3 แม็กเน็ต เมกาบางนา สู่ “Great Meeting Place of Eastern Bangkok”

213

ปพิตชญา สุวรรณดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าเมกาบางนา กล่าวว่า ปีนี้ศูนย์การค้าเมกาบางนา ตอกย้ำแนวคิดการเป็น “The Great Meeting Place of Eastern Bangkok” เป็นทิศทางหลักในการขับเคลื่อนตัวศูนย์ และเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อศูนย์การค้าในการมาเพื่อจับจ่ายซื้อของ ให้มาเป็นสถานที่ที่มอบประสบการณ์ใหม่ๆ สำหรับการใช้ชีวิตของผู้คน และทำให้ทุกคนสามารถเข้ามาใช้บริการได้ โดยแบ่งรูปแบบของประสบการณ์เป็น 3 กลุ่มแม็กเน็ต คือ

AIA Vitality

1) MEET with Your Shopping Style นำเสนอประสบการณ์ความเป็น วัน-สต็อป ช้อปปิ้ง (One-Stop Shopping) ด้วยร้านค้ากว่า 900 ร้านค้า ครอบคลุมทุกประเภทสินค้าและไลฟ์สไตล์ สำหรับทุกเจเนอเรชั่น ซึ่งเมกาบางนาเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกในประเทศไทย ที่อยู่นอกเขตศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ (Central Business District: CBD) ที่เพียบพร้อมไปด้วยแบรนด์แฟชั่นระดับอินเตอร์เนชั่นแนล แฟลกซิปสโตร์ และร้านอาหารยอดนิยมจำนวนมาก ที่ได้ยกเอาร้านค้าสุดอินเทรนด์จากใจกลางเมืองมามอบความสุขให้กับลูกค้าโซนนอกเมือง โดยในปีทีผ่านมา เมกาบางนาได้ต้อนรับร้านค้าใหม่มากกว่า 100 ร้านค้า เพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนร้านค้าที่ทันสมัยให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ เมกาบางนายังตอบรับความต้องการของคู่ค้าเดิมในการขยายพื้นที่ร้านค้า เช่น โฮมโปร ขยายพื้นที่กว่า 10% EVEANDBOY ย้ายพื้นที่เพื่อขยายพื้นที่ขายมากกว่า 3 เท่า อีกทั้งการรองรับแบรนด์ร้านค้าชื่อดังจากออนไลน์ Pomelo และในปี 2019 ยังมีร้านค้าแบรนด์ดังที่จะเตรียมเปิดให้บริการอีกเป็นจำนวนมากกว่า 50 ร้าน อาทิ Teppen, Red Diamond, Vans, Lamy เป็นต้น

2) MEET with Your Favorite Taste เมกาบางนามีความโดดเด่นชัดเจนในด้านการเป็น “ฟู้ด เดสทิเนชั่น” ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งกรุงเทพตะวันออก ด้วยร้านอาหารมากมายให้เลือกสรรถึง 165 ร้าน โดยในปีที่ผ่านมา เมกาบางนาได้เปิดตัวส่วนขยาย “เมกา ฟู้ดวอล์ค” (Mega FoodWalk) ซึ่งเป็นโซนร้านอาหารชื่อดังกว่า 30 ร้าน ทั้งร้านอาหารอร่อยระดับตำนาน ร้านดังขวัญใจนักชิม หรือร้านอร่อยสุดฮิต ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มลูกค้า เป็นส่วนสำคัญในการช่วยเพิ่มจำนวนผู้มาเยี่ยมชมศูนย์ฯ กว่า 15%

3) MEET with Your Fun Day out ในปีนี้เมกาบางนา เตรียมทยอยเปิดตัวส่วนต่อขยายโซนเอ็ดดูเทนเม้นท์หลายแห่งภายในไตรมาสแรก เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตในทุกไลฟ์สไตล์ที่ครบวงจรของลูกค้าทุกกลุ่ม ให้สามารถมาที่ศูนย์ฯ แล้วได้มากกว่าการมาช้อปปิ้ง และสามารถใช้เวลาอยู่ภายในศูนย์ได้เกือบตลอดทั้งวัน ได้แก่ เมกาพาร์ค สวนสาธารณะบนพื้นที่กว่า 7 ไร่ ที่ เป็นพื้นที่สีเขียวและปอดแห่งใหม่ของชาวบางนา ที่มีสนามเด็กเล่นพร้อมเครื่องเล่นสำหรับเด็กที่มีมาตรฐานปลอดภัย อาทิ บ้านต้นไม้ น้ำพุ และน้ำตกจำลอง และยังเปิดให้เป็นพื้นที่พักผ่อนสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง ให้สามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้ รวมถึงร้าน Pet Club ที่เตรียมเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายนนี้

