พรินซิเพิล เพิ่มทุนกอง ‘พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม’ เป็น 3 หมื่นล้าน

363

จุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด (“บลจ.พรินซิเพิล”) เปิดเผยว่า บลจ.พรินซิเพิล ประเมินทิศทางการลงทุนช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ยังมีความไม่แน่นอนจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ผันผวน โดยมีปัจจัยมาจากผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FOMC ครั้งล่าสุด ที่แม้ว่ามีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาดการณ์ที่ระดับ 2.25 – 2.50% ด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 1

อย่างไรก็ตาม ทางคณะกรรมการ FOMC ได้ให้ความสำคัญกับปัจจัยเสี่ยงที่เกิดจากความไม่แน่นอนทางภาคเศรษฐกิจและภาคการเงิน โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานธนาคารกลางสหรัฐของเซนต์หลุยส์ แสดงมุมมองต่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ที่เหมาะสมว่าควรอยู่ในระดับต่ำกว่าปัจจุบัน 0.25% จึงเพิ่มความเป็นไปได้ต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ในอนาคต

Ocean Life Promotion

ส่วนประเด็นความขัดแย้งจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อ ภายหลังการพบกันของสองผู้นำ ‘นายโดนัล ทรัมป์’ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ’นายสีจิ้น ผิง’ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการประชุม G20 ที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 28-29 มิถุนายน 2562 ออกมาดีตามคาด โดยทั้งสองฝ่ายยอมกลับเข้ามาสู่ขั้นกระบวนการเจรจาการค้าครั้งที่ 12 อีกครั้ง ภายหลังที่ยุติการเจรจาไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยระหว่างการเจรจาครั้งนี้ สหรัฐฯ ยังคงใช้วงเงินภาษีเดิมที่ระดับ 25% บนวงเงิน 2.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ สหรัฐฯ ผ่อนปรนกฎให้บริษัทในสหรัฐสามารถกลับมาทำธุรกิจกับ Huawei จีนกลับมานำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ และจีนแถลงเปิดประเทศมากขึ้นโดยจะอนุญาตให้บริษัทในสหรัฐและนานาชาติสามารถถือครองหุ้นส่วนใหญ่ในประเทศ ทำให้เรามีมุมมองเชิงบวกต่อภาพรวมและผลลัพธ์การประชุมครั้งนี้ แต่ยังคงต้องติดตามผลการเจรจารอบใหม่ว่าจะทำได้จริงหรือไม่

ด้วยปัจจัยดังกล่าว ประเมินว่าจะส่งผลดีต่อการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีลักษณะเป็น Yield Play Assets หรือ สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนจากการจ่ายเงินปันผล ซึ่งรวมถึงสินทรัพย์ในกลุ่มกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) และกองรีทส์ (REITs) โดยภาพรวมอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกที่อยู่ในระดับต่ำเป็นปัจจัยดึงดูดกลุ่มนักลงทุนหลายกลุ่มที่มุ่งแสวงหาผลตอบแทน (Search for Yield) เข้าลงทุนใน Property Fund และ REITs ที่จ่ายเงินปันผลจากกระแสเงินสดแก่นักลงทุนในอัตราเงินปันผลเฉลี่ยในปัจจุบัน 4.6%–5.4% ต่อปี เพื่อช่วยลดผลกระทบเชิงลบในช่วงที่ตลาดลงทุนเกิดความผันผวน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. พรินซิเพิล กล่าวว่า จากมุมมองดังกล่าวจึงแนะนำทยอยลงทุนในกองทุนเปิดพรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม หรือ Principal Property Income Fund (PRINCIPAL iPROP) ในสัดส่วน 10 – 20% ของพอร์ตลงทุนรวม เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนในภาวะที่ตลาดการเงินโลกยังไม่ชัดเจน โดยเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา กองทุนเปิดพรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม (PRINCIPAL iPROP) ได้รับอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 3 หมื่นล้านบาท จากเดิม 1.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากกองทุนมีขนาดเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและเพื่อรองรับนักลงทุนสามารถเข้าซื้อหน่วยลงทุนเพิ่มเติม

