“อเล็กซ์ เรนเดลล์” ปั้นธุรกิจ Social Enterprise ย้ำทำเพื่อสังคมก็ต้องมีกำไรถึงจะอยู่รอด

321

จากชีวิตในวันเด็กที่มีโอกาสได้รู้จักกับอาจารย์ “อลงกต ชูแก้ว” ผู้อำนวยการกองทุนวิจัยและอนุรักษ์ช้างไทย ผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเด็กพิการซ้ำซ้อนให้ได้เรียนรู้สิ่งแวดล้อมผ่านการสัมผัส “ครูช้าง” จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เด็กหนุ่ม “อเล็กซานเดอร์ ไซม่อน เรนเดลล์” หรือ “อเล็กซ์ เรนเดลล์” นักแสดงลูกครึ่งหน้าตาดี ได้ซึมซับและเรียนรู้กับโลกของธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมที่ดี และช้าง สัตว์ป่าตัวใหญ่ ที่ถูกทำร้ายโดยมนุษย์หลายครั้งหลายครา

วันนี้ “อเล็กซ์” มีอาชีพอีกหนึ่งอาชีพ ที่กำลังเป็นที่สนใจของสังคม นอกเหนือจากการเป็นนักแสดงมากฝีมือ คือการเป็นเจ้าของธุรกิจในรูปแบบกิจการเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise : SE ธุรกิจที่ยึดแนวทางการตอบแทนประโยชน์สู่สังคมเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจ ภายใต้ชื่อ EEC Thailand (ENVIRONMENTAL EDUCATION CENTRE THAILAND) องค์กรที่ดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา

ก่อนหน้านี้ หลายๆ คนคงเคยได้ยินและเห็นภาพ “อเล็กซ์” กับช้าง และการช่วยเหลือช้างที่ได้รับบาดเจ็บ แต่วันนี้เขาทำอะไรที่มากกว่าการดูแลช้าง นั่นคือ การสร้างสรรค์หลักสูตรมากถึง 17 หลักสูตร เพื่อให้ความรู้กับเด็กๆ ผ่านกระบวนการการจัดค่าย ที่มีกิจกรรมมากมายที่สนับสนุนการปลูกฝังจิตสำนึกเยาวชน รวมถึงบุคคลทั่วไปทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศให้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม

เมื่อถามว่า “อเล็กซ์” ทำไมถึงเลือกที่จะสร้างธุรกิจของตัวเองในรูปแบบของกิจการเพื่อสังคม หรือ SE นักบริหารหนุ่มคนนี้ บอกว่า ไม่เคยรู้จักกับคำว่า SE มาก่อน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร สิ่งที่รู้แน่ๆ คือ รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร จนกระทั่งได้ลงมือทำในที่สุด

หลังจากนั้นทุกอย่างคือการเริ่มเรียนรู้ไปทีละสเต็ป พัฒนาและสร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยตัวเอง เรียนรู้จาก 1 2 3 แล้วก็ขยายตัวไปเรื่อยๆ เริ่มต้นด้วยการทำงานเองทุกอย่าง จนกระทั่งมีลูกน้อง และเข้ามาทำหน้าที่บริหารในปัจจุบัน โดยคนที่เริ่มต้นก่อตั้งบริษัทอีอีซี ไทยแลนด์ มาด้วยกัน ก็คือ “เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ” และอาจารย์ ”อลงกต ชูแก้ว” นั่นเอง

อเล็กซ์” เล่าอย่างขำๆ แต่จริงจังว่า เขาเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเอง ลองผิดลองถูก แถไปเรื่อยๆ จนกระทั่งทุกอย่างประกอบขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่าง การเริ่มต้นธุรกิจของคนหนุ่มผู้นี้ปราศจากต้นทุนการบริหารโดยสิ้นเชิง ทุกอย่างเดินหน้าไปเรื่อยๆ ตามความรู้สึก (sense) หรือสัญชาตญาณ (gut feeling) เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะตัดสินใจอะไร มันก็มาจากความเชื่อลึกๆ หรือความรู้สึกลึกๆ ของตัวเอง ที่มันจะบอกว่า ใช่ หรือไม่ใช่

จากการลองผิดลองถูก แน่นอนว่า ทุกคนย่อมพบกับความผิดพลาดบ้าง ไม่มากก็น้อย “อเล็กซ์” ก็เช่นกัน ด้วยความที่เป็นเด็กหนุ่มที่มีความมั่นใจในตัวเอง และเป็นคนที่ไม่ค่อยจะฟังใครทำให้เกิดการผิดพลาดบ่อยๆ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนที่ชอบเรียนรู้ และพร้อมที่จะลงมือทำอย่าง “อเล็กซ์”

อย่างที่บอกแล้วว่า “อเล็กซ์” เริ่มธุรกิจของเขาด้วยการลงมือทำเองทุกอย่าง และนั่นคือ วิธีการที่ทำให้เขาได้เรียนรู้งานทุกอย่างแบบทุกขั้นทุกตอน ทุกซอกทุกมุม

