สื่อดิจิทัลปิด เศรษฐกิจซบ ส.ทีวีโฮมช้อปปิ้ง ยังเชื่อมั่นตลาดสดใส

281

นับเป็นเวลาหลายทศวรรษกว่าที่การขายสินค้าผ่านทีวี อย่างทีวีโฮมช้อปปิ้งจะได้รับการยอมรับเหมือนเช่นทุกวันนี้ ความรู้สึกว่าเป็นสินค้าที่ไม่ใช่ของจำเป็น สินค้าที่มีมาตรฐานคุณภาพไม่เทียบเท่าของที่วางอยู่ในห้าง และพฤติกรรมการซื้อของคนไทยที่ต้องเห็น ได้จับ ได้เลือก ก่อนจะตัดสินใจซื้อ เป็นโจทย์สำคัญที่ผู้ประกอบการต้องแก้มาโดยตลอด

มาถึงวันนี้ ออนไลน์ช้อปปิ้ง ได้เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คน ความสะดวกสบายที่ทำให้ทุกคนสามารถซื้อสินค้าที่ต้องการได้ผ่านสมาร์ทดีไวซ์ เปลี่ยนความคิดเรื่องต้องได้เลือก ได้จับสินค้าก่อนซื้อให้หมดไป ขณะเดียวกันผู้ประกอบการทีวีโฮมช้อปปิ้งหน้าใหม่ ที่มาจากธุรกิจอื่นที่เป็นที่รู้จักกันอย่างดี ทั้งบริษัทโทรคมนาคม อย่าง ทรู หรือเอไอเอส หรือเจ้าของสถานีโทรทัศน์อย่าง GMM อาร์เอส หรือโมโน มีการรวมตัวกัน วางมาตรฐานสินค้า และมีการตรวจสอบจากภาครัฐ เช่น สคบ. กสทช. ฯลฯ ก็ทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจ ส่งผลให้ตลาดทีวีโฮมช้อปปิ้งเติบโตขึ้น จนทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง ทีวีไดเร็ค กลายเป็นผู้ใช้จ่ายเงินซื้อสื่อรายใหญ่ที่สุดของเมืองไทย แซงหน้ากลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ได้ในหลายๆ ช่วงเวลา

Ocean Life Promotion

โดย ทรงพล ชัญมาตรกิจ นายกสมาคมทีวีโฮมช้อปปิ้ง (ประเทศไทย) เผยว่าในปี 2561 ภาพรวมธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้งมีมูลค่าตลาดรวม 13,823 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้า 15.5% มีปัจจัยมาจากมีผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ตลาด อาทิ Workpoint, Amarin, และผู้ประกอบการทีวีช่องอื่นๆ ที่เริ่มเข้ามาทำธุรกิจทางด้านนี้ สะท้อนว่าธุรกิจทีวีช้อปปิ้งยังมีอนาคตที่ดีและมีกลุ่มลูกค้าที่เหนียวแน่น รวมถึงไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการขยายตัวของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากจับกลุ่มเป้าหมายที่ค่อนข้างแตกต่างกัน เช่น อายุ พื้นที่ในแต่ละภูมิภาค ฯลฯ

แต่แม้จะเป็นธุรกิจดาวรุ่ง ก็ไม่อาจจะหลบผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจของประเทศที่ซบเซา มีแนวโน้มชะลอตัวจากปัจจัยลบภายในและภายนอก ส่งผลให้กำลังซื้อผู้บริโภคน่าจะยังไม่ฟื้นตัว รวมไปถึงผลกระทบจากการที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลทั้ง 7 ช่อง ที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่โฆษณาของธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้ง ทยอยคืนสัมปทานช่องให้กับกสทช.

ส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้งในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม – มิถุนายน 2562) มีอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวลง โดยมีมูลค่าตลาดรวม 7,351 ล้านบาท เติบโต 12.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

โดยมูลค่าตลาดรวมดังกล่าวแบ่งเป็นธุรกิจ ทีวีช้อปปิ้ง’ ที่ส่วนใหญ่ใช้พื้นที่โฆษณาบนทีวีดิจิทัล อยู่ที่ 4,243 ล้านบาท เติบโตประมาณ 8% ขณะที่ธุรกิจ โฮมช้อปปิ้ง’ ซึ่งส่วนใหญ่เปิดช่องของตนเองอยู่บนทีวีดาวเทียม มีมูลค่าตลาด 3,107 ล้านบาท เติบโตประมาณ 14%

นายกสมาคมทีวีโฮมช้อปปิ้ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันเทรนด์ผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าทางทีวีช้อปปิ้งและโฮมช้อปปิ้งมีการเปลี่ยนแปลงไป โดยเป็นการผสมผสานกับระหว่าง Shopping Experience และ Shopping Journey ต้องการความสะดวกสบาย รวดเร็วและตรงกับความต้องการ เนื่องจากผู้บริโภคได้ยกระดับสู่การเป็น Prosumer (Professional + Consumer) ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น จึงมีการศึกษาข้อมูลสินค้า เปรียบเทียบราคาและโปรโมชั่น และต้องการเลือกซื้อสินค้าในช่องทางที่ได้ราคาที่ดีที่สุด  