ทั้งนี้ กองทุน PRINCIPAL iPROP มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารหมวดอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ โดยใช้กลยุทธ์คัดเลือกสินทรัพย์รายตัวในลักษณะ Bottom-up โดยเฉพาะกลุ่มที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีเครือข่ายผู้จัดการกองทุนของ บลจ. พรินซิเพิล เน้นการศึกษาเชิงลึกเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ที่มีคุณภาพดี มีสภาพคล่องเพียงพอ และยังคงซื้อขายในราคาที่เหมาะสม

ขณะที่ผลการดำเนินงานกองทุนฯ สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีมาโดยตลอด เฉลี่ยประมาณ 10% ต่อปีนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนฯ และมีประวัติจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาสนับตั้งแต่ไตรมาส 2/2555 จนถึงปัจจุบัน โดยจ่ายเงินปันผลแล้วทั้งสิ้น 29 ครั้ง รวม 5.66 บาทต่อหน่วย โดยในครั้งนี้กองทุนได้ประกาศจ่ายเงินปันผลกองทุน PRINCIPAL iPROP-D ชนิดจ่ายเงินปันผล และรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติสำหรับกองทุน PRINCIPAL iPROP-R ชนิดขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ ในอัตราหน่วยละ 0.25 บาท (สำหรับงวดบัญชี 31 พฤษภาคม 2562) แก่ผู้ที่ถือหน่วยลงทุนกองทุนดังกล่าว ก่อนวันที่ 28 มิถุนายน 2562

สำหรับนักลงทุนที่สนใจสามารถขอหนังสือชี้ชวนและรายละเอียดกองทุนได้ที่ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผู้สนับสนุนการขายฯ และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด โทรศัพท์ 0 2686 9595 www.principal.th

Fund Performance (31 May 2019)
3M 6M 1Y 3Y 5Y ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน Inception Date
Principal iProp-A 5.04% 9.98% 13.18% 9.81% 9.98% 11.04% 26 Jun 2012
Principal iProp-C 5.07% 10.02% 13.30% 10.02% n/a 10.18% Thu 3 Jul 2014
Principal iProp-D 5.00% 9.96% 13.23% 9.98% 10.03% 10.69% Fri 17 Feb 2012
Principal iProp-R 5.06% 10.00% 13.22% 9.96% 10.04% 10.55% Fri 17 Feb 2012
Benchmark 5.61% 10.37% 14.47% 11.07% 9.87%

% ต่อปี (Annualized Return) หากกองทุนจัดตั้งมาแล้ว 1 ปีขึ้นไป

เกณฑ์มาตรฐานที่ใช้ : SETPFUND TRI Index 50.00% + FSTREI TRI Index (THB) 50.00% (source: MorningStar Direct ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2562)
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
การวัดผลการดำเนินงาน จัดทำตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน

ประวัติการจ่ายเงินปันผลและการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติกองทุน Principal Property Income

ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต/ทั้งนี้โปรดศึกษารายละเอียดเงื่อนไขการจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมในหนังสือชี้ชวนข้อมูลโครงการ

—————————————————————————–

กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Property Sector Fund) ดังนั้นหากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าวผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณากระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย/ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน/ กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/ หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าทุนเริ่มแรกได้/ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต/ การวัดผลการดำเนินงาน จัดทำตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน/ ผู้ลงทุนควรศึกษาผลการดำเนินงานของหน่วยลงทุนและเงื่อนไขการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติและการจ่ายเงินปันผลของหน่วยลงทุนแต่ละชนิดกองทุน Principal Property Income ที่ www.principal.th ก่อนตัดสินใจลงทุน

เรียนโปรแกรมสำหรับกราฟิค แบบตัวต่อตัว