Grab มุ่งสู่ “Super App” ไม่ใช่แค่แอปเรียกรถ จ่อให้บริการดูหนังดูละคร

487

แอปพลิเคชันอเนกประสงค์ แกร็บ หรือ Grab ที่มีจุดเริ่มต้นจากบริการเรียกรถรับส่ง ประกาศเพิ่มลูกเล่นใหม่ บริการภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์แบบสตรีมมิ่ง ผ่านการจับมือกับ “ฮุค” หรือ Hooq สตาร์ทอัพวิดีโอออนดีมานด์ หวังให้ลูกค้าใช้งานแอปของตนนานขึ้น และก้าวไปสู่สถานะ “Super app”

“แกร็บ” ให้ข้อมูลว่า มีคอนเทนต์มากกว่า 10,000 ชั่วโมง จากทั้งฝั่งฮอลลีวู้ดและละครของสถานีโทรทัศน์ในท้องถิ่นจากฮุคพร้อมให้บริการ โดยลูกค้าสามารถทดลองใช้งานฟรี 3 เดือน เริ่มเปิดให้บริการในอินโดนีเซียและสิงคโปร์ภายในเดือนมีนาคมนี้ โดยลูกค้าสามารถทดลองใช้ฟรี 3 เดือน

Ocean Life Promotion

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของแกร็บสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของบริษัทที่ตั้งเป้าก้าวไปเป็น “Everyday super app” ซึ่งให้บริการครบวงจร โดยที่ผู้บริโภคไม่ต้องเข้าแอปนั้นออกแอปนี้เพื่อทำธุรกรรมต่างๆ บนโลกออนไลน์

“ฮิดายัน หลิว” หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์ ของแอปดังกล่าวเผยว่า วิดีโอเป็นกิจกรรมสำคัญที่ลูกค้าสนใจจะมีส่วนร่วม ซึ่งบริษัทจับตามองการเพิ่มขึ้นของยอดสมาชิกวิดีโอออนดีมานด์ที่สูงขึ้น 3-4 เท่าในช่วงไม่กี่ปีมานี้ และเห็นว่าแอปของแกร็บควรจะมีบริการนี้เสริม

แม้ว่าแกร็บจะเริ่มจากแอปเรียกรถรับส่ง แต่ปัจจุบันได้ขยายบริการออกไปหลากหลายด้าน ตั้งแต่บริการส่งสินค้าและอาหาร ชำระเงินออนไลน์ ไปจนถึงให้สินเชื่อวงเงินไม่สูง การเพิ่มบริการต่างๆ เข้าไปเสริมมาจากแนวความคิดว่าผู้บริโภคมีแนวโน้มจะใช้งานแอปในชีวิตประจำวันเพียงไม่กี่แอป แม้จะดาวน์โหลดมาใส่บนสมาร์ทโฟนนับร้อยแอป

“หลิว” ยกตัวอย่างผู้บริโภคในอินโดนีเซียที่ใช้งานแอปมากสุด 3 แอปต่อวัน “ถ้าคุณไม่ได้เป็น 1 ใน 3 แอปนี้ก็มีความเสี่ยงสูงที่ลูกค้าจะลืมว่ามีแอปนี้อยู่บนมือถือ”

ด้าน “ฮุค” ซึ่งเปิดตัวในปี 2015 เป็นการร่วมทุนระหว่างสิงเทล ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในสิงคโปร์ โซนี พิกเจอร์ เทลิวิชัน และวอร์เนอร์ บราเธอส์ ขณะนี้ให้บริการในสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ และอินเดีย แม้ฮุคปฏิเสธที่จะเปิดเผยยอดสมาชิก แต่ยอดดาวน์โหลดแอปดังกล่าวในกูเกิล เพลย์ สโตร์อยู่ที่มากกว่า 10 ล้านครั้ง

“ปีเตอร์ บิธอส” ซีอีโอของฮุค ระบุว่า การเป็นพาร์ตเนอร์กับแกร็บจะช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงฮุคได้หลายแพลตฟอร์ม และยังฮุคสามารถเข้าถึงฐานลูกค้าจำนวนมากของแกร็บในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การชมวิดีโอสตรีมมิ่งกำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นทั่วโลกรวมถึงแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลจากการเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนมากขึ้น อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และการเข้ามารุกตลาดของบริการวิดีโอสตรีมมิ่ง อย่างเน็ตฟลิกซ์

“แอพ แอนนี่” ผู้ให้บริการข้อมูลและวิเคราะห์การตลาดมือถือประเมินว่า ในปีนี้ทุกชั่วโมงที่ผู้บริโภคใช้เวลาไปกับอินเทอร์เน็ตหรือโทรทัศน์จะเป็นการดูวิดีโอสตรีมมิ่งบนสมาร์ทโฟน 10 นาที และการใช้เวลาในแอปวิดีโอสตรีมมิ่งจะพุ่งขึ้น 110% ในช่วงปี 2016-2019

สอดคล้องกับการคาดการณ์จากบริษัทวิจัยดาตาซิสว่า รายได้จากการบอกรับเป็นสมาชิกวิดีโอออนดีมานด์ในแถบเอเชียแปซิฟิก จะเพิ่มจาก 60 ล้านดอลลาร์ในปี 2017 เป็น 390 ล้านดอลลาร์ในปี 2022

 

 

362Degree.com