ขณะเดียวกัน นายกสมาคมทีวีโฮมช้อปปิ้ง มองไปถึงแนวโน้มธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้งในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ยังคงได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจต่อเนื่อง โดยคาดการณ์จะมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 6,983 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ และเมื่อรวมทั้งปีคาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 1.43 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมา 11%

แต่นายกสมาคมฯ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้งในเมืองไทย และเป็นเจ้าของบริษัทที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในกลุ่มทีวีช้อปปิ้งสูงสุด ก็ยังมั่นใจว่า หากรัฐบาลเดินหน้าบริหารประเทศ กระตุ้นให้เศรษฐกิจกลับมาเติบโตได้ โอกาสขอธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้งก็จะกลับมาเติบโตได้อย่างเต็มที่

“แม้สื่อหลักของทีวีโฮมช้อปปิ้ง คือโทรทัศน์ แต่ธุรกิจของเราไม่ได้รับผลกระทบจากการเข้ามาของสื่อออนไลน์ เพราะเจนเนอเรชั่นของคนรุ่นเจน Y และเจน Z ที่ไม่ได้ดูโทรทัศน์ อายุ 10-20 ปี ก็ไม่ใช่ลูกค้าของเรา แต่เป็นกลุ่มคนในเจน X และเบบี้บูม อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มคน 2 ใน 3 ของคนทั้งประเทศ ที่เป็นลูกค้าหลักของเรา และคนเหล่านี้ยังเสพสื่อทีวีอยู่ รวมถึงการปิดช่องทีวีดิจิทัลก็ไม่ได้ส่งผลกระทบมากนัก เพราะรายได้ของเราส่วนใหญ่มาจากทีวีดาวเทียม อีกทั้งเกือบทุกบริษัทก็มีการทำ Omni Channel ที่เข้าถึงทุกสื่อทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ เข้าถึงลูกค้าได้ทุกช่องทาง และเชื่อว่าโฮมช้อปปิ้งก็ยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการมองหาสินค้าคุณภาพของผู้บริโภควันนี้”

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติในปีที่ 2561 ประเทศไทยมีครัวเรือนที่ติดตั้งอุปกรณ์รับชมรายการโทรทัศน์ทั้งสิ้นประมาณ 21.71 ล้านครัวเรือน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 98.1% จากทั้งหมด 22.13 ล้านครัวเรือน ขณะที่ ‘ทีวีดาวเทียม’ เป็นช่องทางรับชมที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น โดยในปีที่ผ่านมามีสัดส่วนการรับชมอยู่ที่ 53.26% เทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 50.7% ขณะที่การรับชมทีวีดิจิทัลและเคเบิ้ลทีวีมีสัดส่วนลดลงเล็กน้อย

ทรงพลกล่าวต่อว่า ปัจจุบันมูลค่าตลาดทีวีโฮมช้อปปิ้งของเมืองไทยไม่ถึง 1% ของมูลค่าค้าปลีก ขณะที่เกาหลีใต้ ที่มีหลายผู้ประกอบการเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย มีสัดส่วนถึง 5% และประเทศจีนมีมากถึง 20-30% จึงเห็นว่าโอกาสในการเติบโตของตลาดทีวีโฮมช้อปปิ้งในเมืองไทยยังมีอีกมาก เพียงแต่ผู้ประกอบการต้องตามเทรนด์ผู้บริโภค เพื่อหาสินค้ามาตอบโจทย์ความต้องการให้ได้อย่างต่อเนื่อง

โดยเทรนด์สินค้าซึ่งจะเป็นที่ต้องการในอนาคต ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้านวัตกรรมที่เหมาะกับผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ของประเทศไทยจากสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น สินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (อีโค่ โปรดักต์) ที่คาดว่าจะมีบทบาทต่อการดำเนินธุรกิจมากขึ้น รวมถึงกลุ่มสินค้าด้านอาหารที่กำลังเติบโตพร้อมกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมบริการด้านโลจิสติกส์

“ทีวีโฮมช้อปปิ้งมีการเติบต่ออย่างต่อเนื่องมากกว่า 10% มาตั้งแต่ปี 2014 – 2018 และยังรักษาการเติบโตในปีนี้ไว้ได้ในระดับเดียวกัน ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบันไม่สามารถวางแผนระยะยาวได้ ต้องทำไปแก้ปัญหาไปตลอดเวลา แต่ด้วยความร่วมมือกันระหว่างษริษัทสมาชิกในสมาคมฯ กับสื่อทีวีดิจิทัลทุกช่อง และหน่วยงานภาครัฐที่ดีเยี่ยม ก็มั่นใจว่าจะสามารถผลักดันให้ตลาดทีวีโฮมช้อปปิ้งเติบโตได้ต่อไป” นายกสมาคมทีวีโฮมช้อปปิ้ง กล่าวสรุป

เรียนโปรแกรมสำหรับกราฟิค แบบตัวต่อตัว