Gen Z นักเดินทางขาลุย! การได้ออกสำรวจโลกกว้างเป็นสิ่งที่สำคัญอันดับ 1 ของชีวิต

390

คน Gen Z คือกลุ่มคนรุ่นใหม่ อายุระหว่าง 16-24 ปี เป็นกลุ่มที่จะมากำหนดเทรนด์ในอนาคต กำลังอยู่ในวัยที่เจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่และออกไปสำรวจโลกกว้าง ทำให้มีการคาดเดาเกี่ยวกับคน Gen Z และพฤติกรรมของคนรุ่นนี้ ตลอดจนมุมมองต่อเรื่องต่างๆ ในโลกที่เชื่อมโยงถึงกันมากขึ้นและการเดินทางเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม

Booking.com ผู้นำด้านการเดินทางออนไลน์ได้ทำการสำรวจข้อมูลทั่วโลก จากผู้เดินทาง Gen Z เกือบ 22,000 คนใน 29 ประเทศ/ภูมิภาค เกี่ยวกับความต้องการและสิ่งจำเป็นของผู้เดินทาง การสำรวจครั้งนี้พบข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้

Ocean Life Promotion

นักผจญภัยใจมุ่งมั่น

แม้คน Gen Z จะเพิ่งก้าวผ่านจากวัยเด็ก แต่ส่วนใหญ่แล้วก็รู้แน่นอนว่าตัวเองต้องการอะไร และมีแผนเดินทางตามที่ตั้งเป้าไว้เรียบร้อยแล้ว โดยพบว่าคน Gen Z มีมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับการเดินทาง โดย 67% รู้สึกตื่นเต้นกับทุกที่ที่จะได้ไปเยือนในอนาคต และ 4 ใน 10 (39%) วางแผนที่จะไปเยือนอย่างน้อย 3 ทวีปในช่วง 10 ปีนับจากนี้ และ 30% ตั้งใจว่าจะไปเรียนหรือใช้ชีวิตในต่างประเทศ (ผู้หญิง 34% และผู้ชาย 26%)

นอกจากนี้ยังพบว่า คน Gen Z เป็นนักเดินทางขาลุย โดย 56% ต้องการประสบการณ์ผจญภัยตอนไปเที่ยว เช่น เล่นพาราไกลดิ้ง บันจี้จัมพ์ และ 52% วางแผนว่าจะไปเที่ยวหรือเดินป่าในพื้นที่สุดท้าทาย

และยังเป็นวัยที่สนใจพัฒนาทักษะของตนเองมากที่สุด ผ่านการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ระหว่างที่เดินทางในช่วง 10 ปีนับจากนี้ (33%) และไม่เพียงต้องการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เท่านั้น แต่ 55% ของคนรุ่นนี้เลือกท่องเที่ยวในประเทศของตนเองเพื่อเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวเองมากขึ้นด้วยเช่นกัน

พร้อมลุยเดี่ยว

ขณะเดียวกันยังพบว่าชาว Gen Z จำนวนมากเริ่มเดินทางท่องเที่ยวแบบไปกับครอบครัว โดย 2 ใน 5 (42%) กล่าวว่าที่ต้องไปกับครอบครัวก็เพราะทำให้ได้ไปทริปที่ถ้าไปเองก็คงมีงบไม่พอ แต่เมื่อถึงเวลาที่พร้อมโบยบินออกจากรังเขาก็ต้องการที่จะลุยเดี่ยว

โดยความเป็นอิสระเป็นสิ่งหนึ่งที่คนรุ่นนี้ให้ความสำคัญ โดยกลุ่มคน Gen Z วางแผนว่าจะเดินทางคนเดียวอย่างน้อยสักครั้งภายในช่วง 10 ปีข้างหน้า (ผู้หญิง 36% และผู้ชาย 32%) และมีความต้องการที่จะ “ลุยเดี่ยว” โดย 1 ใน 3 (33%) ชอบอยู่คนเดียวเป็นส่วนใหญ่ตอนที่เดินทาง (มีสัดส่วนมากกว่าคนวัยอื่นๆ ทั้งหมด) 18% อยากไปแบ็คแพ็คคนเดียวหรือไปเที่ยวคนเดียวหลังเรียนจบ (gap year)

ลิสต์จุดหมายห้ามพลาดไว้แล้ว

นอกจากนี้ ผู้เดินทาง Gen Z กว่า 2 ใน 3 (69%) ลิสต์สิ่งที่อยากทำและสถานที่ที่อยากไปสักครั้งในชีวิตไว้เรียบร้อยแล้ว โดยตัวเลขพุ่งสูงถึง 74% ในกลุ่มสาวๆ Gen Z ในขณะที่ของหนุ่มๆ นั้นอยู่ที่ 64% ทั้งนี้เหตุผลที่คนรุ่นนี้มีลิสต์สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อเดินทางนั้นต่างกันออกไป ได้แก่ 1. ช่างฝัน คนรุ่นนี้มากกว่า 2 ใน 5 (44%) กล่าวว่าทำลิสต์ขึ้นมาเพราะรู้สึกสนุกกับการจินตนาการถึงทุกที่ที่จะได้เดินทางไปต่อจากนี้ 2. มีลิสต์ยาวไม่รู้จบ เกือบ 1 ใน 4 (23%) กล่าวว่ารู้สึกพอใจหากได้ไปเยือนสถานที่ในลิสต์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะจะได้เพิ่มจุดหมายอื่นๆ ลงในลิสต์อีก นอกจากนี้ 32% ยังวางแผนว่าจะไปออกทริปตามลิสต์อย่างน้อย 5 ครั้งภายใน 10 ปีนับจากนี้

