ธุรกิจ “สุขภาพ” (ยัง) มาแรง! คาดดีลซื้อกิจการในภูมิภาคอาเซียนพุ่งต่อเนื่อง

231

ดีลในเซกเตอร์ดูแลสุขภาพมีแนวโน้มจะกลับมาขยายตัวอย่างรวดเร็วอีกครั้งในปีนี้ รวมถึงภูมิภาคเอเซียน แต่ต้องฝ่าแรงต้านความไม่แน่นอนทางการเมือง เศรษฐกิจและกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้น

ความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมดูแลสุขภาพทวีความร้อนแรงขึ้นในช่วงหลายปีมานี้ เนื่องจากหลายประเทศเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ขณะที่ประชากรในประเทศตลาดเกิดใหม่อย่างจีน มีรายได้เพิ่มสูงจึงพร้อมทุ่มเงินให้กับการดูแลสุขภาพ

บริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมายเบเกอร์ แมคเคนซี และบริษัทที่ปรึกษาออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ คาดการณ์ว่า ปี 2019 จะเกิดดีลด้านการดูแลสุขภาพคิดเป็นมูลค่า 3.31 แสนล้านดอลลาร เพิ่มขึ้น 7% จากปีที่แล้ว ถือเป็นการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากปี 2018 ที่ลดลงจากปีก่อนหน้า 5%

แม้ว่าดัชนี S&P 500 จะสั่งลาปี 2018 ด้วยการลดลง 6% แต่ถ้าเจาะเฉพาะหุ้นของบริษัทด้านสุขภาพจะพบว่า ดัชนีเพิ่มขึ้น 4% เรียกว่ายังไปได้สวยท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

“เจน ฮอบสัน” หุ้นส่วนด้านดีลควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ในเซกเตอร์ดูแลสุขภาพของเบเกอร์ฯ มองว่า แรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้กระแสทำดีลในอุตสาหกรรมดังกล่าวคึกคัก มาจากการแข่งขันกันออกยาชนิดใหม่ “ยิ่งหลายบริษัทแข่งขันกันผลิตยาตัวใหม่ๆ เรายิ่งเห็นการซื้อกิจการมากขึ้น”

เบเกอร์ฯ ประเมินว่าความเคลื่อนไหวด้าน M&A จะเข้มข้นที่สุดในสหรัฐและแถบเอเชียเพราะผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง กระตุ้นให้ภาคธุรกิจต้องเร่งคิดค้นเทคโนโลยีใหม่มาสร้างจุดขายและตอบสนองความต้องการ

ด้าน “ริงโก ชอย” หุ้นส่วนบริหารจากบริษัทที่ปรึกษา EY ในฮ่องกงมองว่า ปีนี้จะเป็นปีที่ยอดเยี่ยมสำหรับดีล M&A และ IPO ในอุตสาหกรรมดูแลสุขภาพ เพราะผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญของการใส่ใจสุขภาพ เข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้ง่ายขึ้น ประกอบกับนักลงทุนหันมาสนใจเทคโนโลยีด้านพันธุกรรมเพื่อรักษามะเร็ง

ภูมิภาคที่เป็นดาวเด่นด้าน IPO ได้แก่ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปีที่แล้วบริษัทด้านสุขภาพเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ 15 ดีลคิดเป็นมูลค่า 374 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 92%

“เอเชียอาคเนย์กำลังมาแรง คุณจะเห็นปรากฏการณ์ที่สถาบันการเงินในภูมิภาคนี้แตกแผนกสำหรับดูแลบริษัทด้านสุขภาพโดยเฉพาะ” โรเมน แจ็กสัน หัวหน้าฝ่ายเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากดีลโลจิกระบุ

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าทุกอย่างจะราบรื่นไร้อุปสรรค เบเกอร์ฯ ชี้ว่ากฎเกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้น ความไม่แน่นอนทางการเมือง อย่างการแยกตัวจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ สงครามการค้าจีน-สหรัฐ จะเป็นปัจจัยขัดขวางการทำดีลทั้งในปีนี้และปีหน้า

“ฮิเดโอะ นาริโกชิ” หุ้นส่วนจากเบเกอร์ฯ ตั้งข้อสังเกตว่า กฎหมายปกป้องข้อมูลส่วนตัวในอียูและกฎหมายลักษณะคล้ายกันในประเทศอื่นๆ อาจกระทบต่อดีล M&A ด้านสุขภาพ “กฎเกณฑ์ดังกล่าวจะบังคับให้ภาคธุรกิจต้องปกป้องข้อมูลของคนไข้ แต่ข้อมูลเหล่านั้นจำเป็นต่อการนำไปพัฒนายาชนิดใหม่ ไม่ว่าภาครัฐจะอนุญาตให้นำข้อมูลพวกนี้มาใช้ประโยชน์ได้ตามความจำเป็นหรือต้องเก็บเป็นความลับสถานเดียว ล้วนมีผลต่ออนาคตของอุตสาหกรรมดูแลสุขภาพทั้งสิ้น”

สอดคล้องกับความเห็นของนูเมอรอฟ แอนด์ แอสโซซิเอทส์ บริษัทที่ปรึกษาด้านเฮลธ์แคร์ ที่มองว่า กฎเกณฑ์รวมถึงนโยบายของภาครัฐเป็นปัจจัยหลักที่จะกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมดูแลสุขภาพในปีนี้ โดยเฉพาะในสหรัฐที่ความเสี่ยงด้านการเมืองและกฎหมายพุ่งสูง หลังพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาล่าง

 

 

362Degree.com