“ญี่ปุ่น” สร้างยุทธศาสตร์ชาติรับโครงสร้างประชากร “ยุคชีวิต 100 ปี”

354
ภาพจาก: https://business.nikkei.com/atcl/NBD/15/special/013000905/

เรื่องโดย :  ผศ.ดร.ณัฐธเดชน์ ชุ่มปลั่ง ภาควิชาสาธารณสุขศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ International University of Health and Welfare ประเทศญี่ปุ่น

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุที่มีจำนวนมากขึ้น และอัตราการเกิดของเด็กน้อยลง มีผลกระทบไม่เพียงต่อระบบเศรษฐกิจ การคลังภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงอนาคตและความเป็นไปของประเทศนั้นๆ ด้วย

“ญี่ปุ่น” ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบไปแล้ว และกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมคนสูงอายุที่ระดับสุดยอด (Super Aged Society) ภายในอีก 50 ปีข้างหน้า

จากการประเมินและการคาดการณ์จากหลากหลายงานวิจัยคาดว่าประชากรญี่ปุ่นจะลดลงจาก 127 ล้านคนในปี 2015 เหลือเพียง 88 ล้านคนในปี 2065

คนญี่ปุ่นที่มีอายุมากกว่า 65 ปีจะมีสัดส่วนเพิ่มจาก 27% เป็น 38% อายุเฉลี่ยของผู้ชายจะอยู่ที่ 84.95 ปี ส่วนผู้หญิงจะเฉลี่ยที่ 91.35 ปี ซึ่งอายุเฉลี่ยเข้าใกล้ 100 ปี ไปทุกๆ ปี

การจัดสวัสดิการในการดูแลผู้สูงอายุถือว่าเป็นสิ่งท้าทายรัฐบาลญี่ปุ่นมานาน เริ่มตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 (2482-2486) ญี่ปุ่นได้พยายามแก้ไขปัญหา ปฏิรูประบบ ปรับโครงสร้างในการดูแลและจัดการมาอย่างต่อเนื่อง

แต่ก็ไม่ได้จบง่ายๆ เพียงแค่การเพิ่มงบ สร้างสวัสดิการ และเพิ่มบริการสร้างหลักประกันในการบริบาลตามสภาพอาการ แต่ปัญหาเรื่องการสร้างและเพิ่มบุคลากรที่จะเข้ามาบริบาลดูแลผู้สูงอายุยังเป็นปัญหาที่รอการแก้ไข

เพราะระบบการดูแลผู้สูงอายุแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นภายในครอบครัวนั้นกำลังลดน้อยหดหายไป อันเนื่องมาจากสังคมเริ่มอยู่เป็นครอบครัวเดี่ยวกันมากขึ้น และทัศนคติต่อการดูแลผู้อาวุโสเปลี่ยนแปลงไป จนเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การตายอย่างโดดเดียว หรือโคโดคุชิ (孤独死; kodokushi) โดยปัจจุบันพบว่ามีผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่อย่างโดดเดี่ยวกว่า 6 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งอาจจะมีการเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ

ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการแพทย์และสาธารณสุข สภาพแวดล้อม วัฒนธรรมการกิน การถนอมและดูแลสุขภาพเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้อายุขัยเฉลี่ยของคนญี่ปุ่นยืนยาวขึ้น และแน่นอนว่ามีแนวโนม้ที่จะเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปีด้วย

สังคมที่มีคนอายุกว่า 100 ปี ในญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องไกลตัวของคนญี่ปุ่นอีกต่อไป เพราะจากสถิติในปัจจุบัน ตอนนี้ประเทศญี่ปุ่นมีผู้ที่อายุเกิน 100 ปีแล้วกว่า 68,000 คน ซึ่งแน่นอนว่ารัฐบาลภายใต้การนำของชินโซ อาเบะได้จัดประเด็น “สังคมในยุคชีวิต100 ปี (人生一〇〇年時代; jinsei hyakunen jidai)” เป็นวาระเร่งด่วนระดับชาติในลำดับต้นๆ

และถือเป็นประเด็นส่วนหนึ่งในนโยบาย “สามศรใหม่” ภายใต้แนวคิด “อาเบะโนมิกส์” ในการการเร่งปฏิรูปประเทศในระดับโครงสร้างทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม

