เอคเซนเซอร์ เผยผลสำรวจคนไทยหวงข้อมูลส่วนตัว แต่พร้อมแลกถ้าได้ข้อเสนอตรงใจ และเฉพาะเจาะจง

331

หากจะกล่าวว่า คนไทยเป็นชาติที่รักอภิสิทธิ์มากที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง ก็คงไม่ผิด !!

อภิสิทธิ์ในความหมายนี้ ไม่ใช่อดีตนายกรัฐมนตรีที่อกหักจากการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่หมายถึงอภิสิทธิ์ในการใช้ชีวิตที่ได้เร็วกว่าคนอื่น ได้มากกว่าคนอื่น หรือได้ส่วนลดดีกว่าคนอื่น

Ocean Life Promotion

เพราะรายงานฉบับใหม่ของเอคเซนเชอร์ บริษัทที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ ให้คำปรึกษาทางธุรกิจ ดิจิทัล การบริหารเทคโนโลยีและการปฏิบัติการชั้นนำของโลก เผยข้อมูลว่าร้อยละ 72 หรือราว 3 ส่วน 4 ของผู้บริโภคในประเทศไทยยินยอมให้ข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ เช่น ข้อมูลส่วนตัว ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ที่ทำงาน ข้อมูลตำแหน่ง หรือแม้กระทั่งข้อมูลการใช้ชีวิต ให้กับธนาคาร บริษัทประกัน แบรนด์ที่กำลังจัดโปรโมชั่น หรือแม้กระทั่งกิจกรรมส่งเสริมการขายบนออนไลน์ เพื่อแลกกับราคาสินค้าที่ลดลง หรือบริการที่สะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น

ข้อมูลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งงานวิจัยผู้บริโภคในอุตสาหกรรมบริการทางการเงิน (Financial Services Consumer Study) ที่ได้จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภค 47,000 คนใน 28 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยผู้ตอบคำถามทุกคนต้องมีบัญชีธนาคารและกรมธรรม์ประกันภัย และกระจายครอบคลุมกลุ่มคนหลายยุคและระดับรายได้ การสำรวจนี้ จัดทำขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน 2561

โดยรายงานนี้ยังพบด้วยว่า กว่าร้อยละ 70 ของผู้บริโภคไทยจะยินยอมให้ข้อมูลดังกล่าวเมื่อได้ประโยชน์ เช่น การอนุมัติสินเชื่อที่รวดเร็วมากขึ้น หรือได้ส่วนลดในการสมัครสมาชิกฟิตเนสออกกำลังกาย หรือได้รับข้อเสนอที่ตรงใจในตำแหน่งหรือโลเกชั่นที่อยู่ปัจจุบัน

แต่เมื่อถามถึงความห่วงใยด้านความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว กลับมีคนจำนวนมากที่เชื่อว่าการรักษาความเป็นส่วนตัวเป็นเรื่องสำคัญที่สุด โดยมีมากกว่า 4 ใน 5 ของผู้บริโภค หรือร้อยละ 83 ที่กล่าวว่า พวกเขาระมัดระวังมากๆ เรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลตน และประเด็นการละเมิดความปลอดภัยของข้อมูลเป็นประเด็นที่ผู้บริโภคในไทยเป็นกังวลที่สุด

นนทวัฒน์ พุ่มชูศรี กรรมการผู้จัดการ เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า การที่คนจำนวนมากยอมแบ่งปันข้อมูลส่วนตัวแลกกับบริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในราคาที่ดีกว่าเดิมนั้น แสดงให้เห็นชัดว่า เทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทสำคัญต่อการจำหน่ายและให้บริการทางการเงินในประเทศนี้ ขณะเดียวกัน ก็มีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สถาบันการเงินจึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวเป็นอันดับแรก หากต้องการเจาะความต้องการใหม่ๆ ของลูกค้า เพราะถ้าผู้บริโภคไม่เห็นว่า ข้อเสนอหรือผลิตภัณฑ์ใดจากธนาคารหรือบริษัทประกันที่ใช้บริการอยู่ มีการพัฒนาให้ตอบโจทย์หรือเหมาะกับตน พวกเขาก็พร้อมที่จะมองหาทางเลือกที่อื่นแทน

รายงานฉบับนี้ได้แบ่งความต้องการของผู้บริโภคที่ยินยอมแลกด้วยข้อมูลส่วนตัวให้กับสถาบันการเงิน ออกเป็น 4 ลักษณะใหญ่ ประกอบด้วย

