จับตาคคีจับ CFO หัวเหว่ย กระตุกหนวดพญามังกร เขย่าสัมพันธ์จีน-สหรัฐอีกรอบ

216

นับเป็นข่าวช็อกโลกอีกคดีหนึ่งเมื่อประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (CFO) ของหัวเหว่ย เทคโนโลยี ถูกจับกุมในแคนาดาระหว่างเปลี่ยนเที่ยวบิน แม้จะยังไม่ชัดว่าเกิดจากสาเหตุใด แต่คาดว่าเป็นเพราะข้อกล่าวหาของสหรัฐว่าบริษัทดังกล่าวละเมิดมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน นำไปสู่การขอความร่วมมือจากแคนาดาให้คุมตัวผู้บริหารคนนี้ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับทางการจีนอย่างมาก

โดยสถานทูตจีนในกรุงออตตาวา ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้แคนาดาและสหรัฐแก้ไขการกระทำที่ผิดพลาด และปล่อยตัว “เหมิง หวันโจว” ซึ่งเป็นบุตรสาวของผู้ก่อตั้งหัวเหว่ย เหริน เจิ้งเฟ่ย และยังควบตำแหน่งรองประธานบอร์ดของบริษัทดังกล่าวด้วย

ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของแดนมังกร เรียกร้องให้แคนาดาและสหรัฐให้ความชัดเจนถึงเหตุผลของการกักตัวผู้กักขัง รวมถึงปกป้องสิทธิทางกฎหมายของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

การจับกุม “เหมิง” เป็นเหมือนการตีแสกหน้าประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” ของจีน เพราะการควบคุมตัวเกิดขึ้นในวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐกับสีดินเนอร์กันอย่างชื่นมื่นที่การประชุมสุดยอดจี20 ณ กรุงบัวโนส ไอเรส อาร์เจนตินา ก่อนนำไปสู่การตกลงพักรบสงครามการค้า 90 วัน ซึ่งช่วยให้ตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ดูเหมือนข้อตกลงดังกล่าวจะเปราะบางและเสี่ยงจะล่มหลังการจับกุม CFO ของหัวเหว่ย

ยิ่งไปกว่านั้น “เหมิง” ใกล้ชิดกับแวดวงการเมืองระดับสูงของจีน อีกทั้งหัวเหว่ยยังเป็นสัญลักษณ์ความทะเยอทะยานของแดนมังกรที่จะไปยืนอยู่แนวหน้าของโลกในด้านเทคโนโลยี โดยเข้าไปทำธุรกิจในหลายภูมิภาคของโลกทั้งแอฟริกา ยุโรปและเอเชีย สอดคล้องกับนโยบายของประธานาธิบดีสีที่ต้องการ ยกระดับการผลิตในจีนไปสู่อุตสาหกรรมไฮเทคและมีมูลค่าสูง โดย “หัวเหว่ย” รั้งอันดับ 2 ด้านการส่งออกสมาร์ทโฟน และทุ่มทุนให้กับด้านโครงข่าย 5G ทั้งยังวางแผนจะเทคโอเวอร์บริษัทผลิตชิปคอมพิวเตอร์ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ บางกระแสยังกล่าวว่าหัวเหว่ยแซงอิริคสิน ขึ้นแท่นผู้ผลิตอุปกรณ์โครงข่ายโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดในโลก และตั้งเป้าแซงซัมซุงขึ้นเป็นผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือเบอร์ 1 ของโลกด้วย

อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าบุกตลาด 5G ในหลายประเทศของหัวเหว่ย สร้างความกังวลให้กับมหาอำนาจหลายชาติว่าความมั่นคงทางไซเบอร์กำลังถูกคุกคาม

เมื่อสิงหาคมที่ผ่านมารัฐบาลทรัมป์ เพิ่งสั่งห้ามหน่วยงานรัฐใช้เทคโนโลยีของหัวเหว่ยโดยอ้างความมั่นคงของประเทศ ขณะที่พันธมิตรของสหรัฐก็สั่งใช้มาตรการเดียวกันหรือพิจารณาที่จะเดินรอยตาม และในเดือนดังกล่าวออสเตรเลียสั่งแบนอุปกรณ์โครงข่าย 5G ของหัวเหว่ย ซึ่งนิวซีแลนด์ก็ทำอย่างเดียวกันเมื่อเดือนที่แล้ว ส่วนในอังกฤษก็กำลังถกกันถึงข้อดีข้อเสียที่จะห้ามหัวเหว่ยเข้ามาปักธง 5G

นอกจากการจับกุมตัว CFO หัวเหว่ยในเมืองแวนคูเวอร์จะสั่นสะเทือนความสัมพันธ์จีน-สหรัฐแล้ว ยังมีแนวโน้มจะเขย่าสายสัมพันธ์จีน-แคนาดาด้วย เพราะดูเหมือนแคนาดาได้เลือกข้างไปเรียบร้อยแล้ว แม้จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแดนเมเบิลจะอ้างว่าเป็นการกระทำตามขั้นตอนปรกติของข้อตกลงส่งผู้ร้ายข้ามแดนแคนาดา-สหรัฐ โดยไม่มีอิทธิพลทางการเมืองแทรกแซง

ด้าน “เบรน เฟนมมิง” จากบริษัทกฎหมายมิลเลอร์ แอนด์ เชวาลิเย และอดีตอัยการฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐวิเคราะห์ว่า การสืบสวนเรื่องการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านดำเนินมาระยะหนึ่งแล้ว จนถึงจุดที่สามารถตั้งข้อกล่าวหาและจับกุมผู้มีส่วนพัวพัน แม้จะอยู่ในต่างประเทศ ดังนั้นทางการสหรัฐจึงคว้าโอกาสนี้ “ผมมองว่านี่เป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็ง และเป็นการรับรู้ครั้งแรกของสาธารณชนต่อการสืบสวนในประเด็นนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าต้องมีแง่มุมอื่นๆ อีก” การจับกุมตัวเหมิงเป็นเพียงรายแรกและน่าจะมีรายอื่นตามมาในอนาคต

 

เรียนโปรแกรมสำหรับกราฟิค แบบตัวต่อตัว