3.ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับจุดหมายยอดเยี่ยม เกือบ 1 ใน 4 (23%) กล่าวว่าการมีลิสต์สิ่งที่ห้ามพลาดช่วยให้ได้รู้จักจุดหมายการเดินทางอันน่าทึ่งไปจนถึงจุดหมายที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน

4.ได้แรงบันดาลใจจากไอจี โดย 44% ได้แรงบันดาลใจให้ออกไปผจญภัยจากการเห็นอินฟลูเอนเซอร์แชร์ภาพทริปผ่านสื่อออนไลน์ เช่น อินสตาแกรม (ไอจี)

การที่คนรุ่นนี้มีลิสต์สิ่งที่ห้ามพลาดนั้นไม่เพียงเผยให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะเดินทางไปยังที่ใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับภาพรวมพฤติกรรมการเดินทางของคนรุ่นนี้อีกด้วย

อันที่จริงแล้วมีคน Gen Z 31% ที่ยังไม่มีลิสต์นี้ ซึ่งเหตุผลที่ไม่มีก็แตกต่างกันไป เช่น รู้สึกว่าความชื่นชอบของตนเองเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาบ่อยๆ (22%) ซึ่งส่งผลต่อจุดหมายที่อยากไป ให้เหตุผลว่าต้องการเดินทางตามความรู้สึกในขณะนั้นมากกว่าและไม่อยากวางแผนล่วงหน้า (20%)

แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ คน Gen Z ที่กล่าวว่าไม่มีลิสต์สิ่งที่ห้ามพลาดเพราะอยากไปเที่ยวตามความรู้สึกในขณะนั้น กลับมีเปอร์เซ็นต์น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มคนรุ่นอื่นๆ โดยในบรรดาคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ (55 ปีขึ้นไป) 49% ที่ไม่มีลิสต์จุดหมายห้ามพลาดนั้น มีถึง 3 ใน 10 (30%) ที่ให้เหตุผลว่าเพราะต้องการเดินทางตามความรู้สึกในขณะนั้นมากกว่า ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในบรรดากลุ่มช่วงอายุทั้งหมดที่เข้าร่วมการสำรวจ ส่วนคนรุ่นมิลเลนเนียลส์ (25-39 ปี) ก็ต้องการเดินทางตามความรู้สึกในขณะนั้นมากกว่าคน Gen Z เช่นกัน (26%)

การเดินทาง vs เป้าหมายชีวิต

คน Gen Z เติบโตมาในโลกที่ความผันผวนทางการเงินและเศรษฐกิจของโลกแทบกลายเป็นเรื่องปกติในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น หากทำความเข้าใจกับมุมมองด้านการเงินของคนรุ่นนี้ (โดยเฉพาะเรื่องที่ว่าคนรุ่นนี้มีแผนที่จะใช้เงินอย่างไรในช่วง 5 ปีนับจากนี้) ก็จะช่วยให้เข้าใจมุมมองโดยรวมเกี่ยวกับชีวิตของคนเจเนอเรชันนี้

ทั้งนี้ จำนวน 6 ใน 10 (60%) มองว่าการลงทุนกับการเดินทางท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่คุ้มค่าเสมอ และเมื่อจัดลำดับสิ่งที่คนรุ่นนี้จะนำเงินไปใช้จ่าย ผลปรากฏว่า “ออกเดินทางไปสำรวจโลกกว้าง” เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเป็นอันดับ 1 ของคนรุ่นนี้ (65%) ส่วนการเก็บเงินเพื่อ “การลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต” (ซื้ออสังหาริมทรัพย์) มาเป็นอันดับ 2

แต่ที่น่าสนใจคือ การใช้เงินซื้อของต่างๆ กลับอยู่ในอันดับท้ายสุด

 

 

ไม่ขอประจำอยู่ที่ออฟฟิศ

ขณะเดียวกันยังพบอีกว่าคน Gen Z มองว่าการทำงานเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ในชีวิต ไม่ว่าจะกำลังอยู่ในช่วงหางานหรือเริ่มทำงานแล้วก็ตาม ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่คนรุ่นนี้จะจัดอันดับให้การได้งานเป็นประสบการณ์ที่สำคัญที่สุดในชีวิต (80%) แต่เพราะการเดินทางท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่คนเจเนอเรชันนี้ให้ความสนใจอย่างมาก นายจ้างที่มีโอกาสรับคนกลุ่มนี้เข้าทำงานก็ควรคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย

โดยมีถึง 54% กล่าวว่าสิ่งสำคัญเวลาเลือกงานก็คือ จะต้องมีโอกาสได้เดินทางไปทำงานที่อื่น นอกจากนี้เกือบ 6 ใน 10 (57%) ยังกล่าวอีกว่างานที่เปิดโอกาสให้ได้สัมผัสวัฒนธรรมอื่นๆ เป็นงานที่น่าดึงดูด

เรียกว่า คน Gen Z เป็นวัยที่แน่วแน่และมีความต้องการที่จะออกสำรวจสิ่งต่างๆ ซึ่งทำให้พวกเขาวางแผนการเดินทางในอนาคตไว้เรียบร้อยแล้ว และด้วยความใกล้ชิดและคุ้นเคยกับเทคโนโลยีของคนรุ่นนี้ยังสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของเราที่จะเรียนรู้และมอบประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นและครบวงจรยิ่งขึ้นด้วย

 

 

362Degree.com