ลักษณะที่ 1 ผู้บริโภคที่ต้องการข้อเสนอแบบเบ็ดเสร็จรวมทุกความต้องการ เช่น การนำเสนอแพคเกจดูแลบ้านครบวงจร ที่นอกจากเงินกู้ การประกัน อาจมีอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย หรือบริการดูแลรักษาบ้าน ซึ่งสถาบันการเงินควรดึงผู้ประกอบการต่างๆ ใน Ecosystem มาร่วมอยู่ในแพคเกจที่นำเสนอ

ลักษณะที่ 2 ผู้บริโภคที่ต้องการข้อเสนอแบบเฉพาะเจาะจงกับตนเองที่สุด เป็นความต้องการของคนไทยที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดในโลก โดยคนไทยร้อยละ 87 สนใจรับเบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่ปรับตามประวัติการขับขี่อย่างปลอดภัย ขณะที่ค่าเฉลี่ยโลก อยู่ที่ร้อยละ 64 คนไทยร้อยละ 73 ยอมแลกกับเบี้ยประกันชีวิตที่มีส่วนช่วยให้มีไลฟ์สไตล์ที่ดูแลสุขภาพ แต่คนต่างชาติทั่วโลกเพียงร้อยละ 52 สนใจสิ่งนี้ ส่วนผู้บริโภคชาวไทย ร้อยละ 95 จะยินยอมให้ข้อมูลส่วนตัว รวมทั้งข้อมูลรายได้ โลเกชั่นและนิสัยในการใช้ชีวิตกับบริษัทประกันที่ใช้บริการอยู่ หากจะช่วยให้โอกาสการบาดเจ็บและสูญเสียลดลง เที่ยบกับค่าเฉลี่ยของโลก เพียงร้อยละ 80

ลักษณะที่ 3 ผู้บริโภคต้องการคำแนะนำที่ดีขึ้น และข้อเสนอที่น่าสนใจมากขึ้น ในแวดวงธนาคาร พบว่าร้อยละ 94  ของลูกค้าจะยินยอมให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ โลเกชั่น และนิสัยในการใช้ชีวิต เพื่อแลกกับการได้รับอนุมัติสินเชื่อโดยเร็ว และร้อยละ 93 จะยอมแลกกับการได้รับข้อเสนอที่ตอบโจทย์ของแต่ละคน ณ ตำแหน่งปัจจุบัน เช่น ส่วนลดต่าง ๆ จากร้านค้าปลีก เป็นต้น ทั้งนี้ ราว 3 ส่วน 4 หรือ ร้อยละ 77 ของผู้บริโภคต้องการให้ธนาคารของพวกเขาแจ้งจำนวนเงินล่าสุดที่มีไปจนถึงวันเงินเดือนออกครั้งถัดไป และร้อยละ 78 ต้องการเคล็ดลับการออมที่สอดคล้องกับนิสัยการจับจ่าย

ลักษณะที่ 4 ผู้บริโภคต้องการการบูรณาการระหว่างช่องทางต่างๆ ที่ออนไลน์ และออนกราวด์ ที่ข้อมูลต่างๆ สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้อย่างไร้รอยต่อ โดยร้อยละ 71 ของชาวไทย ต้องการให้ธนาคารเชื่อมโยงการบริการ ณ สาขา เข้ากับบริการดิจิทัล เช่น การทำธุรกรรมบนมือถือ และไปทำต่อที่สาขา ขณะที่ร้อยละ 76 ต้องการให้บริการทางออนไลน์สามารถเชื่อมโยงการทำธุรกรรมผ่านคอลล์เซ็นเตอร์ได้

“ผู้บริโภคไทยยินดีให้ข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ หากเป็นการช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต และทำให้ได้รับบริการและข้อเสนอที่ตรงจุด และยินดียิ่งกว่าผู้บริโภคอื่นๆ ในโลก แสดงให้เห็นโอกาสมหาศาลสำหรับธนาคารและบริษัทประกันในประเทศนี้”

นนทวัฒน์ กล่าวต่อว่า แม้จะมีโอกาสและศักยภาพสูงในประเทศไทย แต่ธนาคารและบริษัทประกันก็ต้องใส่ใจประเด็นข้อกังวลที่มีมากขึ้น ด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล โดยต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาเป็นอันดับแรกในเวลาที่ลงทุนไปกับเทคโนโลยีใหม่ๆ และบริการด้านดิจิทัลต่างๆ

“แม้ยังไม่มีรายงานว่า คนไทยเป็นผู้ที่ละเลยความสำคัญของของมูลส่วนตัว แต่แบรนด์สินค้าก็ไม่ควรมองข้าม ต้องปรับ Mindset เสียใหม่ว่า ข้อมูลส่วนตัวที่ลูกค้าให้มา ยังเป็นสิทธิของลูกค้า ไม่ใช่ของแบรนด์ การจะดำเนินการใดๆ ก็ควรต้องให้ลูกค้ายินยอม”

362Degree.com