เรตติ้งทีวีไม่ใช่คำตอบ !! ทรูโฟร์ยู “เรามีมากกว่าคู่แข่ง”

226

แรกเริ่มของการเปิดช่องทีวีดิจิทัล เมื่อปี 2557 กูรูทางทีวีหลายท่านเคยวิเคราะห์ว่า การแย่งชิงช่องทีวีด้วยเงินประมูลสูงลิ่ว แต่เม็ดเงินโฆษณาสื่อทีวีกลับถดถอยลง จะส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายๆ รายต้องถอนตัวออกไป  แต่ถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 4  ปีแล้วที่ทีวีดิจิทัลเริ่มออกอากาศ มีเพียง 2  ช่องทีวีดิจิทัลของกลุ่มทีวีพูล รายเดียวเท่านั้น ที่ทิ้งช่องเลิกกิจการไป

ความพยายามในการยกระดับเรตติ้งผู้ชม ถือเป็นภารกิจหลักของผู้ประกอบการทีวี เพราะมีความเชื่อว่า ช่องที่ขยับเข้าไปอยู่ใน Tier 1  หรืออยู่ในอันดับ Top 3-5 ช่องที่มีเรตติ้งสูงสุดเท่านั้น ที่จะอยู่รอดได้อย่างสบายตัว ทำให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลกลุ่มรายการทั่วไป ทั้งความคมชัดระดับปกติ และระดับ HD ที่มีอยู่รวม  14 ช่อง ต้องพยายามไต่ระดับขึ้นไปถึงจุดนั้น

AIA Vitality

    แต่สำหรับทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ของกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น กลับไม่ได้คิดเช่นนั้น !!

เดือนธันวาคม ปี 2561 นีลเส็น ได้รายงานเรตติ้งช่องทีวีดิจิทัลของทรูโฟร์ยู อยู่ที่  0.114  อยู่ในอันดับ 15 หรืออยู่ในอันดับท้ายๆ ของกลุ่มช่องรายการทั่วไป โดยรายการที่สร้างเรตติ้งให้กับทรูโฟร์ยูชัดเจนที่สุดในปีที่แล้ว ก็คือคอนเทนต์พิเศษอย่าง การถ่ายทอดฟุตบอลโลก ในช่วงกลางปี แต่สำหรับคอนเทนต์ประจำ ทั้งวาไรตี้ เกมโชว์ รวมไปถึงละคร ยังไม่ดังเปรี้ยงปร้างเท่ารายการของช่องดิจิทัลหัวแถว

พีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา หัวหน้าคณะผู้บริหารคอนเทนต์ และมีเดีย บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ทรูโฟร์ยู ถือเป็นช่องทีวีดิจิทัลที่แตกต่างกว่าทุกช่อง เพราะเป็นช่องเดียวที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นบริษัทโทรคมนาคม มีแพลตฟอร์มในการออกอากาศคอนเทนต์เป็นของตนเอง หลากหลายช่องทาง เข้าถึงลูกค้ามากกว่า 38 ล้านคน ตั้งแต่ทรูมูฟเอช ทรูวิชั่นส์ ทรูออนไลน์ ทรูไอดี จนไปถึงร้านกาแฟทรูคอฟฟี่ และศูนย์บริการทรู มีการนำทุกช่องทางมาใช้ประโยชน์มากกว่าการวัดเรตติ้งผู้ชมทางทีวีเพียงอย่างเดียว

พีรธน ให้เหตุผลว่า ตลอดกว่า 4 ปีที่ผ่านมา ทรูโฟร์ยู ยังไม่มีความพร้อมในด้านการผลิตคอนเทนต์ป้อนสถานีอย่างเพียงพอ โดยคอนเทนต์ส่วนใหญ่ เป็นคอนเทนต์ที่มาจากทรูวิชั่นส์ โดยเฉพาะรายการกีฬา ทำให้ทรูโฟร์ยู ได้รับความนิยมอยู่ในกลุ่มผู้ชมกีฬา

แต่ปีนี้ พีรธน มั่นใจว่า ทรูโฟร์ยู พร้อมแล้ว !!

ในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ทรูคอร์ป  มีความร่วมมือกับผู้ผลิตรายการโทรทัศน์รายใหญ่จากเกาหลีใต้   ซีเจ อีเอ็นเอ็ม บริษัทธุรกิจบันเทิงครบวงจรที่มีคอนเทนต์รายการถูกซื้อไปออกอากาศทั่วโลก อาทิ Golden Tambourine หรือ เฮ มัน โชว์  ทางช่อง 7, Crazy Market หรือ ตลาดสัมผัส ช่อง PPTV ฯลฯ จัดตั้งบริษัท ทรู ซีเจ ครีเอชั่นส์  เพื่อผลิตรายการป้อนให้กับทรูโฟร์ยู  และประเดิมด้วยการนำรายการ  Show Me the Money , ป๋าซ่าพาซิ่ง และซีรีส์  ซีรี่ส์ OMGผีป่วนชวนมารัก มาออกอากาศทางทรูโฟร์ยู ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว

ทรูโฟร์ยู ยังมีความร่วมมือกับ  ทีวีธันเดอร์, Halo Productions ผู้ผลิตซีรีส์รีเมค รวมถึงหม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล ผู้กำกับชั้นครู

