คนไทยเตรียมควักกระเป๋าจ่ายค่าทัวร์เพิ่ม “ญี่ปุ่น” เริ่มเก็บ “ภาษีขาออกนอกประทศ” แล้ว

250

รื่องโดย : ผศ.ดร.ณัฐธเดชน์ ชุ่มปลั่ง ภาควิชาสาธารณสุขศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ International University of Health and Welfare ประเทศญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเริ่มจัดเก็บ “ภาษีออกนอกประเทศ” หรือ ชุคโตคุเซย 出国税 เป็นครั้งแรกกับผู้ที่ออกนอกประเทศทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติที่มีอายุตั้งแต่ ปีขึ้นไป  โดยมีผลบังคับตั้งแต่ มกราคม 2562 นี้ เป็นต้นไป โดยสายการบินและบริษัทเรือท่องเที่ยวระหว่างประเทศแต่ละแห่งจะบวกเพิ่มไปกับราคาค่าโดยสารอีก 1,000 เยน (ประมาณ 295 บาท)

รัฐบาลระบุว่า จะนำเงินภาษีไปพัฒนาสาธารณูปโภคด้านการท่องเที่ยวและส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศให้เข้มแข็งขึ้น นอกจากนี้ยังจะนำมาพัฒนาระบบและขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองให้ทันสมัย และสะดวกต่อผู้ใช้บริการทั้งขาเข้าและขาออกให้ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

โดยรัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าว่า ในปี 2019 นี้ญี่ปุ่นจะมีรายได้จากการจัดเก็บสูงถึง 5 หมื่นล้านเยน (1.47 หมื่นล้านบาท) ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าติดตามว่าญี่ปุ่นจะเก็บได้ตามเป้าที่วางไว้หรือไม่

ตัวอย่างแสดงการบวกค่าภาษีเพิ่ม 1000 เยน แสดงในรายการ JP International Tourist Tax

แน่นอนว่า แนวคิดในการเก็บภาษีดังกล่าวนี้มีเสียงคัดค้านจากผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวและสายการบิน เพราะนอกจากจะทำให้ราคาค่าตั๋วโดยสารมีราคาแพงเพิ่มมากขึ้นแล้ว ในปีนี้ญี่ปุ่นก็กำลังเตรียมเก็บภาษีบริโภคเพิ่มจาก 8% ขึ้นเป็น 10% ซึ่งจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเที่ยวญี่ปุ่นต้องเสียค่าใช้จ่ายในญี่ปุ่นที่แพงขึ้นตามไปด้วย

การเก็บภาษีประเภทนี้ถือว่าเป็นการเพิ่มภาระให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะนำเงินภาษีที่ได้ไปใช้กระตุ้นโปรโมทการท่องเที่ยวญี่ปุ่นในต่างประเทศก็ตาม  แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มมากขึ้นตามที่รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายให้เพิ่มถึง 40 ล้านคนภายในปี 2020 หรือไม่

โดยที่ผ่านมาญี่ปุ่นได้มีการผ่อนปรนกฎระเบียบการเข้าประเทศให้แก่คนในประเทศแถบเอเชียมากขึ้น โดยยกเว้นวีซ่าท่องเที่ยวให้ประเทศในกลุ่มประเทศเอเชียหลายประเทศให้เข้ามาท่องเที่ยวญี่ปุ่นง่ายขึ้น เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภายในประเทศ

ถึงแม้ว่าการจัดเก็บภาษีในลักษณะดังกล่าวนี้จะทำให้ญี่ปุ่นมีงบประมาณมาพัฒนาสาธารณูปโภคในด้านการท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีและเป็นประโยชน์ก็ตาม แต่ก็มียังเสียงที่วิพากษ์วิจารณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศว่า “เพราะเหตุใดต้องจ่ายซ้ำซ้อนกับค่าใช้บริการสนามบินด้วย? ”

