หุ้น PTTEP ร่วง แค่นักลงทุนผิดหวัง นักวิเคราะห์ประสานเสียงปัจจัยแข็งยังเยอะ แนะนำ “ซื้อ”

905

คงไม่ใช่เรื่องปกติ ที่หุ้น ปตท.ผส.เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ PTTEP  ปิดตลาดเมื่อวานนี้ (13 ธ.ค.) ที่ 125 บาท ลดลง 6.72%  ซึ่งถือเป็นราคาต่ำที่สุดในรอบ 8 เดือน ทั้งที่ช่วงเช้าวันเดียวกัน ปตท.สผ. เพิ่งชนะการประมูลแหล่งปิโตรเลียม กินรวบทั้ง 2 แหล่งที่รัฐบาลเปิดประมูล ทั้ง แหล่งเอราวัณ และแหล่งบงกช

การได้รับสัมปทานแหล่งก๊าซธรรมชาติทั้ง 2 แหล่งนี้ แม้จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิต จากปัจจุบันกำลังการผลิตของ ปตท.สผ. อยู่ที่ 3 แสนบาร์เรลต่อวัน หากเดินเครื่องการผลิต 2 แหล่งใหม่นี้ ก็จะทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีกราว  1.5 แสนบาร์เรลต่อวัน

AIA Vitality

แต่แม้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ราคาขายก๊าซที่ ปตท.สผ. เสนอไว้ในการประมูล ก็ลดลงมากกว่า 50% เช่นกัน

ปตท.สผ.ให้ผลตอบแทนกับภาครัฐมากกว่า 50% สูงกว่าข้อเสนอที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน  พร้อมเสนอราคาขายก๊าซ ค่าคงที่ 116 บาท ต่อล้านบีทียู สำหรับทั้ง 2 แหล่ง หากเทียบกับปัจจุบันราคาขายก๊าซของแหล่งเอราวัณ  165 บาทต่อล้านบีทียู  และแหล่งบงกช ปัจจุบันมีราคาขายที่ 214 บาทต่อล้านบีทียู  เป็นผลดีต่อผู้บริโภค แต่คงไม่ถูกใจผู้ถือหุ้นมากนัก

นลินรัตน์ กิตติกำพลรัตน์  ผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเชียพลัส  มองว่า หากวิเคราะห์จากปัจจัยดังกล่าว มูลค่าเพิ่มของหุ้น ปตท.สผ. อาจไม่ได้เพิ่มอย่างมีนัยยะเหมือนที่เคยคาดการณ์กันมา ประกอบกับช่วงที่ผ่านมา ราคาหุ้น PTTEP มีการปรับตัวลดลงสะท้อนทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงไปในระดับหนึ่งแล้ว

“มองว่าส่วนนี้มี Upside ค่อนข้างสูง เริ่มเปิดกว้างขึ้นเมื่อรวมเรื่องของการชนะประมูลเอราวัณ และบงกชเข้ามา เราจึงปรับคำแนะนำจาก “เลี่ยงลงทุน” เป็น “ซื้อ”  แต่แนะนำให้หาจังหวะในการซื้อ เพราะราคาหุ้น ปตท.สผ.ในช่วงที่ผ่านมาถือว่าแข็งแกร่งมาก ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลงกว่า 30% แต่ราคาหุ้น PTTEP ปรับลงน้อยมาก เชื่อว่า ส่วนหนึ่งสะท้อนการประมูลที่คาดหวังว่าจะชนะไปในระดับหนึ่งแล้ว”