นอกจากนั้น ในส่วนของทีมผู้บริหารสูงสุดของทรูโฟร์ยู ก็มีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เป็นผู้บริหารคนที่ 3 นับตั้งแต่เปิดช่องมา โดยมอบให้  อภิชาติ์ หงส์หิรัญเรือง ที่มีตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัทร่วมทุน ทรู ซีเจ ครีเอชั่นส์  อยู่ก่อนหน้า มารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ทรูโฟร์ยู ควบคู่ไป พร้อมทั้งดึง ธีรศักดิ์ อรุณเริ่มวัฒนะ มือสร้างแบรนด์ของกลุ่มทรู เข้าดูแลการสร้างแบรนด์ และการตลาดให้กับทรูโฟร์ยู

 

“อันดับเรตติ้งไม่สำคัญเท่ากับการเข้าไปอยู่ในใจผู้ชม”

อภิชาติ์ หงษ์หิรัญเรือง กรรมการผู้จัดการ ทรูโฟร์ยู ช่อง 24  พูดถึงการเปลี่ยนแปลงของทรูโฟร์ยูในปีนี้ว่า นอกเหนือจากการปรับเปลี่ยนทีมผู้บริหารที่ดึงมือการตลาดของกลุ่มทรูอย่าง ธีรศักดิ์ อรุณเริ่มวัฒนะ มาร่วมงานแล้ว ในด้านการวางแผนโปรแกรมรายการ  การวางแผนคอนเทนต์ ก็จะปรับให้มีความหลากหลายรสชาติ หลากหลายรูปแบบ เพื่อให้สามารถเข้าถึงผู้ชมทุกวัย

“ในปี 2562 แนวทางการดำเนินธุรกิจของทรูโฟร์ยู ช่อง 24  จะให้ความสำคัญกับคอนเทนต์บันเทิงระดับสากลเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนอกจากรายการกีฬาสดที่เป็นจุดแข็งอยู่แล้ว เตรียมเสริมทัพด้วยการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ ซีรีส์ เกมโชว์ วาไรตี้ เรียลิตี้ ใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์ตรงใจผู้ชมยิ่งขึ้น  พร้อมปรับผังรายการให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่สะดวกตามเทรนด์มัลติ-สกรีน ของกลุ่มเป้าหมายยุคปัจจุบัน พร้อมวางคอนเซปต์ของช่องใหม่ว่า True for All, More 4U สนุกเกินคาด มากกว่าที่คิด”

โดย ธีรศักดิ์ อรุณเริ่มวัฒนะ ผู้อำนวยการกลุ่ม ด้านคอนเทนต์และมีเดีย บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ให้รายละเอียดว่า   คอนเซ็ปต์ใหม่ ‘True for All, More 4U สนุกเกินคาด มากกว่าที่คิด’ เกิดจากแนวคิดการมอบสิ่งดีที่สุดเพื่อลูกค้าทุกกลุ่มบริการของทรู กว่า 38 ล้านคน ซึ่งมีหลากหลายไลฟ์สไตล์ โดย True for All คือ การผสานศักยภาพด้านนวัตกรรมสื่อสารครบวงจรกับคอนเทนต์ที่ดีที่สุด เพื่อส่งมอบให้ลูกค้าและผู้ชมทุกคน ขณะที่ More 4U จะให้มากกว่าการรับชมทั่วไป ประกอบด้วย

  1. More Platforms มากกว่าการรับชมผ่านหน้าจอโทรทัศน์ โดยให้อิสระในการเลือกรับชมคอนเทนต์ผ่านหลากหลายแพลตฟอร์มแบบ Omni-channel ได้เพิ่มเติมทั้งโซเชียลมีเดีย และเว็บไซต์ ทรูโฟร์ยู รวมถึงแอปพลิเคชั่น TrueID
  2. More Segmented Primetime สะดวกมากกว่าด้วยการจัดผังรายการใหม่ คัดสรรคอนเทนต์ให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่สะดวกของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย
  3. More Entertainment สนุกและบันเทิงมากกว่า จากคอนเทนต์ครบรสยิ่งขึ้น ด้วยงบประมาณ 800-1,000 ล้านบาท
  4. More Engagement สร้างการมีส่วนร่วมมากขึ้นแบบ 4O (On Air – Online – On Ground – On Right Target) อินเตอร์แอคทีฟระหว่างรายการและผู้ชมกลุ่มเป้าหมาย โดยคนดูจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมาย อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงฐานลูกค้ากลุ่มทรู และนำไปสู่การสร้างประสบการณ์และความสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดี

ธีรศักดิ์ มองว่า การกำหนดให้ช่วงเวลาไพร์มไทม์ของทีวี มีเพียงช่วงเวลาเดียว คือช่วงหัวค่ำ เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะไลฟ์สไตล์ของผู้คนในปัจจุบันแตกต่างกัน  การชมรายการทีวีก็ไม่ได้ยึดติดกับการชมผ่านทีวีอีกต่อไป  สามารถชมผ่านสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และชมย้อนหลังได้ ดังนั้น ไพร์มไทม์จึงควรมีหลายช่วงเวลา ตามไลฟ์สไตล์ของคนแต่ละวัย

“การสร้างเรตติ้งของทรูโฟร์ยู คือการซินเนอยีกับทุกธุรกิจของกลุ่มทรู เพื่อให้สามารถนำคอนเทนต์ของทรูโฟร์ยูเข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่มากกว่า ไม่ใช่มองแค่เรตติ้งการสำรวจผู้ชมทีวี”

362Degree.com