TQM เปิด 8 โปรเจกต์ ฝ่าปีหมูสู่ความสำเร็จ

495

ปี 2561 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีแห่งความสำเร็จสูงสุดปีหนึ่งของผู้นำธุรกิจโบรคเกอร์ประภัย ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น

ความสำเร็จในการนำทีคิวเอ็ม จากบริษัทโบรคเกอร์ประกันภัยเล็กๆ “ดร.อู๊ด  อัญชลิน พรรณนิภา” ประธานกรรมการ บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ก้าวมาเป็นผู้นำธุรกิจ และส่งเข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์เป็นโบรคเกอร์ประกันภัยบริษัทแรก พร้อมจบปีด้วยผลประกอบการที่สวยหรู

AIA Vitality

ทีคิวเอ็ม ในปี 2561 สามารถทำรายได้รวม 2,525.04 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 10.67 จากปี 2560 ที่มีรายได้ 2,281.67 ล้านบาท โดยมีรายได้หลักมาจากเบี้ยประกันภัยรถยนต์ จำนวน 2,424.45 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 10.60 และมีกำไรสุทธิ 404.3 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปี 2560 ร้อยละ 50.7 ที่มีกำไรสุทธิ 268.31 ล้านบาท

การเติบโตของทีคิวเอ็มในปี 2561 มาจากภาพรวมธุรกิจโบรคเกอร์ ประกันภัยที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามทิศทางของการเติบโตของเบี้ยประกันภัย โดยเฉพาะกลุ่มประกันภัยรถยนต์ที่เติบโตอย่างโดดเด่นตามยอดขายรถยนต์ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น จากข้อมูลของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในปี 2561 มียอดขายรถยนต์ในประเทศรวมกว่า 1.04 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึงร้อยละ 19.5 ซึ่งนับว่าสูงที่สุดในรอบ 5 ปี

ความสำเร็จของทีคิวเอ็ม ส่งผลมาถึงผู้ถือหุ้น ด้วยการประกาศจ่ายปันผลจำนวน 0.30 บาท โดยจะนำเสนอผ่านที่ประชุม ผู้ถือหุ้น ในวันที่ 25 เมษายน 2562 ต่อไป

สำหรับในปีนี้ ดร.อัญชลิน มองว่า ภาพรวมของธุรกิจประกันมีแนวโน้มในการขยายตัวและเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังคงมีปัจจัยสนับสนุนด้านบวก ที่นอกเหนือจากประกันภัยรถยนต์ที่มีแนวโน้มขยายตัวตามอุตสาหกรรมยานยนต์แล้ว ประกันอื่นๆ ก็มีส่วนผลักดันให้เกิดอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น เช่น เทรนด์การดูแลสุขภาพ ซึ่งผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกันมากขึ้น ก็ส่งผลให้โปรดักส์ที่เกี่ยวกับประกันสุขภาพและประกันชีวิต เป็นที่ต้องการของลูกค้ามากขึ้นตามไปด้วย

ด้าน ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หนึ่งในปัจจัยที่สร้างความสำเร็จให้กับทีคิวเอ็มในปีที่ผ่านมา คือการนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาช่องทางขาย ภายใต้โครงการ “TQM Digital” ที่จะพัฒนาการขายในตลาดประกันออนไลน์ (Insure Tech) พัฒนาฟีเจอร์ Real-time Chatbot เปิดตัว “TQM Blue Beary Bot” ผ่าน LINE Official ที่สามารถซื้อประกันภัยผ่าน Chatbot ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ให้บริการที่สามารถเข้าถึง และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคดิจิทัล และในปีนี้ ทีคิวเอ็มก็พร้อมที่จะเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างการเติบโต

โดยในปี 2562 ทีคิวเอ็มตั้งเป้ายอดขายรวมไว้ที่ 12,690 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 ด้วยการตอกย้ำความเป็นผู้นำโบรคเกอร์ประกันภัยภายใต้แนวคิด ไม่หยุดทำดีที่สุดเพื่อคุณ” ร่วมเดินหน้าพัฒนาโปรดักท์ประกันภัยร่วมกับพันธมิตร ที่เน้นการตอบโจทย์กับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค พร้อมเสริมทัพด้วยการให้บริการที่เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งด้านออฟไลน์และออนไลน์ตามคอนเซปต์ “TQM Beside, Fight for Fair เพื่อนที่อยู่เคียงข้างคุณ 24 ชั่วโมง” ทั้งด้านการขายและการให้บริการ

ซึ่งการจะไปให้ได้ถึงเป้าหมายยอดขาย 12,690 ล้านบาท นั้น ทีคิวเอ็มได้วาง กลยุทธ์ไว้เป็นโครงการหลักๆ 8 โครงการ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เป็นไปตามเป้าหมาย ได้แก่