นลินรัตน์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การที่ราคาหุ้น PTTEP ค่อนข้างแข็งแกร่ง มีการปรับตัวน้อยมากในช่วงราคาน้ำมันลง ก็เชื่อว่า Absorb เรื่องชนะการประมูลไประดับหนึ่งแล้ว จึงแนะนำว่า ค่อยๆ หาโอกาสในการลงทุนได้  นอกจากนั้น  2 โครงการที่ชนะมานี้กว่าจะเริ่มดำเนินการตามแผนจะอยู่ในปี 2565-2566  มีเวลาอีก  3-4 ปีในการเตรียมตัว  ซึ่งหากดูแหล่งเงินทุน ก็ไม่มีปัญหา เพราะปัจจุบันกระแสเงินสดในมือ ปตท.สผ. มีถึงเกือบแสนล้านบาท และในส่วนของ D/E Ratio  ค่อนข้างต่ำเพียง 0.17 เท่า ดังนั้นเรื่องของแหล่งเงินทุนที่จะเข้ามาลงทุนในช่วงการขุดเจาะสำรวจจึงไม่น่ามีปัญหาแต่อย่างไร โดยมูลค่าพื้นฐานใหม่ที่เอเชียพลัส ตั้งไว้คือ 168 บาทต่อหุ้น

ด้านนักวิเคราะห์จาก บล.ทรีนีตี้  ชี้ว่า ราคาหุ้น PTTEP ที่ถูกแรงเทขายอย่างหนักเมื่อวานนี้ เป็นเพราะนักลงทุนบางส่วนผิดหวังต่อราคาก๊าซที่ขายให้รัฐบาลต่ำกว่าที่คาดไว้ประมาณ 40% ทว่าต้นทุนในการสํารวจแหล่งก๊าซของทั้งสองแหล่งน่าจะลดลงจากเดิมที่เคยคาดไว้ราว 25% เช่นกัน รวมถึงประโยชน์จากอํานาจการต่อรองกับ Subcontract ที่มากขึ้นจากการเป็นหนึ่งเดียวในอ่าวไทย น่าจะทําให้ต้นทุนการดําเนินงานลดลง  และส่วนแบ่งให้รัฐในแต่ละปีภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิตก็ลดลงจากคาดการณ์เดิมเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้  ทรีนิตี้ ประเมินผลกระทบสุทธิเป็นบวก โดยคํานวณแหล่งเอราวัณและแหล่งบงกชจะสร้างมูลค่าเพิ่มต่อหุ้นราว 4.5 และ 6.5 บาท ตามลําดับ รวมเป็น 11 บาทต่อหุ้น  ทั้งนี้ ทรีนิตี้ มีการปรับลดสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในปีหน้าลดลงเล็กน้อยเหลือ 69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ Fair value ก่อนรวมแหล่งก๊าซทั้งคู่อยู่ที่ 140 บาท ลดลงจากเดิมที่ 154 บาท ในเชิงพื้นฐาน แนะนํา “ซื้อ”  ที่ราคาเป้าหมายใหม่ 151 บาท และมองการอ่อนตัวของราคาในระยะสั้นเป็นโอกาสในการทยอยสะสม

ขณะที่ บล. ฟินันเซีย ไซรัส ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า  แม้ PTTEP จะชนะประมูลแหล่งปิโตรเลียมทั้ง 2 แหล่งแต่ราคาหุ้นกลับร่วงเกือบ 7% เพราะตลาดผิดหวังที่ราคาเสนอขายก๊าซของ 2 แหล่งใหม่ต่ำกว่าราคาขายปัจจุบันถึง 30%  แต่ด้วยต้นทุนการผลิตที่จะลดลงด้วยราว 25% จึงกระทบ EBITDA margin เพียง 5% จากปัจจุบันที่ 70-75% เหลือ 65-70% ซึ่งก็น้อยกว่าที่เคยคาดไว้

ฟินันเซีย ไซรัสจึงปรับประมาณการและปรับลดสมมติฐานราคาน้ํามันระยะยาวลงจาก US$69/บาร์เรล เหลือ US$65/บาร์เรล ส่งผลให้ราคาเป้าหมายปี 2019 ลดลงจากเดิม 169 บาทเป็น 150 บาท แต่ยังแนะนําให้ “ซื้อ”

362Degree.com