“SAAM” ได้ฤกษ์เทรด 7 ม.ค.62 มั่นใจนักลงทุนตอบรับคึกคัก โชว์พื้นฐานแกร่งจากรายได้ระยะยาว

126

“เอสเอเอเอ็ม เอ็นเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์” หรือ SAAM มั่นใจเทรดวันแรก 7 ม.ค. 62 นี้ นักลงทุนให้การตอบรับคึกคัก ตอกย้ำธุรกิจพื้นฐานแกร่ง โมเดลธุรกิจมีความมั่นคงของรายได้ระยะยาว อัตราการทำกำไรโดดเด่น รับผลบวกระดมทุนรุกธุรกิจพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ

นายพดด้วง คงคามี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAAM

นายพดด้วง คงคามี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสเอเอเอ็ม เอ็นเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAAM ผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอิสระ เปิดเผยว่า บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าหุ้น SAAM ที่จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) วันแรก ในวันที่ 7 มกราคม 2562 จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้เดินสายให้ข้อมูลแก่นักลงทุนอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนมีความเข้าใจในโมเดลธุรกิจของบริษัทฯ ที่มีจุดเด่นจากพื้นฐานธุรกิจที่มีผลการดำเนินงานที่มั่นคงและแน่นอนจากการทำสัญญาระยะยาวกับลูกค้า และมองเห็นโอกาสการเติบโตจากการรุกธุรกิจในต่างประเทศของกลุ่มบริษัทฯ

สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ ส่วนใหญ่บริษัทฯ จะนำไปใช้เป็นเงินทุนสำหรับธุรกิจที่จะสร้างการเติบโตในอนาคต โดยบริษัทฯ วางแผนที่จะใช้เป็นเงินทุนสำหรับการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลในประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยังใช้เป็นเงินทุนเพื่อเข้าร่วมลงทุนในบริษัทอื่น ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานของบริษัทฯ

สำหรับ SAAM ประกอบธุรกิจพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพื่อจำหน่าย และลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในปัจจุบันได้ดำเนินธุรกิจ แบ่งเป็น ธุรกิจที่ 1 ธุรกิจจัดหาสถานที่ตั้งและให้บริการที่เกี่ยวข้องภายในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยดำเนินงานโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยร่วมกับลูกค้า โดยได้รับค่าตอบแทนจากการให้บริการภายใต้สัญญาระยะยาว 20 ถึง 25 ปี จำนวน 17 โครงการ บนพื้นที่กว่า 750 ไร่ ในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง เพชรบุรี ลพบุรี อุบลราชธานี และประจวบคีรีขันธ์

ธุรกิจที่ 2 ธุรกิจพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพื่อจำหน่ายให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในปี 2559 บริษัทฯ ได้เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจและได้เริ่มเข้าไปศึกษาและพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลในประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันบริษัทฯ มีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลที่อยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนาในประเทศญี่ปุ่นเพื่อการจำหน่ายผ่านบริษัทย่อย จำนวน 8 บริษัท ซึ่งบริษัทฯ พัฒนาจนได้รับใบอนุมัติสนับสนุนค่าไฟฟ้าระบบ FiT ที่ 24 เยนต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมงแล้ว จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ SAAM Oita 01 Biomass Power  และโครงการ SAAM Oita 02 Biomass Power ปริมาณกำลังการผลิตติดตั้งโครงการละ 19.9 เมกะวัตต์

เมื่อบริษัทฯ พัฒนาจนเป็นโครงการที่พร้อมในการก่อสร้างตามเงื่อนไขของสัญญา บริษัทฯ จะทำการโอนขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยให้แก่ลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าเข้าดำเนินการก่อสร้างและดำเนินกิจการโรงไฟฟ้าภายใต้บริษัทย่อยดังกล่าวต่อไป

และธุรกิจที่ 3 ธุรกิจลงทุนในกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยปัจจุบันเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ภายใต้โครงการ SAAM-SP1 ซึ่งตั้งอยู่ที่ อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี โดยมีปริมาณพลังงานไฟฟ้าเสนอขายตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจำนวน 2.0 เมกะวัตต์ (MW) ในระบบ FiT ที่อัตรารับซื้อ 5.66 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง โดยเริ่ม COD เมื่อเดือนธันวาคม 2558

ทั้งนี้ ณ วันที่ 30 กันยายน 2561 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 319.4 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 173.4 ล้านบาท มีอัตราหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 0.84 เท่า โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน บริษัทมีกำไรขั้นต้นร้อยละ 71.2-73.3 และอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 25.2-41.8

นายชาญชัย กงทองลักษณ์ กรรมการอำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด

ด้านนายชาญชัย กงทองลักษณ์ กรรมการอำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท เอสเอเอเอ็ม เอ็นเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAAM เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เปิดจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ในวันที่ 24-27 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา

โดยได้มีการเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 80 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 26.67 ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ จำนวน 300 ล้านหุ้น มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 150 ล้านบาท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ ที่ราคา IPO หุ้นละ 1.80 บาท คิดเป็นมูลค่าการเสนอขายรวม 144 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 540 ล้านบาท นักลงทุนได้ให้ความสนใจจองซื้อหุ้น เนื่องจากมองเห็นปัจจัยพื้นฐานธุรกิจของ SAAM ที่มีผลการดำเนินงานที่มั่นคง และมองเห็นแนวโน้มการเติบโตในอนาคต

“การที่ SAAM จะเข้าเทรดวันแรกในวันที่ 7 ม.ค. 2562 นี้ เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนเพราะโมเดลธุรกิจที่มีความมั่นคงและแน่นอนของรายได้ระยะยาว และมีอัตราการทำกำไรที่ดีสะท้อนจากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งในอนาคตยังมีโอกาสขยายตัวได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ” นายชาญชัยกล่าว

 

ขอบคุณภาพ Featured จาก : Money2Know

 

362Degree.com