– โครงการ BIG DATA PROJECT การนำ Big Data มาช่วยวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า เพื่อจะได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ได้ตรงตามที่ลูกค้าต้องการ รวมถึงสามารถสื่อสารได้ตรงกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ธุรกิจ ด้วยการใช้ AI มาประมวลผลและวิเคราะห์เพื่อใช้ในการนำเสนอ Products ให้ตรงความต้องการของลูกค้า

– โครงการ Products Segmentation เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าตามความต้องการหรือพฤติกรรมของแต่ละกลุ่มกับบริษัทประกัน ด้วยการขยายผลเจาะลึกมากขึ้น หรือการขยายความร่วมมือกับบริษัทประกันเพิ่มขึ้น เช่น โปรดักท์ประกัน Motor for Lady กับเมืองไทยประกันภัย ประกันมนุษย์เงินเดือน กับกรุงเทพประกันภัย และโครงการเที่ยวสบายใจฝากบ้านไว้กับประกัน ร่วมกับ 8 พันธมิตรบริษัทประกัน

– โครงการ LIFE INSURANCE PLATFROM เป็นเปรียบเสมือนตัวช่วยที่จะทำให้ลูกค้าทีคิวเอ็ม ที่มีอยู่กว่า 1 ล้านราย ได้รับความสะดวกสบายยิ่งขึ้นในการเปรียบเทียบประกันชีวิตที่มีความเหมาะสมและคุ้มค่ากับตนเองมากที่สุด และเป็น Platform ที่ช่วยสนับสนุนระบบงานขายประกันชีวิตของบริษัท ฯ ด้วย

– โครงการ Non Motor INSURANCE PLATFROM เป็นโครงการที่พัฒนาสำหรับใช้สนับสนุนงานขายประกัน สร้างโปรดักส์ใหม่ที่นอกเหนือการประกันรถยนต์ เช่น ประกันสุขภาพ ประกันท่องเที่ยว เพิ่มโอกาสในการขายได้มากขึ้น

– โครงการ LINE CHATBOT / AI / CHAT CENTER โครงการที่จะเพิ่มช่องทางการขายแบบ Omni Channel และพัฒนา Chatbot เพื่อมาตอบสนองทั้งในแง่การบริการและงานขาย

– โครงการ AFFILIATE / STRATEGIC PARTNER เป็นโครงการทางการตลาดในการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจรายอื่นๆ ทั้งผู้ประกอบการในธุรกิจใกล้เคียง และกลุ่มสตาร์ทอัพ เพื่อขยายฐานลูกค้าให้มากขึ้น

– โครงการใช้เทคโนโลยีเพิ่มยอดขาย ลดค่าใช้จ่าย โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้ต่อยอดกับสาขาและศูนย์ประสานงานของทีคิวเอ็มทั้ง 95 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งจะสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างทั่วถึงทุกพื้นที่

– โครงการ Financial Broker นอกเหนือจากการเป็นนายหน้าประกันภัย ทีคิวเอ็มมองหาโอกาสในการเป็นโครงการนายหน้าให้บริการทางด้านการเงิน เช่น สินเชื่อเช่าซื้อ หรือบัตรเครดิต เพื่อรองรับบริการด้านการเงินให้กับฐานลูกค้าของบริษัท

ดร.นภัสนันท์ วางเป้าหมายว่า ทีคิวเอ็ม จะเน้นการเพิ่มยอดขายจากกลยุทธ์ 8 โครงการนี้ ในลักษณะ Inorganic Growth ที่จะต้องพัฒนาให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาด สื่อสารให้เกิดการรับรู้กับผู้บริโภค การร่วมมือกับ Strategic Partner และตลอดจนการร่วมทุน เพื่อทำให้บริษัทเติบโต รวมทั้งการเพิ่มยอดขายในลักษณะ Organic Growth ที่จะเติบโตตามการขยายตัวของธุรกิจ อุตสาหกรรม หรือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

“เทรนด์ในปัจจุบันที่ผู้บริโภคได้ให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น การรับรู้ถึงค่ารักษาพยาบาลที่อยู่ในระดับสูงขึ้นทุกปี หรือ Aging Societyที่คนจะอายุยาวขึ้นและให้ความสำคัญกับสุขภาพและการรักษาพยาบาล สะท้อนให้เห็นว่า ธุรกิจการประกันยังมีโอกาเติบโตไปได้อีกมาก ซึ่งประกันชีวิตและประกันสุขภาพจะมาตอบโจทย์เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ประกันชีวิตและประกันสุขภาพที่ทีคิวเอ็มจะใช้เป็นกลยุทธ์ในการสร้างยอดขายจะเน้นที่ความคุ้มค่าของกรมธรรม์ และความคุ้มค่าเงินที่ผู้บริโภคต้องจ่ายไปมากที่สุด (Value for money)” ดร.นภัสนันท์ กล่าว

362Degree.com