นอกจากนี้ทาง ฮาร์เบอร์แลนด์ สนามเด็กเล่นในร่มขนาดใหญ่ รวมพื้นที่กว่า 8,500 ตารางเมตร ภายใต้ธีม “Happy Farm ฟาร์มสนุก ความสุขของทุกคนในครอบครัว” ครอบคลุมทุกช่วงวัย พร้อมด้วยคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัย โดยใช้ผู้ผลิตเครื่องเล่นชั้นนำระดับโลก พร้อมเปิดให้บริการในเดือนเมษายนนี้ รวมทั้ง มูฟเม้นท์เพลย์กราวด์ โซนกีฬากลางแจ้งกว่า 1 ไร่ ที่สอดรับกับเทรนด์เอ็กซ์ตรีมสปอร์ต และการแข่งขันรูปแบบนินจาวอริเออร์ ที่เน้นความแข็งแกร่งของร่างกาย และกำลังได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่น ที่เตรียมเปิดให้บริการภายในเดือนเมษายนนี้เช่นกัน

เมกาบางนา ยังเสริมความแข็งแกร่งโดยการขยายโซน เมกา สมาร์ทคิดส์ เพิ่มโรงเรียนเสริมทักษะความรู้ชั้นนำ เพื่อรองรับการเติบโตของกลุ่มครอบครัว อาทิ The Kick, Dance space, Robot’s child, I Can Read! และ Chefu Town เป็นต้น ทำให้เมกาบางนามีสถาบันกวดวิชาและเสริมทักษะสำหรับเด็กรวมกว่า 17 สถาบัน

“การเปิดแม็กเน็ตใหม่ๆ เข้ามาในไตรมาสแรกนี้ นับเป็น การเพิ่มจุดเด่นของเมกาบางนาในด้านของการเป็นศูนย์รวมของเอ็ดดูเทนเม้นท์สำหรับทุกคนในครอบครัวที่ครบวงจรอย่างแท้จริง รวมทั้งได้ประโยชน์ในการเพิ่มทั้งจำนวนผู้เข้ามาใช้บริการในกลุ่มใหม่ๆ และเพิ่มระยะเวลาในการเข้ามาใช้บริการภายในศูนย์ฯ ได้อย่างครบวงจร และจะส่งผลดีถึงการเพิ่มยอดการใช้จ่ายของลูกค้าภายในศูนย์ต่อไป” ปพิตชญา กล่าว

นอกจากนั้น ในปีที่ผ่านมา ศูนย์การค้าเมกาบางนาได้สนับสนุนงบประมาณ 95 ล้านบาทให้โครงการก่อสร้างสะพานกลับรถแห่งใหม่ในเขตทางหลวงหมายเลข 34 ถนนบางนา – ตราด ช่วงกิโลเมตรที่ 7 ช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรบริเวณถนนบางนา – ตราด และชุมชนรอบเมกาบางนา ทั้งยังช่วยลดอุบัติเหตุในพื้นที่ และเป็นการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงหลักในเส้นทางสายตะวันออก และเพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและกำลังซื้อของประชาชนในย่านบางนา ซึ่งได้พัฒนาเป็น “ฮับ” ยุทธศาสตร์สำคัญ ศูนย์รวมของการเดินทาง และการขนส่งในอนาคต

ปพิตชญา กล่าวว่า ในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เมกาบางนาได้ดำเนินการพัฒนา เมกาซิตี้” ตามแผนพัฒนาโครงการในรูปแบบ “มิกซ์ ยูส” บนพื้นที่กว่า 400 ไร่ โดยปัจจุบันได้ใช้พื้นที่ไปแล้วกว่า 250 ไร่ ซึ่งเมกาซิตี้จะเป็นเมืองขนาดใหญ่สำหรับการใช้ชีวิตแบบครบวงจร มีศูนย์การค้าเมกาบางนาเป็นศูนย์กลาง ครอบคลุมตั้งแต่พื้นที่สำหรับอยู่อาศัย ออฟฟิศสำนักงาน แหล่งช้อปปิ้ง รวมถึงสถานที่ในการใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย เป็นโครงการที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูง โดดเด่นเหนือชั้น และพร้อมจะตอบโจทย์ความต้องการในทุกรูปแบบ

362Degree.com