2 ยักษ์ธุรกิจต่อเรือเกาหลีเปลี่ยนคู่แข่งเป็นคู่ค้า ควบรวมกิจการ ยึดส่วนแบ่งตลาดโลก 1 ใน 5

382

“ฮุนได เฮฟวี อินดัสทรีส์” บริษัทต่อเรือใหญ่อันดับหนึ่งของโลก ประกาศเทคโอเวอร์คู่แข่งอย่าง “แดวู” ซึ่งรั้งอันดับ2 ด้วยมูลค่า 2.1 ล้านล้านวอน (1.98 พันล้านดอลลาร์) หลังควบรวมกิจการจะกลายเป็นยักษ์ใหญ่ในธุรกิจการต่อเรือ ครองส่วนแบ่งตลาดโลกมากว่า 20%

ความเคลื่อนไหว ดังกล่าวมีขึ้นหลังอุตสาหกรรม ต่อเรือทั่วโลก เพิ่งฟื้นตัวจากภาวะตกต่ำ ที่นำไปสู่การขาดทุนและปลดคนงานครั้งใหญ่ จนรัฐบาล เกาหลีใต้ต้องยื่นมือเข้ามาอัดฉีดเงิน 2.6 พันล้านดอลลาร์ให้กับแดวู ชิปบิวดิง แอนด์ มารีน เพราะอุตฯดังกล่าวครองสัดส่วนในการส่งออกและการจ้างงาน 7% ของประเทศ

Ocean Life Promotion

ด้านธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเกาหลีใต้ (KDB) รัฐวิสาหกิจซึ่งถือหุ้น 55.7% ในแดวูเคยประกาศถึงแผนการที่จะขายหุ้นบริษัทดังกล่าว รวมถึงการเสริมความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรม ต่อเรือด้วยการลด 3 ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจดังกล่าวครอบคลุมถึงซัมซุงเฮฟวี อินดัสทรี ส์ให้เหลือ 2 แห่ง

ประธาน  KBD “ลี ดัง-กุล” ระบุว่า ดีลนี้จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันโดยพื้นฐานให้กับแดวู ลดการแข่งขันและขจัดกำลังการผลิตส่วนเกิน ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อราคาเรือ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมต่อเรือของเกาหลีใต้ ที่กำลังถูกคู่แข่งอย่างจีนและสิงคโปร์ไล่บี้มาทุกขณะ

ข้อมูลจากคลาร์กสัน รีเสิร์ชชี้ ฮุนไดและแดวูมีส่วนแบ่งตลาดรวมกัน 21.2% ตามมาด้วยบริษัทญี่ปุ่น อิมาบาชิ ชิปบิวดิง 6.6%

“ลี” ระบุด้วยว่า อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนก่อนจะได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมาธิการต่อต้านการผูกขาดในหลายประเทศที่เกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่า บริษัทใหม่ที่เกิดจากการควบ รวม ของฮุนไดและแดวูจะไม่กระทบต่อผลประโยชน์ของลูกค้า

นอกจากนี้ แดวูจะได้รับเงินเสริมสภาพคล่อง 2.5 ล้านล้านวอน (2.25 พันล้านดอลลาร์) จาก KDB และฮุนได

ด้าน “อึม เกียง อา” นักวิเคราะห์จากชินยัง ซีเคียวริตีส์ มองว่า การเทคโอเวอร์ อาจดีต่อภาพรวมของอุตสาหกรรม แต่อาจส่งผลเสียต่อบริษัทที่เป็นผู้ซื้อ เพราะมีธุรกิจหลายส่วนของ 2 บริษัท ที่ซ้ำซ้อนกัน

มียินดีก็ต้องมีคนไม่พอใจ สภาพแรงงานของฮุนได เฮฟวีออกมาแสดงความกังวลว่า  การควบรวมระหว่าง 2 บริษัทนี้อาจนำไปสู่การปรับลดคนงาน อีกทั้งไม่รู้สึกโกรธที่ฮุนไดผลาญเงินก้อนใหญ่ไปกับการซื้อบริษัท ที่ออเดอร์ลดขนขาดทุน และลอยแพพนักงานจำนวนมาก

ด้านประธาน KDB ปฏิเสธว่าไม่มีแผนจะลดคนงานหลังการเทคโอเวอร์ คาดว่าฮุนไดจำเป็นต้องขายหุ้นบางส่วนในธุรกิจกลั่นน้ำมัน ฮุนได ออยล์แบงก์ให้รัฐวิสาหกิจ อารัมโกของซาอุดิอาระเบีย ในราคาราว 1.8 ล้านล้านวอนเพื่อหาเงินทุนมาปิดดีลเทคโอเวอร์ครั้งนี้

 

 

เรียนโปรแกรมสำหรับกราฟิค แบบตัวต่อตัว