อุตฯ ท่องเทียวทั่วโลกโต! ดัชนีราคาห้องพักพุ่ง (แต่) คนไทยชอบของถูก ใช้จ่ายด้านห้องพักลด

684

การแข่งขันของธุรกิจออนไลน์ ทราเวล เอเย่นต์ ทำให้นักเดินทางท่องเที่ยวในยุคนี้มีทางเลือกที่มากและหลากหลายขึ้น และเลือกในสิ่งที่ตรงกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวของตัวเองได้ดียิ่งขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อตั๋วเครื่องบิน ห้องพัก รวมถึงกิจกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ

ปีนี้ Hotels.com ผู้ให้บริการด้านการจองห้องพักรายใหญ่ที่มีให้เลือกเป็นแสนๆ แห่งทั่วโลก และมีเว็บไซต์ให้บริการเจาะจงในแต่ละประเทศถึง 90 เว็บไซต์ 41 ภาษา ได้ทำการสำรวจดัชนีราคาห้องพัก (Hotel Price Index – HPI) เพื่อเผยให้เห็นว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในระดับโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง

AIA Vitality

โดยจากการสำรวจพบว่า โดยนักท่องเที่ยวทั่วโลกจ่ายเงินค่าห้องพักเพิ่มขึ้น 3% ในปี 2561 ยกเว้นประเทศในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกรวมถึงประเทศไทย โดยนักท่องเที่ยวชาวไทยจ่ายค่าห้องพักภายในประเทศในปี 2561 เฉลี่ยต่อคืนที่1,720 บาท ลดลง 7% เมื่อเทียบกับปี 2560 ในขณะที่จ่ายค่าห้องพักต่างประเทศในปี 2561 เฉลี่ยอยู่ในระดับเดิมที่ 4,437 บาทต่อคืน โดยมีราคาค่าใช้จ่ายเท่ากันกับปี 2560

ทั้งนี้ การเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเกิดขึ้นสวนทางกับภาวะความผันผวนเศรษฐกิจหลายประการไม่ว่าจะเป็น เบร็กซิท (Brexit) หรือการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักรที่กำลังเกิดขึ้น รวมถึงภาวะภัยธรรมชาติทั้งวิกฤตการณ์ไฟป่าที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ภาวะแห้งแล้งในประเทศแอฟริกาใต้ และแผ่นดินไหวในประเทศญี่ปุ่น

โดยนักท่องเที่ยวมีแนวโน้มเชิงบวกและกลับมามั่นใจในการเดินทางท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆ อาทิ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ประเทศอียิปต์ และประเทศตุรกี รวมถึงกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติทั้งในแถบอเมริกาใต้และอเมริกาเหนือ แม้ว่าการใช้จ่ายค่าห้องพักในทั่วโลกจะเพิ่มสูงมากขึ้น แต่ในปีที่ผ่านมาคนไทยใช้จ่ายค่าห้องพักในประเทศลดน้อยลง ในขณะที่ใช้จ่ายค่าห้องพักต่างประเทศในระดับราคาเดิม

“อดัม เจย์” ประธานบริษัท Hotels.com กล่าวว่า “ดัชนีราคาห้องพักหรือ HPI เป็นเครื่องบ่งชี้ทิศทางที่ดีสำหรับอุตสาหกรรมของเราเสมอมา โดยช่วยให้เราเข้าใจข้อมูลเชิงลึกและก้าวทันเทรนด์การท่องเที่ยวในระดับโลก ปีนี้เราเห็นการเติบโตของการใช้จ่ายห้องพักในการท่องเที่ยว แม้ว่าจะมีปัจจัยที่ท้าทายหลายประการ ทั้งภาวะเศรษฐกิจและภัยธรรมชาติ แต่การเติบโตนับเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมนี้ยังเดินหน้าต่อไปได้ในอนาคต”

ทั้งนี้ ดัชนี HPI ถูกตั้งค่าพื้นฐานไว้ที่ 100 และเริ่มการวัดผลครั้งแรกในปี 2547 โดยเป็นค่ามาตรฐานเพื่อวัดอัตราการเปลี่ยนแปลงราคาเฉลี่ยห้องพักในปีต่อๆ ไป และด้วยรูปแบบเฉพาะของดัชนี HPI ทำให้ Hotels.com สามารถเปรียบเทียบความแตกต่างของราคาห้องพักต่อคืนแบบเทียบปีต่อปีได้ โดยไม่ได้รับผลกระทบจากการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน

โดยผลสำรวจดัชนี HPI เปรียบเทียบให้เห็น 10 สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ ที่คนไทยยอมจ่ายค่าห้องพักสูงที่สุด เรียงลำดับจากราคาเฉลี่ยสูงสุดต่อคืนไว้ ดังนี้

นอกจากนี้ ดัชนี HPI ยังชี้ให้เห็นข้อมูลน่าสนใจต่างๆ เกี่ยวกับราคาเฉลี่ยและความนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยต่อสถานที่ท่องเที่ยวรอบโลกต่างๆ ในปี 2561 ดังนี้

สถานที่ท่องเที่ยวราคาห้องพักเฉลี่ยสูงที่สุดคือ กรุงนิวยอร์กสหรัฐอเมริการาคาห้องพักเฉลี่ยต่อคืน 8,418 บาท

สถานที่ท่องเที่ยวราคาห้องพักเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ กรุงพนมเปญกัมพูชาราคาห้องพักเฉลี่ยต่อคืน 1,780 บาท

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดคือ กรุงโตเกียวญี่ปุ่นราคาห้องพักเฉลี่ยต่อคืน 4,789 บาท

สถานที่ท่องเที่ยวได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นที่สุดคือ อิสตันบูลตุรกีราคาห้องพักเฉลี่ยต่อคืน 3,874 บาท

สถานที่ท่องเที่ยวราคาห้องพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ กรุงมอสโกรัสเซีย ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อคืนเพิ่มขึ้น 943 บาท (4,759 บาทต่อคืน)

สถานที่ท่องเที่ยวราคาห้องพักเฉลี่ยลดลงมากที่สุดคือ ซานฟรานซิสโกสหรัฐอเมริการาคาห้องพักเฉลี่ยต่อคืนลดลง 2,763 บาท (7,395 บาทต่อคืน)

 

362Degree.com