Go-Jek สะดุด! แผนบุกฟิลิปปินส์เจอด่านข้อกฎหมาย เปิดทาง Grab ลุยเดี่ยว

403

สตาร์ตอัพบริการเรียกรถรับส่ง Go-Jek หรือ “โกเจ็ก” จากอินโดนีเซียไปเจอตอเข้าอย่างจัง หลังพยายามขยายกิจการเข้าสู่ฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นตลาดนอกบ้านประเทศที่ส 4 ในเอเชียตะวันอกเฉียงใต้

บริษัทดังกล่าวซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญของแกร็บ (Grab) มีมูลค่าตลาดราว 6 พันล้านดอลลาร์ และยังได้รับการหนุนหลังจากกูเกิลและเทนเซนต์จากจีน มีแผนจะสยายปีกให้ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ แต่กลับต้องเผชิญกับปัญหาทางกฎหมาย เมื่อบอร์ดกำกับดูแลการคมนาคมทางบกของฟิลิปปินส์ (LTFRB) ปฏิเสธไม่ให้เข้าสู่ตลาดของประเทศดังกล่าว

AIA Vitality

โดยวินิจฉัยว่าธุรกิจโกเจ็กในฟิลิปปินส์ดำเนินการภายใต้บริษัท Velox Technology Philippines ซึ่งผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นนิติบุคคลต่างชาติ (Velox South-East Asia Holdings ซึ่งมีฐานอยู่ในสิงคโปร์) ถือเป็นการละเมิดกฎหมายที่กำหนดให้บุคคลหรือนิติบุคคลฟิลิปปินส์ถือหุ้นอย่างน้อย 60%

ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ในการเจาะตลาดแดนตากาล็อก เพราะมีโอกาสน้อยมากที่โกเจ็กจะแก้ต่างหรือแก้ไขปัญหานี้ได้โดยไม่ต้องปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น และยังน่าสนใจว่าเหตุใดที่ปรึกษาด้านกฎหมายของโกเจ็กจึงไม่แนะนำแนวทางป้องกันปัญหานี้ไว้ล่วงหน้า เพราะกฎหมายดังกล่าวบังคับใช้มาระยะหนึ่งแล้ว และเป็นเรื่องที่ประกาศให้สาธารณชนรับทราบ ไม่ได้ปกปิดหมกเม็ดไว้

“โกเจ็ก” ให้ความเห็นถึงข้อขัดข้องดังกล่าวเพียงแค่ว่า “เรายังคงติดต่อหารือกับทาง LTFRB และหน่วยงานรัฐอื่นๆ เพื่อหาทางให้บริการด้านการขนส่งที่จำเป็นแก่ประชาชนฟิลิปปินส์”

ขณะเดียวกัน แกร็บจากมาเลเซียซึ่งซื้อธุรกิจอูเบอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อปีกลายคุยว่า ตนดำเนินการสอดคล้องกับข้อกฎหมายทุกอย่าง โดยธุรกิจของแกร็บในฟิลิปปินส์นั้นถือหุ้นใหญ่โดยคนในท้องถิ่น แต่ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดของผู้ถือหุ้น.

ก่อนหน้านี้ กฎหมายของฟิลิปปินส์อนุญาตให้บริการเรียกรถรับส่ง จัดอยูในธุรกิจประเภทบริการโทรคมนาคม แต่ต่อมาในปี 2018 ปรับเปลี่ยนให้เป็นบริการขนส่งทางบก

คำวินิจฉัยของ LTFRB ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับโกเจ็ก ที่ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เพิ่งเข้าไปปักธงในตลาดสิงคโปร์ ไทยและเวียดนาม ด้วยเงินทุนสนับสนุนอีก 1.5 พันล้านดอลลาร์ และมีข้อมูลว่าใกล้จะบรรลุการระดมทุนรอบใหม่ที่นักลงทุนร่วมลงขัน 2 พันล้านดอลลาร์เพื่อนำไปโปรโมทและพัฒนาบริการใน 3 ประเทศที่ดังกล่าว

ขณะที่ “แกร็บ” เองก็ไม่น้อยหน้า สามารถระดมเงินทุนได้ 2 พันล้านดอลลาร์ และมีแผนจะรวบรวมให้ถึง 5 พันล้านดอลลาร์ เพื่อเตรียมพร้อมไว้สู้ศึกกับโกเจ็กที่ไล่บี้ตามมาติดๆ

 

362Degree.com