หรือแม้กระทั่งเงินภาษีที่จัดเก็บได้จะถูกนำไปใช้ประโยชน์ตรงกับวัตถุประสงค์ตามที่รัฐบาลได้แถลงไว้หรือไม่ ซึ่ง ณ ขณะนี้ยังไม่มีเครื่องมือในการควบคุมหรือตรวจสอบการนำนำเงินภาษีไปใช้แต่อย่างใด

ในขณะเดียวกันเสียงที่เห็นด้วยกับการจัดเก็บ นอกจากเป็นเพราะวัตถุประสงค์ของการนำเงินภาษีมาใช้ในเชิงสร้างสรรค์แล้ว หากดูการแนวปฏิบัติการจัดเก็บภาษีประเภทนี้ที่ต่างประเทศ จะพบว่าที่ผ่านมาในหลายประเทศทั่วโลกได้มีการจัดเก็บภาษีชนิดนี้ในชื่อ Departure Tax หรือภาษีขาออก ซึ่งในแต่ละประเทศก็มีอัตราการเก็บที่แตกต่างกันออกไป โดยดูรายละเอียดเพิ่มได้จาก Wikipedia  ( https://en.wikipedia.org/wiki/Departure_tax )

สำหรับญี่ปุ่นเมื่อเทียบกับหลายประเทศที่ทำการเก็บมาก่อนหน้านี้จะพบว่าอยู่ในอัตราที่สมเหตุสมผล ไม่แพงมาก เช่น ถ้าเทียบกับไทย ไทยเรียกเก็บภาษีประเภทนี้ 700 บาท หรือ 22 ดอลลาร์ ในขณะที่ญี่ปุ่นเก็บประมาณ 295 บาท หรือ 8 ดอลลาร์ ซึ่งถ้าหากสังเกตให้ดีจะพบว่าเงินภาษีจำนวนนี้ถูกรวมอยู่ในค่าตั๋วโดยสารแล้ว

เรียกได้ว่า ท่านใดที่จะเดินทางมาญี่ปุ่นคงจะต้องจะเสียทั้งขึ้นทั้งล่อง และต้องยอมจ่ายราคาตั๋วที่แพงขึ้นกว่าเดิม เพียงแต่จ่ายทางฝ่ายไทยแพงกว่าสองเท่าตัว

อย่างไรก็ดี ผู้เขียนมองว่า การจัดเก็บภาษีออกนอกประเทศไม่ใช่เรื่องใหม่ประการใด สำหรับประเทศญี่ปุ่น การสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงระบบ เช่น การเก็บภาษีขาออกตามที่ได้เขียนอธิบายมาข้างต้นนี้ ทางรัฐบาลได้มีการแจ้งล่วงหน้ามาได้ระยะหนึ่งแล้ว เพื่อให้ประชาชนได้เห็นถึงประโยชน์ ข้อดีของการเรียกเก็บ และที่สำคัญคือ มีการชี้แจงถึงจุดประสงค์การใช้อย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ระดับหนึ่ง

ภาพจาก https://www.asahi.com/articles/photo/AS20181002003991.html

สิ่งที่น่าติดตามที่สุดคือ “การนำเงินภาษีนี้ไปใช้การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ดียิ่งขึ้น”  ที่ผ่านมาคนไทยที่มาเที่ยวมักจะบอกเล่าให้ฟังว่า “คนญี่ปุ่นไม่พูดภาษาอังกฤษเลย”  ไม่แน่ต่อไปในวันข้างหน้า เงินภาษีก้อนนี้อาจจะถูกเจียดมาเพื่อพัฒนาหุ่นยนต์ต้อนรับ หรือหุ่นยนต์นำเที่ยวโดยใช้ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ให้สามารถพูดภาษาหลักๆ (รวมทั้งภาษาไทย) ของนักท่องเที่ยวได้

ซึ่งเราต้องคอยลุ้นกันว่า วงการท่องเที่ยวญี่ปุ่นจะพัฒนาก้าวไกล และเปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างไร จากเงินภาษีของเราที่จ่ายไปก้อนนี้

 

 

 

 

362Degree.com