อเล็กซ์” บอกว่า เขาพยายามที่จะเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง แล้วค่อยๆ สร้างทุกอย่างขึ้น เริ่มต้นจากความไม่เป็นระบบ จึงทำให้การทำงานค่อนข้างลำบาก หนักและเหนื่อย และการทำงานให้ความสำคัญกับบุคคลมากเกินไป จนทำให้ไม่เกิดการกระจายงาน เมื่อคนหนึ่งป่วย หรือคนหนึ่งไม่ทำงาน งานก็จะรวนเดินหน้าต่อไม่ได้ทำให้เกิดผลเสีย

แต่ในวันนี้ทุกอย่างเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เขาเริ่มนำระบบเข้ามาใส่ในแต่ละส่วนของการทำงาน และทุกย่างจะเริ่มเป็นระบบมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเขากำลังปะติดปะต่อโครงสร้างองค์กร จากทีมงานที่ตอนนี้ เริ่มรับเข้ามาเป็นทีมที่มีความครบสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และแข็งแรงขึ้น

ส่วนของการทำธุรกิจที่ “อเล็กซ์” บอกว่า ยากมากๆ ก็คือ การบริหารคน การคัดเลือกคนเข้ามาร่วมงาน เขาคัดเลือกพนักงานด้วยตัวเอง โดยหัวใจสำคัญของการคัดเลือกคนเข้ามาทำงานก็คือ การเลือกคนที่มีทัศนคติและจิตใจที่ดี ด้วยความเชื่อที่ว่า เรื่องงานคนทุกคนสามารถฝึกได้พัฒนาได้ แต่หากจิตใจไม่ดี ทัศนคติไม่ได้มันยากที่จะพัฒนาหรือเข้าไปเปลี่ยนแปลงเขา โดยเฉพาะกับงานบริการ งานดูแลเด็กๆ จิตใจถือเป็นเรื่องสำคัญ

และด้วยรูปแบบการทำงานในองค์กรของ อีอีซี ไทยแลนด์ คือ องค์กรที่ทำงานร่วมกันแบบครอบครัว ทำงานเป็นทีม ทุกคนต้องรักกันและช่วยเหลือกัน ไม่เอาเปรียบ และต้องไม่เอาตัวเองใหญ่กว่าองค์กร ต้องรับฟัง และหัวหน้าต้องคุมได้…”อเล็กซ์” บอกเลยว่า คนในบริษัทของเขา มีคาแรคเตอร์ 2 อย่างที่ชัดเจน คือ ทึก และ หัวดี

อเล็กซ์” ยอมรับว่า การทำธุรกิจช่วงแรกๆ ขาดทุน แม้ภาพรวมของธุรกิจจะขยายตัวค่อนข้างมาก เรียกว่าขยายตัวแบบก้าวกระโดดก็ไม่ผิดนัก เพราะเติบโตจาก  50% มาเป็น 100% มาเป็น 200% และที่มาของการขาดทุนก็คือ การบริหารจัดการที่ไม่เป็นระบบนั่นเอง

แต่ปัจจุบันทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้ามทางแล้ว และกำลังเดินหน้าต่อ ด้วยการขยายธุรกิจ ต่อยอดออกไปยังส่วนอื่นๆ เช่น บริษัท Store Room หรือที่ “อเล็กซ์” เรียกว่า โกดังเก็บของ ซึ่งเป็นบริษัทจำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับ Outdoor Learning ทั้งหมด

จากโอกาสได้ทำงานด้านอาสามาเยอะทำให้เขารู้ว่า ถ้าเพื่อสังคมอย่างเดียวจะไม่ยั่งยืน การทำความดีช่วยเหลือสังคม ถ้าจะทำให้อยู่รอดอย่างยั่งยืนต้องมีรายได้ มีกำไร ที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้…

“วิธีคิดของเรา โอเค บริษัทต้องมีกำไร บริษัทต้องเติบโต มันก็จะมีขอบเขตว่าเงินมาตัดสินเมื่อไร มันอยู่ที่การตัดสินใจของเรา เราจะมองมันอย่างไร บางครั้งเราทำค่ายที่ไม่มีกำไร เข้าเนื้อ ขาดทุนมาเยอะมาก แต่เรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่ เรารู้ว่าความต้องการของเราไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ มัน 50:50 ผมมองว่าอย่างนั้น ผมต้องการให้ อีอีซีฯ เป็นองค์กรที่แข็งแรง”

พร้อมย้ำว่า เป้าหมายของเขาคือ การสร้างธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาแบบครบวงจร หรือที่เรียกว่า ศูนย์ Environmental Education ซึ่งอนาคต เมื่อทุกอย่างพร้อม ความฝันของเขาก็คือ การขยายธุรกิจไปต่างประเทศ ซึ่งทุกอย่างจะเกิดเป็นจริงได้ อย่างที่ตั้งใจ ก็คือ “การลงมือทำ” นั่นเอง

 

 

362Degree.com