ใจความสำคัญตอนหนึ่งจากรายงานล่าสุดเกี่ยวกับการรับมือกับสังคมญี่ปุ่นในยุคชีวิต 100 ปี อ้างถึงผลการวิจัยในต่างประเทศ ซึ่งได้มีการคาดการณ์ว่า เด็กจำนวนกว่าครึ่งหนึ่งที่เกิดในปี 2007 จะมีอายุยืนยาวถึง 107 ปี และญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศที่มีคนอายุขัยเฉลี่ยมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก

ในรายงานยังระบุอีกว่า สิ่งสำคัญในการทำให้ช่วง 100 ปี เป็นช่วงเวลาที่มีค่า นั่นคือ การเรียนรู้ตลอดชีวิตตั้งแต่การศึกษาระดับอนุบาล ระดับประถม มัธยมศึกษา และในระดับมหาวิทยาลัย

ยิ่งไปกว่านั้นคือ การเรียนรู้เพิ่มเติมตลอดช่วงชีวิตการทำงาน เรียกได้ว่าการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งจากรายงานนี้ ทำให้เห็นว่า รัฐบาลกำลังเร่งผลักดันให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต และสร้างสภาพแวดล้อมในประเทศให้เอื้อต่อการเรียนรู้ในกลุ่มคนทุกคนในประเทศ

สิ่งสำคัญอีกเรื่องในแผนดังกล่าวคือ การเน้นย้ำการสร้างสังคมให้พลเมืองทุกคน ตั้งแต่ผู้สูงอายุ จนกระทั่งคนหนุ่มสาวได้มีที่ยืน มีที่ให้ได้แสดงบทบาทของตนเองอย่างแข็งขันในฐานะพลเมือง และได้ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมอย่างปลอดภัยไร้ความกังวล

ชินโซ อาเบะ ผู้นำรัฐบาลญี่ปุ่น

ขณะนี้รัฐบาลกำลังดำเนินงานโดยมีแผนหลัก 2ประการ นั่นคือ การปฏิวัติเพื่อสร้างประสิทธิผลในการผลิต (性革命;seisamseikakumei ) และการปฏิวัติการสร้างบุคลากร (人づくり革命;hitotsukurikakumei) โดยทั้ง 2 แนวทางนี้ถือเป็นนโยบายที่เป็นหน้าตาของรัฐบาลในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

โดยในส่วนการปฏิวัติเพื่อสร้างประสิทธิผลในผลิตนั้น รัฐบาลได้เตรียมการเพิ่มและเปลี่ยนแปลงค่าแรงให้สูงขึ้น และกระตุ้นการลงทุนในประเทศให้มีมากยิ่งขึ้น

ส่วนของการปฏิวัติการสร้างบุคลากรนั้น ได้เน้นไปที่การเพิ่มความสามารถ และศักยภาพของแต่ละคนให้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพสูง เพื่อสร้างสังคมไปสู่สังคมที่ให้ทุกคนในประเทศมีบทบาทและส่วนร่วมในการพัฒนา

ภาพสะท้อนของญี่ปุ่นเกี่ยวกับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป ผู้สูงอายุที่มีคนอายุมากกว่า100 ปี เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเตรียมเข้าสู่ “ยุคชีวิต100 ปี” พอจะชี้ให้เราเห็นได้ว่า อนาคตของญี่ปุ่น ณ ขณะนี้ ขึ้นอยู่กับผู้สูงอายุ และคนหนุ่มสาวรุ่นปัจจุบันที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่วัยชราในอนาคต

การที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้แสดงความจริงจังในการแก้ปัญหา เพราะตระหนักว่าประเด็นนี้ส่งผลถึงอนาคตของชาติในระยะยาว ซึ่งไทยเราเองก็คงไม่อาจปฏิเสธถึงการเกิดวิกฤติในลักษณะเช่นเดียวกันนี้ในประเทศของเราได้

การมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นเป็นเรื่องที่ดีสำหรับหลายคน แต่นั่นต้องถึงพร้อมด้วยคุณภาพชีวิตที่ดีในระหว่างการใช้ชีวิต เริ่มตั้งแต่ลืมตาออกมาดูโลก เติบโต เล่าเรียน ทำงาน แก่ตัวและจากโลกนี้ไปอย่างมีเกียรติในฐานะมนุษย์คนหนึ่งด้วย

ผู้เขียนหวังว่าจะได้เห็นประเทศไทยจริงจังกับการวางแผนอนาคตของประเทศ ไม่ใช่อนาคต….แต่ต้องเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อสร้างอนาคตเฉกเช่นเดียวกับที่รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังวางแนวทางไว้อยู่ขณะนี้ด้วย

 

 

 

362Degree.com