภทอาหาร นอกจากจะต้องมีคุณภาพสูง ทำจากวัตถุดิบที่ดี มีรสชาติอร่อย มีราคาที่เอื้อมถึงได้แล้ว จะต้องดีต่อสุขภาพอีกด้วย

ในด้านการดูแลเพื่อนพนักงาน ในฐานะองค์กรที่มีการจ้างงานพนักงานเกือบ 50,000 ตำแหน่ง เทสโก้ โลตัส ให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสให้พนักงานได้ก้าวสู่จุดหมายของชีวิต ซึ่งรวมทั้งโอกาสในความก้าวหน้าทางอาชีพ การพัฒนาทักษะและศักยภาพของพนักงาน นอกเหนือจากค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์อื่นๆ ปัจจุบันพนักงานในสาขา 80-90% เป็นคนในท้องถิ่น นอกจากพนักงานประจำแล้ว ยังมีนโยบายจ้างงานพื่อสนับสนุนโครงสร้างสังคมไทย อาทิ การจ้างงานผู้เกษียณอายุในโครงการ 60 ยังแจ๋ว การจ้างงานนักเรียนนักศึกษา เป็นต้น

ด้านชุมชน เทสโก้ โลตัสมีการมอบอาหารคุณภาพสูงให้ผู้ด้อยโอกาส รวมถึงโครงการ ‘อาหารดีพี่ให้น้อง’ ที่มอบอาหารกลางวันเปี่ยมคุณค่าโภชนาการให้เด็กนักเรียน 77 โรงเรียน ใน 77 จังหวัด และบริจาคอาหารที่ยังทานได้แต่จำหน่ายไม่หมดจากไฮเปอร์มาร์เก็ตในกรุงเทพมหานครและหัวเมืองใหญ่ อีกด้วย

เทสโก้ โลตัสยังมีนโยบายในการสนับสนุนคู่ค้า ทั้งการรับซื้อผลผลิตโดยตรงจากเกษตรกร ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปีที่ผ่านมา มีการซื้อผลผลิตทางการเกษตรโดยตรงไม่ผ่านคนกลาง มากกว่า 240,000 ตัน ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่รวมกลุ่มเพื่อให้ผลผลิตมีปริมาณมากพอ วางแผนการเพาะปลูกล่วงหน้า เพื่อไม่ให้มีปัญหาผลผลิตล้นตลาด มีการตกลงราคาขายที่เป็นธรรม

ขณะที่นโยบายส่งเสริม SME เทสโก้โลตัส ให้การสนับสนุนในการเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับ SME รวมถึงสนับสนุนในการส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศผ่านเครือข่ายเทสโก้

ด้านสิ่งแวดล้อม เทสโก้ โลตัส ได้มุ่งลดขยะพลาสติกและเป็นผู้นำด้านการลดขยะอาหาร โดยเป็นค้าปลีกรายแรกในประเทศไทยที่รณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติก มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 และได้เพิ่มความเข้มข้นของมาตรการลดใช้ถุงพลาสติกมาโดยตลอด เช่น งดใช้ถุงพลาสติกเมื่อลูกค้าซื้อสินค้า 1-2 ชิ้น ในร้านค้าขนาดเล็กทั้ง 1,800 แห่งทั่วประเทศ โดยตลอดการรณรงค์จนถึงปัจจุบัน สามารถลดการใช้ถุงลงไปได้ 190 ล้านใบ เปลี่ยนเป็นแต้มสะสม 5,900 ล้านแต้ม ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มมีการเปิดช่องชำระเงิน Green Lane ให้กับลูกค้าที่ประสงค์ไม่รับถุงพลาสติก และภายในสิ้นปี พ.ศ. 2562 จะเลิกใช้หลอดพลาสติกทั้งหมด รวมถึงได้เลิกใช้ถาดโฟมทั้งหมดในธุรกิจตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

สมพงษ์กล่าวว่า ภายใต้แผนงาน The Little Helps Plan ได้มีการกำหนดเป้าหมายทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลและรายงานความคืบหน้าในตัวชี้วัด (KPI) ทุกปี โดยกลุ่มเทสโก้ สำหรับแผนงานของเทสโก้ โลตัส ในระยะสั้น มุ่งเน้นในเรื่องห่วงโซ่อาหารที่ยั่งยืน ตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ และเรื่องบรรจุภัณฑ์และการใช้พลาสติก เนื่องจากเป็นปัญหาที่มีความเร่งด่วนสำหรับสังคมไทย ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งของเป้าหมายในระยะเวลา 6 เดือนข้างหน้า และเป้าหมายระยะยาว ดังนี้

“การยกระดับการทำความดีให้เป็นนโยบายหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ มีการตั้งเป้า วัดผล ไม่ให้เป็นไฟไหม้ฟาง ทำแล้วเลิก แต่จะทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระบบเศรษฐกิจ และสังคม เป็นหน้าที่ของเราที่เป็นผู้เล่นรายใหญ่ของตลาด แต่การจะขับเคลื่อนให้เกิดผลต้องได้รับความร่วมมือจากคนในสังคมทุกภาคส่วน ซึ่งเทสโก้ โลตัสจะทำให้ดีที่สุด” ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส กล่าว

เรียนโปรแกรมสำหรับกราฟิค แบบตัวต่อตัว